โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568

สวพ.FM91

อัพเดต 28 พ.ย. 2568 เวลา 22.35 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 22.35 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568

>> ไฟไหม้โกดังเก็บรถซุปเปอร์คาร์และรถหรู เสียหายกว่า 200 ล้านบาท ด้านรถดับเพลิง อบต.อ้อมเกร็ด เข้าสกัดเพลิงถูกไฟไหม้ไปอีกหายอีก 1 คัน

08.30 น. พ.ต.ท.พล พื้นพรม รอง ผกก.ป. สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุจากมีเพลิงไหม้ในโกดังเก็บรถสปอร์ตหรู ม.6 ต.อ้อมเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงรีบรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมพร้อมประสานรถดับเพลิงจาก อบต.อ้อทเกร็ดและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าระดมดับไฟ

ในที่เกิดเหตุ พบ พ.อ.ต.เอกรัตน์ ศาสนสุนทรชัย แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ว่าได้เปิดกล้องวงจรปิดเมื่อช่วงประมาณ เวลา 07.50 น. พบว่ามีแสงไฟสีขาวช็อตขึ้นมา 1 ครั้ง แล้วเงียบหายไปจนกระทั่งต่อมาจึงเกิดเป็นเพลิงลุกไหม้ขึ้น จึงได้แจ้งขอความช่วยเหลือขอรถดับเพลิงจาก อบต.อ้อมเกร็ด เข้ามาช่วยเหลือฉีดน้ำสกัดไฟที่กำลังลุกไหม้ในโกดัง แต่ปรากฎว่าระหว่างที่กำลังระดมฉีดน้ำดับไฟ ไฟได้เกิดลุกลามเข้ามาถึงตัวรถดับเพลิงจนทำให้รถดับเพลิงถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายไปด้วยเช่นกัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงต้องวิ่งหนีเอาตัวรอดออกมาก่อน เนื่องจากเปลวไฟได้ลุกไหม้อย่างรุนแรง

ในเบื้องต้นพบว่ามีรถซุปเปอร์คาร์ ประมาณ 5 คัน มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท และรถยนต์ เทสล่า อีกประมาณ 45 คัน มูลค่าอีกประมาณ 90 ล้านบาท รวมประมาณ 190 บาท พร้อมกับรถดับเพลิงของ อบต.อ้อมเกร็ด อัก 1 คัน ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ในครั้งนี้เกือบทั้งหมด

>> สืบภาค 2 เปิดยุทธการถล่มเครือข่าย “ตุ๊ก บางทราย” สืบจากยาบ้าแค่ 6 เม็ด สู่การยึดยานรกบิ๊กล็อต

09.36 น. พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 สั่งการให้ พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผู้บังคับการสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย นายสุรเดช ละเต๊ะซัน ผอ.ส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ปปส.ภ.2

ร่วมสนธิกำลังกว่า 150 นาย จากกองบังคับการสืบสวนภาค 2 หน่วยสวาทบูรพา 491 และเจ้าหน้าที่ ปปส. เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ “ตุ๊ก บางทราย” ซึ่งเป็นกลุ่มค้ายานรกตัวเป้งในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันออก โดยกระจายกำลังเข้าตรวจค้นพร้อมกันใน 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง รวมทั้งหมด 9 จุด

ผลการปิดล้อมตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายได้รวม 5 ราย ตามหมายจับศาลจังหวัดระยอง ในข้อหา ร่วมกันสมคบกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด, จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า), จำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (คีตามีน) และฟอกเงิน พร้อมอายัดทรัพย์สิน บ้านหรูพร้อมที่ดิน 2 หลัง, รถยนต์ 3 คัน, รถจักรยานยนต์ 2 คัน และบัญชีธนาคาร 21 บัญชี รวมมูลค่ากว่า 90 ล้านบาท

>> อุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนรถยนต์เก๋ง มีผู้เสียชีวิตเป็นสาวน้อยวัย 15 ปี จ.พิษณุโลก

09.36 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และมีผู้เสียชีวิต ที่เกิดเหตุบนถนนหมายเลข 1344 บริเวณทางเข้าบ้านผ่ารังหมี ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน พิษณุโลก ลักษณะชนกับรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า วีออส สีขาว ป้ายทะเบียน พิจิตร ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย มีแผลฉกรรณ์ที่ศีรษะ ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 15 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เนินมะปราง

