โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานสำรวจดาวอังคารไขปริศนา! นักดาราศาสตร์ชี้เส้นทางดาวหางระหว่างดาวฤกษ์ 3I/ATLAS ได้แม่นยำขึ้น 10 เท่า

SPACEMAN

อัพเดต 29 พ.ย. 2568 เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2568 เวลา 03.14 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ดาวหาง 3I/ATLAS วัตถุอวกาศลึกลับที่เดินทางมาจากห้วงอวกาศระหว่างดาวฤกษ์ (Interstellar Space) ได้มอบข้อมูลอันล้ำค่าให้นักวิทยาศาสตร์ ก่อนที่มันจะพุ่งออกจากระบบสุริยะของเราไปตลอดกาล ล่าสุดองค์การอวกาศยุโรป (ESA) และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ได้ใช้ข้อมูลการสังเกตการณ์ที่ได้จากยานสำรวจที่โคจรอยู่รอบดาวอังคาร เพื่อระบุตำแหน่งและเส้นทางโคจรของดาวหางดวงนี้ได้อย่างแม่นยำขึ้นอย่างน่าทึ่งถึง 10 เท่า ซึ่งความแม่นยำที่เพิ่มขึ้นนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาการกำเนิดของระบบดาวอื่น ๆ

จนถึงเดือนกันยายน 2568 การคำนวณตำแหน่งและวิถีโคจรของดาวหาง 3I/ATLAS ซึ่งเป็นวัตถุระหว่างดาวฤกษ์ดวงที่สามที่ตรวจพบ ต้องอาศัยกล้องโทรทรรศน์บนโลกเป็นหลัก แต่ในช่วงวันที่ 1 ถึง 7 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป เมื่อยานสำรวจ ExoMars Trace Gas Orbiter (TGO) ของ ESA ที่โคจรอยู่รอบดาวอังคาร ได้หันกล้องไปจับภาพดาวหางดวงนี้ โดยดาวหาง 3I/ATLAS ได้เคลื่อนที่เข้าใกล้ดาวอังคารที่สุดในวันที่ 3 ตุลาคม ด้วยระยะห่างเพียงประมาณ 29 ล้านกิโลเมตร ซึ่งถือว่าใกล้กว่าระยะที่กล้องโทรทรรศน์บนโลกสามารถสังเกตการณ์ได้ถึง 10 เท่า การที่ยาน TGO สามารถสังเกตการณ์ดาวหางจากมุมมองใหม่ที่แตกต่างจากมุมมองจากโลก ทำให้สามารถใช้เทคนิคการหาตำแหน่งด้วยสามเหลี่ยม (Triangulation) ร่วมกับข้อมูลที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์บนโลก ผลลัพธ์ที่ได้คือ ความแม่นยำในการคาดการณ์เส้นทางโคจรของดาวหางเพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจถึง 10 เท่า ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนของตำแหน่งวัตถุลงอย่างมาก

ดาวหาง 3I/ATLAS ได้รับการจัดประเภทเป็นวัตถุระหว่างดาวฤกษ์ (Interstellar) เนื่องด้วยความเร็วและเส้นทางการโคจรของมัน โดยมันกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงถึงประมาณ 250,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีวิถีโคจรแบบไฮเพอร์โบลา (Hyperbolic Trajectory) ซึ่งหมายความว่ามันเคลื่อนที่เร็วเกินกว่าที่จะถูกดึงดูดไว้ด้วยความโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ ทำให้มันไม่โคจรเป็นวงปิดรอบดวงอาทิตย์ แต่จะเดินทางผ่านระบบสุริยะของเราไป และจะไม่กลับมาอีก NASA ได้ยืนยันว่า ดาวหาง 3I/ATLAS เป็นดาวหางที่มีลักษณะและพฤติกรรมสอดคล้องกับดาวหางทั่วไป คือ มีนิวเคลียส (Nucleus) ที่เป็นน้ำแข็งและมีโคมา (Coma) หรือเมฆก๊าซและฝุ่นที่ล้อมรอบ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าดาวหางดวงนี้ก่อตัวขึ้นในระบบดาวอื่น และถูกดีดออกมาสู่ห้วงอวกาศระหว่างดาวฤกษ์เมื่อหลายล้านหรือหลายพันล้านปีก่อน

จากการประมาณการของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) นิวเคลียสของดาวหางมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 440 เมตร ถึง 5.6 กิโลเมตร โดยมันเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ด้วยระยะห่างประมาณ 203 ล้านกิโลเมตร และเข้าใกล้ดาวอังคารมากที่สุดในวันที่ 3 ตุลาคม 2568 นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าดาวหาง 3I/ATLAS ไม่เป็นภัยคุกคามต่อโลกของเราแต่อย่างใด เนื่องจากมันจะเข้าใกล้โลกที่สุดในวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ด้วยระยะทางถึงประมาณ 270 ล้านกิโลเมตร ซึ่งอยู่ไกลกว่าวงโคจรของโลกมาก ความแม่นยำของเส้นทางโคจรที่เพิ่มขึ้นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้นักดาราศาสตร์สามารถเล็งเครื่องมือสังเกตการณ์ไปสู่ตำแหน่งที่ถูกต้อง เพื่อศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของดาวหางได้อย่างละเอียดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก่อนที่มันจะลับหายไปจากระบบสุริยะของเรา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นเสมือนตัวอย่างที่มาจากระบบดาวอื่น และอาจช่วยตอบคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับต้นกำเนิดของระบบสุริยะและชีวิตบนโลกได้

ข้อมูลอ้างอิง:

  • Space.com: 4 key things NASA just revealed about the interstellar comet 3I/ATLAS
  • Universe Today: Astronomers Pinpoint 3I/ATLAS's Path Based on Data from Mars
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...