ซาร่า คาซิงกินี ควง แดริล ยัง เปิดใจครั้งแรก! หลังถูกศาลยกฟ้องคดี Forex-3D เผยเส้นทางรัก 2 ปียิ่งกว่าละคร พิสูจน์ให้เห็นว่ารักจริงๆ!
ซาร่า คาซิงกินี ควง แดริล ยัง เปิดใจครั้งแรก! หลังถูกศาลยกฟ้องคดี Forex-3D เผยเส้นทางรัก 2 ปียิ่งกว่าละคร พิสูจน์ให้เห็นว่ารักจริงๆ!
เรียกว่าชีวิตเจอมรสุมหนักพอควร สำหรับ “ซาร่า คาซิงกินี” เพราะหลังจากที่แฟนหนุ่ม “แดริล ยัง” หนุ่มสัญชาติสิงคโปร์ ได้ถูกศาลตัดสินยกฟ้องคดี Forex-3D และได้ออกจากเรือนจำพร้อมกับ“ดีเจแมน พัฒนพล”
ล่าสุดวันที่ 12 พ.ย.2568 ทั้งคู่ได้ควงกันให้สัมภาษณ์ความรู้สึกว่าที่ผ่านมาก็เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากและเหนื่อยมากๆ นอกจากนี้ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความรักที่ทั้งคู่มีให้กัน
เรื่องราวที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง?
ซาร่า : “ถือเป็นช่วงเวลาที่แบบว่าเราก็ยากลำบาก ก่อนหน้านี้ก็ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ พอมาถึงวันนี้เราก็ดีใจที่เรื่องราวออกมาเป็นอย่างที่เราหวัง”
ที่ผ่านมาอะไรที่ทำให้เชื่อมั่นผู้ชายคนนี้?
ซาร่า : “เพราะสิ่งที่เราเห็น แล้วก็หลักฐานต่างๆ เราก็เข้าไปวุ่นวายกับทั้งเอกสารทั้งข้อมูลต่างๆ กับทนาย ก็เลยทำให้เราเห็นข้อเท็จจริง ทุกอย่างมันประกอบไปด้วยหลักฐาน ตั้งแต่วันแรกเราก็เชื่อมั่นแล้วเราก็สงสารเห็นใจเขา และเราก็อยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยจนวันนี้มันก็เป็นอย่างที่เราคิด”
ระหว่างทางเหนื่อยไหม?
ซาร่า : “เหนื่อยมากค่ะ แต่มันก็จะมีช่วงที่เขาอ่อนไหวอยู่ข้างใน เค้าอาจจะรู้สึกไม่ดี แต่เราก็บอกเขาว่าให้เชื่อมั่นในความยุติธรรม”
แดริลรู้สึกยังไงกับผู้หญิงคนนี้?
แดริล : “อยากจะขอบคุณเขาและก็ครอบครัวที่อยู่ข้างผม และไม่เคยคิดจะทิ้งในวินาทีเดียว”
ตอนนั้นรู้สึกยังไง?
แดริล : “ก็รู้สึกว่าชีวิตของผมโชคดีมากที่มีเขา แล้วก็มีครอบครัวของเขาด้วย”
ซาร่า : “อาจจะเป็นภาวะที่ข้างใน คิดว่าน่าจะมีความเครียดในแต่ละวัน หนึ่งวันสำหรับเขาก็เหมือนหนึ่งปี ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาเราก็อยู่ซัพพอร์ตเขา เป็นกำลังใจ”
อยู่กันคนละโลกเรามีความเชื่อใจกันยังไงบ้าง?
ซาร่า : “มีความสม่ำเสมอ ก็คืออย่างเราไม่มีวันไหนที่ไม่ไปหาเขา ตลอดสองปีเราไปหาเขาทุกวัน คือมันจะเยี่ยมไม่ได้แค่เสาร์-อาทิตย์ จันทร์ถึงศุกร์เราก็อยู่ตรงนั้นตลอด ทุกครั้งที่มีการขึ้นศาลเราก็ไม่เคยผิดนัดเลย มันก็เป็นความสม่ำเสมอที่ยังไงเค้าก็เจอเราทุกวัน บางวันมีงานเราทำงานเสร็จแล้วก็รีบวิ่งมาหาเค้า”
อันนี้เป็นสิ่งที่เราตั้งใจพิสูจน์ความรักของเรา?
