โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รีบใช้ก่อน 5 ทุ่มวันนี้! คลังเตือนผู้มีสิทธิ์ 2.9 แสนราย รีบใช้จ่ายครั้งแรก ก่อนถูกริบสิทธิ์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 พ.ย. 2568 เวลา 12.31 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 12.15 น.

คนละครึ่งพลัส วันที่ 14 ยอดใช้จ่ายทะลุ 3 หมื่นล้าน – คลังเตือนผู้มีสิทธิ์อีก 2.9 แสนรายเร่งใช้จ่ายก่อนหมดสิทธิ์

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส (โครงการฯ) โดย ณ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 น. ว่า มีผู้ใช้จ่ายผ่านโครงการฯ สำเร็จแล้วกว่า 19 ล้านราย โดยแบ่งเป็นรายได้ของร้านค้าปกติอยู่ที่ 30,490.8 ล้านบาท เป็นเงินที่ประชาชนจ่าย จำนวน 15,441.3 ล้านบาท และเงินที่รัฐร่วมจ่าย จำนวน 15,049.5 ล้านบาท ส่วนรายได้ผ่านแพลตฟอร์ม Food Delivery อยู่ที่ 451.8 ล้านบาท เป็นเงินที่ประชาชนจ่าย จำนวน 230.4 ล้านบาท และเงินที่รัฐร่วมจ่าย จำนวน 221.4 ล้านบาท

เมื่อรวมรายได้จากแพลตฟอร์ม Food Delivery กับรายได้ของร้านค้าปกติ จะมียอดใช้จ่ายร้านค้าทุกประเภทรวม 30,942.7 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย จำนวน 15,671.7 ล้านบาท และเงินที่รัฐร่วมจ่าย จำนวน 15,270.9 ล้านบาท

โดยประชาชนสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. ผ่าน G-Wallet ในแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” โดยในแต่ละวันไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายให้เต็มสิทธิ 200 บาท ด้านความคืบหน้าของการลงทะเบียนร้านค้าในโครงการฯ จากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 น. มีร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว จำนวน 902,577 ราย

ณ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 น. มีผู้ที่ยังไม่ใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่ง 293,644 คน ทางกระทรวงการคลังเตือนว่า หากได้รับสิทธิในโครงการคนละครึ่ง พลัสแต่ยังไม่เริ่มทำการใช้จ่ายภายในวันที่ 11 พ.ย.2568 เวลา 23.00 น. จะถูกตัดสิทธิ์การใช้คนละครึ่งทันที

นายวินิจกล่าวว่า การใช้จ่ายในโครงการฯ จะต้องเป็นการซื้อขายสินค้า และบริการเฉพาะบริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และบริการขนส่งสาธารณะ โดยไม่รวมถึงสินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า โดยผู้ซื้อและผู้ขายต้องมีการทำธุรกรรมซื้อขายและสแกน QR Code เพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการแบบพบหน้า (Face to Face) โดยไม่มีการดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์หรือผ่านคนกลาง เว้นแต่การใช้สิทธิผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่เข้าร่วมโครงการฯ

ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการที่ให้บริการนวด และสปา ที่ประสงค์จะลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ขอให้ตรวจสอบชื่อและที่ตั้งของสถานประกอบการในแอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ให้ตรงกับใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการตรวจสอบ และอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ ดังมีรายละเอียดวิธีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลร้านค้าถุงเงินบนเว็บไซต์ถุงเงินกรุงไทยปรากฏตาม QR Code

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รีบใช้ก่อน 5 ทุ่มวันนี้! คลังเตือนผู้มีสิทธิ์ 2.9 แสนราย รีบใช้จ่ายครั้งแรก ก่อนถูกริบสิทธิ์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...