>> รถชนกันยับกลางถนนสาย โคกตูม - มะนาวหวาน มีผู้เสียชีวิต 1 และบาดเจ็บหลายราย จ.ลพบุรี

12.14 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิร่วมกตัญญู จ.ลพบุรี มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บสาหัสติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ บนถนนเส้นทางโคกตูม - มะนาวหวาน บริเวณแยกสายโท ต.โคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน ลพบุรี และ รถกระบะ อีซูซุ สีเทา ป้ายทะเบียน สระบุรี ลักษณพลิกตะแคง สภาพรถมีร่องรอยการชนได้รับความเสียหายทั้งคู่ จากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย โดยเป็นชายไทย 2 รายในรถบรรทุก และชายไทย อีก 1 รายในรถกระบะ ทางอาสาสมัครให้การช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลพระนารายณ์ และตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 58 ปีเป็นผู้โดยสารในรถกระบะ ในส่วของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกตูม

>> ผบ.ตร. ยกระดับงานสอบสวน–สางคดีค้างเก่า หลังถก สพฐ. ย้ำทำงานโปร่งใส มุ่งผลสัมฤทธิ์ประชาชน

12.59 น. หลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (สพฐ.) ในวันนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางปรับระบบงานภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยระบุว่าที่ประชุมได้พิจารณาโครงสร้างการขับเคลื่อนงานสอบสวนใหม่ รวมถึงการสนับสนุนทรัพยากรให้กับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อให้สามารถเร่งคลี่คลายคดีค้างเก่าและคดีที่กระทบความเชื่อมั่นของประชาชนได้เร็วขึ้น โดยย้ำว่า “ทุกคดีต้องเดินหน้าอย่างมีมาตรฐาน ตรวจสอบได้ และตอบโจทย์สังคม”

ผบ.ตร. ยังกล่าวถึงภารกิจลำดับถัดไปว่า จะเร่งบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อป้องกันอาชญากรรมยุคดิจิทัล รวมถึงวางระบบติดตามผลการปฏิบัติงานแบบเรียลไทม์ พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชาในทุกระดับให้ยึดหลักความโปร่งใสและยุติธรรมในการบริหารกำลังพล โดยเขาย้ำทิ้งท้ายว่า “ประชาชนต้องรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่บนกระดาษ แต่ในชีวิตจริง”

>> ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษแดนไทย 54 เข้าระงับเหตุปล้นร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ เขต 8 หาดใหญ่

14.22 น. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณีมีการแชร์ภาพตำรวจสวมเสื้อชูชีพ ถืออาวุธและโล่ลักษณะคล้ายกำลังปฏิบัติการบุกค้นนั้น ยืนยันว่าเป็นภาพจริงที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษแดนไทย 54 เข้าตรวจสอบอาคารหลังรับแจ้งเหตุปล้นทรัพย์ร้านสะดวกซื้อในซอยรัตนอุทิศ 3 หรือย่านเขต 8 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

รองโฆษก ตร. กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวันเกิดเหตุ ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 รับแจ้งมีคนร้าย 5 คนบุกปล้นทรัพย์ร้านสะดวกซื้อกวาดสิ่งของและทรัพย์สินไป ผู้แจ้งต้องหนีเอาตัวรอดออกมาทางหลังคา จึงประสานชุดปฏิบัติการพิเศษแดนไทย 54 ลุยฝ่าน้ำท่วมเข้าตรวจสอบพร้อมอาวุธและโล่ เมื่อเข้าไปถึงพบร้านสะดวกซื้อเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ชั้น 1 เป็นร้านค้า ชั้น 2 และ 3 เป็นที่พักอาศัย โดยไม่ทราบว่าคนร้ายหลบซ่อนอยู่จุดใด จึงกระจายกำลังเข้าตรวจสอบพร้อมอาวุธพบว่าในส่วนร้านค้าสิ่งของกระจัดกระจาย ชั้น 2 และชั้น 3 ขณะที่กลุ่มคนร้ายหนีไปแล้ว เมื่อสอบถามจากประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงพบว่าเห็นคนร้ายเข้าไปในร้านสะดวกซื้อและก่อเหตุจริง ซึ่งขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกำลังติดตามตัว

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ฯ กล่าวว่า สำหรับชุดปฏิบัติการพิเศษแดนไทย 54 เดินทางมาจาก จ.ยะลา มาปฏิบัติภารกิจช่วยเหลืออพยพและแจกจ่ายอาหารให้ประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ตั้งแต่เกิดอุทกภัยโดยอยู่ภายในเมืองหาดใหญ่ แต่เมื่อมีกระแสเหตุการณ์ในพื้นที่เขต 8 ตำรวจภูธรภาค 9 จึงวางกำลังให้ชุดปฏิบัติการพิเศษแดนไทย ย้ายมาช่วยเหลือประชาชน พร้อมดูแลความปลอดภัย

>> “ภราดร” ขอโทษสื่อ ปมลุกหนี ไม่ตอบคำถาม หลังสื่อมวลชนถามถึงความล้มเหลวการบริหารงานแก้ไขอุทกภัย

15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) กล่าวก่อนเริ่มการแถลงข่าวสรุปสถานการณ์เหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

โดยนาย ภราดร ได้ยกมือไหว้ พร้อมกล่าวขอโทษสื่อมวลชน ต่อเหตุการณ์ที่ลุกหนี หลังสื่อมวลชนมีการถามถึงความล้มเหลวในการบริหารงานแก้ไขอุทกภัยที่เกิดขึ้น โดยนายภราดร ระบุ ตนไม่มีเจตนาจะเลี่ยงไม่ตอบคำถาม เพียงแต่เราประเมินสถานการณ์เมื่อวาน สิ่งที่อยากจะให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบ คือมาตรการต่างๆ และเนื้อหาสาระที่ฝ่ายปฏิบัติได้ปฎิบัติหน้าที่

ตนขอโทษ เชื่อว่าสื่อมวลชนรู้จักตนมานานพอที่จะรู้ว่าตนไม่มีนิสัยที่จะหลบหนีหรือเลี่ยงตอบ เพียงเพราะเห็นว่าประเด็นที่ยังไม่ค่อยมีความสำคัญมากนัก อย่างเช่นประเด็นการเมืองแบบนี้ จึงอยากให้ประเด็นหลักและประเด็นสำคัญที่จะต้องสื่อสารไปให้พี่น้องประชาชนรับรู้รับทราบ ได้ออกมาเป็นข่าวด้านหลัก

>> ตำรวจ 191 รวบเครือข่ายยาเสพติด ลักลอบขนยาบ้าจากภาคเหนือ ยึดของกลางกว่า 5 ล้านเม็ด

15.22 น. กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจ 191 ร่วมแถลงจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายยาเสพติด เป็นชาย 1 ราย อายุ 45 ปี โดยสามารถจับกมได้บริเวณถนนหน้า ม.มหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ พร้อมยึดของกลาง ยาบ้า 25 กระสอบ จำนวน 5,000,000 เม็ด ,รถบรรทุก 1 คัน แจ้งข้อหา“จำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ร่วมกับ หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก สืบสวนพบว่ามีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด ลักลอบขนยาเสพติดจากทางภาคเหนือ มาจำหน่ายยังภาคกลาง โดยคนร้ายใช้รถบรรทุกสิบสองล้อ ติดแผ่นป้ายทะเบียนสระบุรี ในการลักลอบไปรับยาเสพติดจากบริเวณพื้นที่ จ.เชียงใหม่ แล้วบรรทุกยาเสพติดกลับมาส่งให้กับลูกค้าของตนบริเวณพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย กระทั่งสายลับยืนยันว่า คนร้ายขับรถออกจากพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางกำลังเข้าสังเกตการณ์ ในบริเวณพื้นที่ จ.นครสวรรค์ และจับกุมได้พื้นที่ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ หลังตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 25 กระสอบ รวมยาบ้าประมาณ 5,000,000 เม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา และควบคุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> อุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์ คุณตาวัย 70 กว่าปีเสียชีวิตกลางถนน

16.38 น. รับแจ้งจาก สมาคมพุทธอุปถัมภ์แห่งประเทศไทย(กู้ภัยพนม) มีอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บนถนนหมายเลข 319 บริเวณทางเข้าบ้านห้วยปีก ม.12 ต.บ้านซ่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า สีเทา ป้ายทะเบียน ปราจีนบุรี ลักษณะชนกับรถจักรยานยนต์ เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน ใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 รายมีอาการสาหัสและหมดสติ ทางอาสากู้ชีพ - กู้ภัยช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 70 - 75 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนมสารคาม

>> ศป.กฉ. แถลงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ยืนยันยอดเสียชีวิตสะสม 145 ราย

16.48 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกรัฐบาล รายงานความคืบหน้า การระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัยว่า จากการปฏิบัติการของศูนย์ส่วนหน้าในช่วง 24 ช.ม.ที่ผ่านมา สามารถช่วยเหลือผู้ตกค้างในพื้นที่ได้แล้ว 1,734 เขต จากทั้งหมด 1,934 เขต คิดเป็นร้อยละ 89 โดยส่วนที่ยังไม่สามารถเข้าช่วยเหลือได้ครบถ้วน เนื่องจากบางจุดประชาชนได้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ หรือเห็นว่าสถานการณ์ดีขึ้นและเลือกที่จะพักอาศัยในบ้านของตนเอง ศูนย์พักพิงในพื้นที่ยังคงรองรับประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง ขณะนี้มีผู้พักอยู่รวม 14,160 คน และยังสามารถรองรับเพิ่มได้อีก 20,840 คน ส่วนกำลังการผลิตอาหารเพื่อแจกจ่ายทั้งในศูนย์พักพิงและผู้ที่ยังตกค้างในพื้นที่ เพิ่มขึ้นเป็น 92,320 ชุดต่อวัน ทำให้การดูแลสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้น

ส่วนยอดผู้เสียชีวิต กระทรวงสาธารณสุขรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตสะสมจากเหตุอุทกภัยครั้งนี้ 145 ราย แบ่งเป็น จ.นครศรีธรรมราช 9 ราย พัทลุง 4 ราย สงขลา 110 ราย ตรัง 2 ราย สตูล 5 ราย ปัตตานี 6 ราย ยะลา 5 ราย และนราธิวาส 4 ราย

ทั้งนี้ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้ประเมินร่วมกันว่า กรณีจังหวัดสงขลาไม่ควรแยกเขตรายงานอีกต่อไป และให้รายงานยอดรวมทั้งหมดของจังหวัดเพื่อความถูกต้องและป้องกันความสับสน โดยตัวเลขที่แถลงในวันนี้ถูกต้องตามข้อมูลที่บูรณาการจากตำรวจ ฝ่ายนิติเวช และกระทรวงสาธารณสุขแล้ว

>> จับยกแก๊ง 4 คนไทยแก๊งหลอกลงทุน "เพจชาชื่อดังปลอม" รับจ้างถอนเงินส่งให้บอสจีน ยึดทรัพย์กว่า 1 ล้านบาท

17.17 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กก.3 บก.ปอท. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันเป็นอั้งยี่,โดยทุจริตหรือหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน” โดยสามารถจับกุมได้หลายพื้นที่ ริมถนนภายในซอยลาดพร้าว 101/3 ,บ้านพักซอย 22 เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร และห้องพัก ซ.สุขุมวิท 62 เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กก.3 บก.ปอท. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่ามีเพจชาชื่อดังยี่ห้อหนึ่ง ยิงแอดโฆษณาผ่านเฟซบุ๊ค ชักชวนให้ลงทุนซึ่งเมื่อกดที่โฆษณา เพจดังกล่าวจะส่งลิงค์ให้เพิ่มเพื่อน Line Official และดึงเข้ากลุ่มที่มีหน้าม้าเป็นสมาชิกกว่า 350 คน ก่อนจะส่งลิงค์ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลอกลงทุน และเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินเพื่อลงทุน ก็จะเข้าทำนองเดิมที่เคยถูกหลอกคือได้เงินไว และหลอกให้ลงทุนเรื่อยๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เงินจริง โดยผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปกว่า 1 ล้านบาท
จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบกลุ่มผู้ต้องหา ที่แบ่งหน้าที่กัน ทั้งบัญชีม้า คนหลอก คนกดเงิน กระทั่งสามารถออกหมายจับและติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการในระดับสั่งการและหัวหน้าขบวนการได้อีก 4 ราย จากการสอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> ไฟไหม้ห้องเช่าลามถึงอู่ซ่อมรถ จนท.พร้อมรถดับเพลิงเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิง

17.30 น. สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ อู่ซ่อมรถยนต์ ภายในซอยนนทบุรี 14 ถนนนนทบุรี 1 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังไหม้อู่ซ่อมรถยนต์ดังกล่าวซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียวเนื้อที่ประมาณ 50 ตารางวา แบ่งเป็นห้องเช่าจำนวน 5 ห้อง เพลิงลุกไหม้จากห้องพัก แล้วลุกลาม ห้องเช่าที่เป็นอู่ซ่อมรถ ซึ่งอยู่ติดกับรั้วมหาวิทยาลัยทำให้มีกลุ่มควันพัดไปยังอาคารเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องนำรถน้ำเข้าไปในมหาวิทยาลัยเพื่อป้องกันการลุกลาม ส่วนภายในอู่มีรถจอดอยู่จำนวนหลายคัน เจ้าหน้าที่เทศบาลนครนนทบุรี และเทศบาลใกล้เคียง พร้อมรถน้ำจำนวน 7 คัน ได้ระดมฉีดน้ำประมาณ 1 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ

ภรรยาเจ้าของอู่ซ่อมรถ กล่าวว่า ขณะที่ตนเลิกงานแล้ว มาเห็นกลุ่มควันพุ่งขึ้นมาข้างบน แล้วมีคนที่ออกมาบอกตนว่าให้ไปดูไฟไหม้ห้องของคนชื่ออร เมื่อจะเปิดประตูเข้าไปดูพบว่าไฟไหม้หมดแล้ว และมีเสียงระเบิดดังขึ้นจึงวิ่งออกมา และไฟได้ลามไปติดห้องอื่นๆด้วย เพราะรถน้ำยังมาไม่ถึง ส่วนห้องตนอยู่ห้องที่ 3 ก็ถูกไฟไหม้เหมือนกัน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้เช่าห้องทั้งหมดไปสอบปากคำที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อหาห้องต้นเพลิง ซึ่งจากคลิปภาพพบว่าเพลิงลุกไหม้รุนแรงบริเวณห้อง 1-3 ซึ่งยังไม่สามารถระบุจุดต้นเพลิงได้ หลังจากนี้จะประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ

>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถเทรลเลอร์ หนุ่มใหญ่วัย 46 ปีเสียชีวิต จ.ระยอง

20.31 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู จ.ระยอง มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับรถเทรลเลอร์ และมีผู้เสียชีวิต บริเวณแยกไฟแดงชุมแสง ถนนสายบ้านบึง - แกลง ช่วงหลัก กม.79 ขาเข้าแกลง ต.ชุมแสง อ.วังจันทร์ จ.ระยอง

ที่เกิดเหตุ พบรถเทรลเลอร์ ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน ระยอง ลักษณะชนกับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน ระยอง ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 46 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังจันทร์

>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก เสียชีวิตริมถนนพุทธสาคร จ.สมุทรสาคร

23.20 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ริมถนนพุทธสาคร ในพื้นที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับรถบรรทุก ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน เชียงราย ตรวจสอบพบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นชาย 1 ราย ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน

>> หนุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำ เสียชีวิตบนสะพานพระราม 4 ฝั่งขาออก จ.นนทบุรี

01.50 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถไม่ทราบคู่กรณี และมีผู้เสียชีวิต บนสะพานพระราม 4 ฝั่งขาออกมุ่งหน้าถนนชัยพฤกษ์ ขึ้นมาจากถนนแจ้งวัฒนะ - ปากเกร็ด ประมาณ 100 เมตร เลยทางโค้งเล็กน้อย ช่วงเหนือเมเจอร์ ปากเกร็ด ในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ ป้ายทะเบียน กทม.ล้มคว่ำอยู่กลางสะพาน ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 25 ปี สภาพขาข้างขวาฉีดขาดกระเด็น ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้ โดยสันนิษฐานว่านายปารินทร์ น่าจะขับขี่มาด้วยความเร็วและเกิดเสียหลักหลุดโค้งพุ่งชนแบริเออร์ก่อนที่ทั้งรถและคนจะไถลไปไกลกว่า 20 เมตร แต่อย่างไรก็ตามจะทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตรงจุดเกิดเหตุอีกครั้งว่าเป็นลักษณะของการล้มเองหรือมีรถอื่นเฉี่ยวชนก่อน ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบัน นิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันหลักสูตรต่อไป

>> แผ่นดินไหว ที่เมืองลำปาง

04.30 น กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 1.4 ความลึก 2 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.บ้านค่า อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...