ซาร่า : “ใช่ค่ะเป็นความตั้งใจ แล้วเหมือนเราได้เจอกันแค่วันละ 20 นาที แล้วเราก็นึกถึงจิตใจเขาที่ข้างใน”
แดริลรู้สึกยังไงบ้างที่เขามาหาเราทุกวัน?
แดริล : “ผมรู้สึกว่า 20 นาทีนี้สำหรับผมมันสำคัญมากๆ เลยครับ ทุกวันก็จะรอคอยที่เขามา”
ตอนเจอกันเราคุยอะไรกัน หรือให้กำลังใจกัน?
แดริล : “ผมก็เข้าใจว่าคนที่อยู่ข้างนอกก็เหนื่อยเหมือนกันไม่ใช่แค่คนข้างใน ตอนที่เค้ามาผมก็ให้กำลังใจรู้ว่าเค้าเหนื่อยเพราะต้องดูแลทุกคนด้วย ให้แต่พลังบวก จะได้สู้ไปด้วยกันได้”
ซาร่าเชียร์เขายังไงบ้าง?
ซาร่า : “ก็เชียร์สุดๆ ให้กำลังใจเพราะว่าเวลาเค้าอยู่ด้านในเค้าก็จะมีความปั่นด้วย พูดแซวกัน เวลาเขาฟังเค้าก็จะนอยด์เค้าก็จะมาถามเรา เราก็ต้องพูดคุยกับเขาเพื่อให้เขามั่นใจว่าเราจะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน เราก็บอกเขาว่าเราเชื่อมั่นว่ายังไงได้ออกมา เพราะเราเชื่อในความยุติธรรม”
มีร้องไห้ไหม?
ซาร่า : “ก็มีแรกๆ ร้องไห้ พอพูดแล้วก็จะร้อง แรกๆ มันก็เหนื่อย เราก็ร้องไห้ด้วย (เสียงสั่น) เราก็อยู่ตั้งแต่วันที่เขาโดนรวบตัว เราเห็นแล้วเราก็รู้สึกแย่ เห็นคอมเมนต์แย่ๆ เราก็ต้องสตรองมากๆ ไปหาเค้าก็แบบต้องไม่แสดงมุมอ่อนแอให้เขาเห็น ไม่งั้นเค้าจะรู้สึกอ่อนแอไปด้วย”
ยากไหมกับการทวงความบริสุทธิ์ให้เขาเพราะเขาก็ไม่ผิดจริงๆ?
ซาร่า : “ก็ยากนะคะ เหมือนตอนนั้นก็จะมีคนแบบทำไมยังอยู่ ทำไมไม่เลิก แต่เราก็จะพูดกับทุกคนว่าเราเชื่อในความถูกต้อง เราเชื่อในความดี และเราก็เชื่อในตัวเขาอย่างที่บอกว่าเราเข้าไปดูทั้งเอกสาร ทั้งหลักฐานอยู่กับทนาย อยากบอกกับทุกคนว่าขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วกันว่าวันนั้นความเป็นจริงจะได้เกิดขึ้น และความอดทนก็ถึงวันนั้นจริงๆ”
เสียงนินทามันทำให้เราเหนื่อยไหม?
ซาร่า : “เหนื่อยๆ แต่โอเคเราเป็นคนผ่านดราม่ามาเยอะ แต่อันนี้ก็น่าจะหนักที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรหนักไปกว่านี้ เหมือนตอนนั้นจะพูดว่าอะไรดีเหมือนมันกระทบเราด้วยเรื่องหน้าที่การงาน เหมือนงานถูกยกเลิก ไม่มีใครอยากจ้างเรา คิดว่าเรามีความผิด มันก็แย่หลายๆ อย่าง ตอนนี้ก็เริ่มกลับมาดีขึ้น”
ความคืบหน้าของคดีตอนนี้?
