โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Innovation Grand Challenges ตอนที่ 9

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 12 พ.ย. 2568 เวลา 03.29 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2568 เวลา 03.29 น.

Biology Beyond Nature | ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร

Innovation Grand Challenges ตอนที่ 9

บทความตอนนี้ว่าด้วยหนึ่งใน Innovation Grand Challenges ที่สำคัญที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 และ 21 การแข่งขันที่นำมาสู่การปลดล็อกศักยภาพของจักรกลธรรมชาติระดับนาโนที่อาจจะเป็นคำตอบของสารพัดปัญหาของมนุษย์ทั้งการแพทย์ เกษตร อาหาร อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม

ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าประมาณครึ่งหนึ่งของมวลแห้งในเซลล์ประกอบจากสารที่เรียกว่า “โปรตีน” ซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงสร้างและตัวเร่งปฏิกิริยาแทบทั้งหมดของสิ่งมีชีวิต

ช่วงต้นถึงกลางศตวรรษที่ 20 เราค้นพบกรดอะมิโนพื้นฐานทั้งยี่สิบชนิด เรายังได้พัฒนาเทคนิคแยกองค์ประกอบหาสัดส่วนอะมิโนแต่ละชนิดในโปรตีน (amino acid composition) อ่านลำดับอะมิโนที่อยู่บนสายโปรตีน (amino acid sequence) และมองเห็นสายโปรตีนม้วนพับเป็นโครงสร้างสามมิติ (3D protein structure) ซึ่งเป็นตัวกำหนดคุณสมบัติและหน้าที่การทำงานของมัน

ในขณะเดียวกัน ช่วงกลางศตวรรษที่ 20 นี้ มนุษย์เราก็ยังได้ค้นพบโครงสร้างของดีเอ็นเอ พร้อมกับกลไกการถ่ายทอดและแสดงออกรหัสพันธุกรรม ดีเอ็นเอสามารถถูกถอดรหัส (transcribe) เป็นอาร์เอ็นเอ และแปลรหัส (translate) เป็นโปรตีน

ดังนั้นถ้าเรารู้ลำดับเบสดีเอ็นเอเราก็จะสามารถบอกได้ว่าดีเอ็นเอชิ้นนี้จะแสดงออกมาเป็นโปรตีนหน้าตาแบบไหน

ขณะเดียวกัน ถ้าเรารู้หน้าตาของโปรตีนที่เราสนใจ เราก็สามารถรู้ได้ว่าต้องใช้ลำดับเบสดีเอ็นเออะไรต้นทางเพื่อสร้างโปรตีนนี้ขึ้นมา

การค้นพบเหล่านี้เป็นรากฐานของศาสตร์ชีววิทยาโมเลกุล (molecular biology) และเทคโนโลยีชีวภาพ (biotechnology) สมัยใหม่

Cr.ณฤภรณ์ โสดา

ทศวรรษ 1960 Christian Anfinsen นักชีวเคมีชาวอเมริกันค้นพบว่าโปรตีนเอนไซม์ Ribonuclease A ที่ถูกทำให้เสียสภาพด้วยความร้อนหรือสารเคมีสามารถย้อนกลับคืนสู่สภาพเดิมที่ใช้การได้ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม การทดลองนี้นำมาสู่สมมุติฐานที่ว่าลำดับอะมิโนบนสายโปรตีนเพียงอย่างเดียวเป็นตัวกำหนดการม้วนพับเป็นโครงสร้างสามมิติที่ถูกต้องพร้อมใช้งานของโปรตีนตัวนั้น

Anfinsen ได้รางวัลโนเบลสาขาเคมีจากผลงานนี้ในปี 1972 งานของ Anfinsen ถูกยกย่องว่าเป็นตัวจุดประกายการเริ่มต้นของสาขางานวิจัยใหม่ว่าด้วยการทำนายโครงสร้างสามมิติของโปรตีนจากลำดับอะมิโน (protein structure prediction)

ไม่ว่าเราต้องการจะสร้างหรือปรับปรุงเอนไซม์ที่ใช้ย่อยขยะ แปรรูปอาหาร ผลิตสารเคมีเพื่ออุตสาหกรรม หรือเป็นยารักษาโรค ไม่ว่าเราจะสร้างหรือปรับปรุงแอนติบอดีสำหรับเป็นวัคซีน เซรุ่ม ชุดตรวจ ฯลฯ หรือแม้แต่การค้นหาโมเลกุลอะไรซักอย่างที่จะใช้กระตุ้นหรือกดการทำงานของโปรตีนสำคัญในเซลล์มนุษย์ สัตว์ พืช และจุลินทรีย์ เพื่อการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์หรือการเกษตร การได้รู้โครงสร้างสามมิติของโปรตีนที่เกี่ยวข้องทำให้เราสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างมีทิศทางแทนที่จะต้องลองผิดลองถูกสะเปะสะปะ

เทคโนโลยีการอ่านลำดับเบสบนดีเอ็นเอและลำดับอะมิโนบนโปรตีนก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่การหาโครงสร้างสามมิติของโปรตีนยังต้องเวลาและงบประมาณมากว่านั้นหลายร้อยถึงหลายพันเท่า กว่าจะผลิตโปรตีนที่สนใจมาให้ได้เพียงพอ หาสภาวะเหมาะสมในสร้างเป็นผลึกเพื่อนำไปวิเคราะห์การแทรกสอดใต้รังสีเอ็กซ์ (X-ray Crystallography) หรือเทคนิคอื่นๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลมาแปลผลต่อเป็นโครงสร้างสามมิติที่ละเอียดระดับอะตอม

ช่วงกลางทศวรรษ 1990 จากจำนวนโปรตีนกว่า 150,000 ชนิดที่เรารู้ลำดับอะมิโน มีเพียงราว 4,000 ชนิดเท่านั้นที่เรารู้โครงสร้างสามมิติ

ดังนั้นความสามารถในการทำนายโครงสร้างสามมิติของโปรตีนอย่างแม่นยำโดยใช้ข้อมูลเพียงลำดับกรดอะมิโนจะช่วยเร่งความก้าวหน้าของวงการชีวโมเลกุลและเทคโนโลยีชีวภาพได้มหาศาล

ส่วนประกอบ ลำดับอะมิโน และโครงสร้างสามมิติช่วยให้เราเข้าใจการทำงานของโปรตีน Cr. ณฤภรณ์ โสดา
ส่วนประกอบ ลำดับอะมิโน และโครงสร้างสามมิติช่วยให้เราเข้าใจการทำงานของโปรตีน Cr. ณฤภรณ์ โสดา
ส่วนประกอบ ลำดับอะมิโน และโครงสร้างสามมิติช่วยให้เราเข้าใจการทำงานของโปรตีน Cr. ณฤภรณ์ โสดา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Innovation Grand Challenges ตอนที่ 9

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...