โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

อัพเดตที่นี่ กติกาเที่ยว 'เขาใหญ่' ช่วงไฮซีซั่น คาดนักท่องเที่ยวหลั่งไหลกว่า 1 หมื่นคนต่อวัน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 พ.ย. 2568 เวลา 09.13 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2568 เวลา 09.13 น.

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ในช่วงไฮซีซั่นฤดูหนาวปีนี้ วันธรรมดา มีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปพักผ่อนและเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติป่ามรดกโลก เฉลี่ยวันละ 4,000 คน แต่ถ้าเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์และวันนักขัตฤกษ์ จะมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปต่อเนื่อง เกิน 10,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีขึ้นมาพักค้างแรม ที่บ้านพักบนอุทยานฯ โดยจองผ่านทางเว็บไซต์กรมอุทยานฯ และอีกส่วนจะวอล์คอินขึ้นมากางเต็นท์ที่ลานกางเต็นท์ 2 จุด ที่เปิดให้บริการ คือ ที่ลานกางเต็นท์ลำตะคอง กับลานกางเต็นท์เขาร่ม

นายชัยยา กล่าวว่า ส่วนช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเปิดเพิ่มอีก 1 จุด คือ ลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ ซึ่งลานกางเต็นท์ทั้ง 3 จุด รองรับนักท่องเที่ยวได้ 5,000 คน นอกจากนี้ ทางอุทยานฯ ยังจัดกิจกรรม “ไนท์ ซาฟารี” ทุกคืน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ จะมีกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี” ทุกๆ ปี

นายชัยยา กล่าวว่า ส่วนเรื่องการอำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ช่วงการเดินทางขึ้นลงอุทยานฯ ซึ่งมักจะมีสัตว์ป่าออกมาเดินตามเส้นทางบนอุทยานฯ นั้น ที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาบ้างแต่ไม่หนักเท่าไหร่ เพราะสัตว์ป่าโดยเฉพาะช้างป่า จะค่อนข้างคุ้นชินกับเจ้าหน้าที่ฯ และนักท่องเที่ยวพอสมควร จึงไม่ค่อยมีพฤติกรรมดุร้าย ก้าวร้าว ปัญหาจึงค่อนข้างน้อย ซึ่งทางอุทยานฯ ได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยเอาไว้ อาทิ ห้ามให้อาหารหรือสัมผัสสัตว์ป่า , ไม่ก่อกองไฟนอกพื้นที่ที่กำหนด , เดินตามเส้นทางที่กำหนด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เป็นต้น พร้อมกันนี้ ทางอุทยานฯ ได้จัดศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวไว้ตามจุดต่างๆ ทั้งบริเวณหน้าด่านฯ , เนินหอม , ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ และที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวฯ คอยดูแลให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณีต่างๆ ไม่ว่าจะเจ็บป่วย เป็นลม รถเสีย หรือประสบเหตุอื่นๆ

นายชัยยา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ได้ดำเนินมาตรากรด้านสิ่งแวดล้อมไปด้วย โดยงดใช้โฟมและพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง (single-use plastics) เข้าไปในเขตอุทยานฯ และให้รักษาความสะอาดกับเก็บขยะกลับมาด้วย โดยบริเวณลานกางเต็นท์ จะมีรถยนต์ 6 ล้อจอดไว้บริการ ให้นักท่องเที่ยวนำขยะไปทิ้ง เพราะทางอุทยานฯ จะไม่วางถังขยะไว้ที่พื้น เนื่องจากสัตว์ป่า อย่างเช่น เก้ง กวาง อาจมาคุ้ยเศษขยะกิน แล้วเจ็บป่วยล้มตายได้ จึงทำที่ทิ้งขยะไว้บนรถ 6 ล้อ ในตอนเช้าจะขนนำไปทิ้งที่โรงขยะใน ต.หมูสี อ.ปากช่อง ไม่ได้ฝังกลบบนอุทยานฯ ซึ่งจะทำให้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมลดลง จึงต้องขอให้ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ เหล่านี้อย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย โดยจะเปรียบเทียบปรับตามอำนาจหน้าที่ ครั้งแรกจะปรับไม่เกิน 5 % หรือไม่เกิน 5,000 บาทของโทษปรับ 100,000 บาท , ครั้งที่ 2 ปรับไม่เกิน 20,000 บาท , ครั้งที่ 3 สามารถปรับได้ 100,000 บาท

