สะพัด ตำรวจ ตม.ร่อนหนังสือ ย้อน 'อดีตตร.ดัง' ออกสื่ออ้างทำคดีผับจินหลิง ทั้งที่ไม่มีอำนาจ
ตำรวจตม. วิพากษ์การทำงาน ‘อดีตนายตำรวจคนดัง’ อ้างเป็นพนักงานสอบสวนผับจิ้นหลิง ไม่เกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง เป็นการกระทำผิดทางอาญา ยืนยันไม่เคยปล่อยต่างชาติผิดกฎหมายเข้าเมือง เหตุไม่มีหมายจับจึงไม่สามารถเดาสุ่มเข้ามากระทำผิดได้
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานข่าวแจ้งว่า ข้าราชการตำรวจสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้มีการเขียนข้อความเกี่ยวกับกรณีวันที่มีการเรียกประชุม กมธ.โดยนายรังสิมัน โรม ได้เรียก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตนายพลตำรวจ และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ชี้แจงแถลงข่าวเพื่อหวังใช้ช่องทาง กมธ. ทำลายองค์กรและจัดการคนที่ตัวเองเกลียดชัง แต่มีกรณีที่สื่อสารออกมาผิดหลายประเด็น กรณีกล่าวอ้างเป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดี ผับจิ้นหลิง ตามคำสั่ง ตร.ที่ 544/65 ลงนามโดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ในขณะนั้นให้หัวหน้าพนักงานสอบสวน คือ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง อดีตผบช.น.
อดีตตำรวจดังกล่าวเป็นเพียงผู้ควบคุม กำกับ ดูแลไม่ได้มีอำนาจไปยุ่งเกี่ยวกับอำนาจสอบสวนแต่อย่างใด พอมีการท้วงท่านยกมือพูดว่าท่านพูดผิดไปเอง ในทางตรงกันข้ามได้ให้สัมภาษณ์ออกอากาศรายการทีวีหลายรายการ พูดไปหลายช่องทางให้ประชาชนเชื่อว่าเป็น “หัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน” ต่อมาแค่ไม่ถึงเดือน คดีนี้ถูกขยายความจนกลายเป็นคดีนอกราชอาณาจักร หัวหน้าพนักงานสอบสวนก็ย่อมเปลี่ยนไปเป็นอัยการสูงสุดแทน พล.ต.ท.ธิติ อดีตผบช.น.
แต่มีการกล่าวถึงหลายครั้งในการชี้แจงว่าให้ ลูกน้อง สอบสวนใช้อำนาจอะไรในการออกหมายเรียก หรือ เรียกข้าราชการตำรวจ ตม.จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศมาพบเพื่อสอบปากคำที่สโมสรตำรวจ ทั้งที่ไม่ใช่ที่ทำการพนักงานสอบสวน และพนักงานสอบสวนที่อ้างชื่อทำตามคำสั่งอดีตนายตำรวจดังกล่าว มีการเรียกเอกสารทางราชการอีกด้วย มีหมายเรียกเอกสาร อ้างคำสั่งพนักงานสอบสวนตามคดีผับจิ้นหลิง ท่านบอกว่าตัวเอง เป็นพนักงานสอบสวนมาก่อน รู้เรื่องกฎหมาย จบนิติศาสตร์ ดังนั้นท่านกับทีมงานจะอ้างไม่ทราบว่ากำลังทำผิดกฎหมายหรือไม่
ทราบว่าเอกสารที่ได้มามันไม่ชอบ มีการกล่าวอ้าง ผ่านสื่อตลอดเวลาว่าท่านทำคดีนั้น จนมีการตั้งข้อสงสัยท่านออกทีวีบอกคนทั้งประเทศ มันมีคดีไหนที่ท่านทำเองจริงบ้าง
ย้อนไปถึงข่าวที่ว่าเกี่ยวกับคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ คดีเรือฟีนิกซ์ล่ม ยกฟ้องหมด ไม่เห็นมีการพูดถึงแต่อย่างใด ผลงานท่าน และทีมงานที่พาท่านเข้ารกเข้าพงทั้งนั้น ออกสื่อ บอกยึดทรัพย์มากที่สุดในประเทศ อ้างคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ ตู้ห่าว ศาลยกฟ้องหมด ยึดทรัพย์ความผิดอะไรอะไรหรือไม่ ทำไมสื่อประเทศไทยจึงให้พื้นที่ออกสื่อไม่ตั้งคำถามให้เอาหลักฐานมาแสดง
โดยเฉพาะประเด็นคดีผับจิ้นหลิง มันโยงเข้ามาเรื่อง ตม.จังหวัด อนุญาตให้เปลี่ยนวีซ่าอยู่ต่อได้อย่างไร เพราะคดีมั่วสุมเสพยา เล่นการพนันในผับ ของคนจีนในผับจิ้นหลิง มันไม่ได้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คนเข้าเมืองแต่อย่างใด ไม่ต้องมองว่าเป็นจีนเทาเพียงอย่างเดียว แขกขาว แขกอินเดีย ฝรั่งอเมริกา ฝรั่งยุโรป เข้าประเทศมาโดยถูกต้อง แต่เมื่อเข้ามาในประเทศแล้วทำผิดกฎหมายไทย ก็ต้องถูกดำเนินคดีในฐานความผิดนั้น มีการกล่าวถึงสมัยเป็น ผบช.สตม. ทำดีหมดทุกอย่าง แต่ตอนนั้นคนจีนเข้าประเทศมาหลายล้านคน อะไรที่จะทำให้เชื่อว่าคนจีน ทั้งหมดนั้นไม่ได้เข้ามาทำผิดกฎหมาย กรณีจะโอนตม. โดยอ้างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีและพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีขณะนั้นเป็นคนละเรื่องกับคดีที่เกิดขึ้น
โดยเฉพาะกล่าวถึงกรณีตม. ปล่อยให้คนไม่ดีเข้าประเทศ แต่ชาวต่างชาติเดินทางลงเครื่องบินมา มีเอกสารครบไม่มีหมายจับ ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมาย สามารถให้เดินทางเข้ามาได้ จะมาเที่ยว มาทำงาน ถ้ามีบริษัทจ้างงานอย่างถูกต้อง หากมองในมุมมองกรณีดังกล่าว ตม.ทั่วประเทศคงทำผิดกฎหมายหมด ตอนเข้ามาคนพวกนี้เค้าเข้ามาถูกต้อง ไม่มีหมายจับ ไม่เป็นบุคคลต้องห้าม อยู่ถูกต้อง ใครจะไปรู้ล่วงหน้าได้ต่างด้าว ฝรั่ง จีน แขก คนไหน จะเข้ามาแล้วจะมาก่อเหตุทำผิดกฎหมายไทยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
ส่วนกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี มีนโยบาย Free visa อดีตนายตำรวจได้ทักท้วงแล้วโดนตำหนิ ตำรวจตม.จึงมีการตั้งข้อสังเกตตำแหน่งหน้าที่อะไรตอนนั้น ถึงสามารถที่จะไปทักท้วงอดีตนายกรัฐมนตรี ได้ในเรื่องนโยบายต่างประเทศ จึงไม่สามารถเชื่อถือได้ว่าพูดความจริง เพราะไม่มีพยานอะไรรองรับแต่อย่างใด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สะพัด ตำรวจ ตม.ร่อนหนังสือ ย้อน ‘อดีตตร.ดัง’ ออกสื่ออ้างทำคดีผับจินหลิง ทั้งที่ไม่มีอำนาจ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th