โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุตุฯ โลกเตือนปี 2025 จะเป็น 1 ในปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 08 พ.ย. 2568 เวลา 03.12 น.
รายงานล่าสุดโดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ระบุว่า ปี 2025 มีแนวโน้มจะเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ในประวัติศาสตร์ สาเหตุจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนรุนแรง และมีแนวโน้มเพิ่มอย่างต่อเนื่อง หากทั่วโลกยังขาดความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อนาคตอาจไม่มีทางย้อนกลับได้อีก

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO เผยแพร่รายงาน State of the Climate Update for COP30 โดยระบุว่า ปี 2024 อุณหภูมิบนพื้นผิวโลกสูงกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรมประมาณ 1.42 องศาเซลเซียส ขณะที่ความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศและอุณหภูมิในมหาสมุทรยังเพิ่มสูงขึ้นจนแตะระดับสูงสุดเช่นกัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2025

ข้อมูลจากดาวเทียม พบว่า ตลอดทั้งปีน้ำแข็งในอาร์กติกอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยในเดือนมีนาคม 2025 ปริมาณน้ำแข็งอาร์กติกลดลงจนถึงจุดต่ำสุดเท่าที่เคยบันทึกสถิติมา นับเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนของภาวะโลกร้อนที่กำลังเร่งตัวและรุนแรงขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ที่ผ่านมาโลกเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้ง คลื่นความร้อน พายุรุนแรง ฝนตกหนักแบบฉับพลัน น้ำท่วมสูง และภัยแล้งนาวนาน ซึ่งเป็นผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนรุนแรง สร้างความเสียหายต่อทุกพื้นที่ทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร ถิ่นที่อยู่อาศัย และความมั่นคงด้านอาหาร ผู้คนจำนวนมากต้องเผชิญกับการอพยพย้ายถิ่นฐานและสูญเสียแหล่งทำมาหากิน

เซเลสเต ซาอูโล เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ชี้ว่า การจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ภายในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีข้างหน้าแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ยังไม่ถึงกับสิ้นหวัง เพราะโลกยังมีโอกาสพลิกกลับได้ หากทั่วโลกมีความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่จริงจัง เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

รายงานจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกก่อนการประชุม COP 30 ฉบับนี้ เป็นการย้ำเตือนให้นานาประเทศได้ตระหนักถึงความมุ่งมั่นในการรักษาสมดุลโลก ก่อนที่โลกจะไปถึงจุดที่ไม่อาจย้อนกลับได้อีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...