“ไฮซีซั่นหนาวปีที่แล้ว จะมีปัญหาเรื่องจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านเขาใหญ่ ฝั่งเนินหอม ต.เนินหอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี หลายกิโลเมตร ทำให้รถติดยาวหลายชั่วโมง ในปีนี้จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทางอำเภอให้วางมาตรการแก้ไขเอาไว้ ไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นซ้ำ ซึ่งคาดว่า ในช่วงพีค ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นเขาใหญ่ ไม่ต่ำกว่าวันละ 15,000 คน” นายชัยยา กล่าว

นายชัยยา กล่าวต่อว่า ช่วงสิ้นปีในวันส่งท้ายปีเก่า วันที่ 30 และ 31 ธันวาคม 2568 จะฟรี ค่าเข้าอุทยานฯ จึงคาดว่า นักท่องเที่ยวจะเดินทางมาที่เขาใหญ่มากยิ่งขึ้นอีก ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งจะเลี่ยงรถติดช่วงเดินทางกลับภูมิลำเนาส่งท้ายปี ด้วยการแวะไปพักผ่อนเค้าท์ดาวน์บนเขาใหญ่ก่อน แล้วจึงเดินทางต่อ จึงทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงดังกล่าว ในขณะที่วันนี้ ก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนบนเขาใหญ่ 10,000 กว่าคน เพราะสภาพอากาศหนาวเย็น เหมาะมากางเต็นท์ ชมวิว รับลมหนาวอย่างมาก

นายชัยยา กล่าวว่า สำหรับพื้นที่นอกเขตอุทยานฯ ที่มีการจัดงานอีเว้นท์ต่างๆ ได้มีการขอความร่วมมือไปยังอำเภอให้ออกหนังสือประกาศแจ้งยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ประกอบการ ห้ามจุดพลุในรัศมี 5 กิโลเมตรจากแนวเขตอุทยานฯ เขาใหญ่ โดยกำหนดพิกัดห้ามจุดไว้อย่างชัดเจน เพราะปีที่แล้ว ได้มีการจุดพลุในพื้นที่ติดกับแนวเขตอุทยานฯ ทำให้ส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าอุทยานฯ เป็นอย่างมาก ซึ่งปกติ งานอีเว้นท์ขนาดใหญ่ อย่างเช่น บิ๊ก เมาเท่นท์ จะจัดห่างจากอุทยานฯ มากพอสมควรอยู่แล้ว ซึ่งส่งผลกระทบบ้างในเรื่องเสียงแต่น้อยมาก แต่จะเป็นผลกระทบที่เกิดจากคนและปริมาณรถที่เข้ามาในพื้นที่มากกว่า

นายชัยยา กล่าวว่า ส่วนเรื่องปัญหาช้างป่าออกนอกเขตฯ เข้ามาในชุมชนช่วงนี้แทบทุกคืน ไม่ได้มาจากปริมาณอาหารของสัตว์ป่าบนอุทยานฯ มีน้อย แต่มาจากสาเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ ดึงดูด เนื่องจากธรรมชาติของสัตว์ป่าจะสำรวจไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้หรอกว่า ตรงไหนเป็นเขตอุทยานฯ และตรงไหนเป็นเขตชุมชน เมื่อสำรวจไปเรื่อยแล้วไปเจอผลไม้หรือพืชผลทางการเกษตร พอได้กินก็เกิดติดใจ มีอาหาร แหล่งน้ำ และที่อยู่อาศัยให้พร้อม ก็จะแวะเข้ามาหากินบ่อยๆ จนบางตัวถึงขั้นไม่ยอมกลับเข้าป่า หลบอาศัยในพื้นที่ของชาวบ้าน และสาเหตุที่ 2 ผลักดัน เกิดจากการต่อสู้ แข่งขันกัน เพื่อจะผสมพันธุ์ เมื่อสู้ไม่ได้ ก็จะถอยร่นออกมาจากถิ่นที่อยู่ในป่า เข้าในชุมชน

“เป็นสาเหตุสำคัญ 2 ประการที่ทำให้ช้างป่าออกนอกเขตฯ ในปัจจุบัน แต่ทั้งนี้ จะมีชุดผลักดันช้างป่าของแต่ละพื้นที่ คอยทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อยู่แล้ว ช่วยกันเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าทุกวัน เพื่อไม่ให้สร้างปัญหา โดยหากพบช้างป่าออกนอกพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ฯ หรือทีมผลักดันช้างป่าแต่ละพื้นที่ได้ทันที เพื่อเข้ามาดูแลช่วยเหลือให้ได้รับความปลอดภัยทั้งคนและช้าง” นายชัยยา กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อัพเดตที่นี่ กติกาเที่ยว ‘เขาใหญ่’ ช่วงไฮซีซั่น คาดนักท่องเที่ยวหลั่งไหลกว่า 1 หมื่นคนต่อวัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...