ซาร่า : “ตอนนี้ก็อยู่ในชั้นต้น ศาลชั้นต้นก็ยกฟ้องไม่มีความผิดค่ะ แต่ตอนนี้เราก็ดูอุทธรณ์ก่อนเราก็ไม่แน่ใจ ถ้ามีอุทธรณ์เราก็สู้กันต่อไป (มีนัดไหม?) ระยะเวลากำหนดยากเหมือนกันเพราะขึ้นอยู่กับทางอัยการด้วย”
คิดไหมว่าจะมีวันนี้ที่ได้ออกมายืนยันความบริสุทธิ์?
ซาร่า : “คิด อันนี้คิดทุกวัน คิดตลอด เราจะพูดกับเขาว่าเรารู้ตัวเองดีที่สุดว่าเราทำอะไรลงไป สิ่งที่ทำผิดหรือเปล่าเขาก็จะตอบว่าไม่ เพราะฉะนั้นเราจะรู้ตัวเองว่าเราอย่าให้คนข้างนอกมาปั่น ให้เชื่อมั่นในตัวเอง เหมือนเราก็บอกเขาเหมือนเขานับถือคริสเตียน เราก็บอกเขาว่ายังไงพระเจ้าก็ให้ความยุติธรรมกับเรา แล้วก็ออกมา”
แดริล : “พอเวลาผ่านไปนานๆ ผมก็เริ่มรู้สึกว่าอาจจะไม่มีโอกาสได้ออกมา อาจจะไม่ได้เร็วๆ นี้ แต่สุดท้ายก็ได้ออกมา ก็ต้องขอบคุณความยุติธรรมของประเทศไทยครับ วันแรกที่ได้ออกมาก็ร้องไห้ ไม่มีความคิดอื่นเลย นอกจากอยากกลับไปหาครอบครัวและภรรยาครับ”
พอได้ออกมาแล้ว อยากวางอนาคตยังไง?
ซาร่า : “แรกๆ คิดว่าเขาแบลงค์ เหมือนหายไปจากโลก 2 ปี ช่วงแรกออกมาเขาก็งงๆ กับชีวิต ต้องปรับตัว ช่วงนี้ก็เริ่มดีขึ้น รู้ว่าโลกมันถึงตรงนี้แล้ว แต่ก่อนหน้านี้ก็ถือว่าหนักอยู่นะ สภาวะทางจิตใจ เราก็ต้องพาไปหาหมอด้วย แต่ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้น ก็ซัปพอร์ตและให้กำลังใจกันค่ะ”
วาางงแผนชีวิตคู่ยังไงบ้าง?
ซาร่า : “ก็มีค่ะ เราก็เก็บเงินสร้างเนื้อสร้างตัวก่อนค่ะ”
ปีหน้าอาจจะได้เห็นข่าวดี?
แดริล : “ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นครับ (เขามาเติมเต็มชีวิตเรายังไงบ้าง?) ก็เป็นพลังบวกให้ผมตลอดเวลาครับ แม้ว่าผมจะดาวน์ขนาดไหน เขาจะบอกว่าอย่าคิดอย่างนี้สิ ชีวิตเรายังมีอะไรดีๆ อีกเยอะครับ ก็อยากบอกเขาว่าจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วก็ขอบคุณทุกอย่าง ขอบคุณความรักที่ให้มาตลอด”
ซาร่า : “ก็ขอบคุณที่เขาเข้ามาในชีวิตค่ะ สำหรับแม่เลี้ยงเดี่ยวลูกสองมันก็ไม่ได้ง่าย ขอบคุณที่เขาเข้ามาเติมเต็มชีวิตเราและลูกๆ ความฝันผู้หญิง เราก็อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์ ก็รู้สึกว่าเขาเข้ามาแล้วทำให้ครอบครัวเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้นค่ะ”
รักแท้มีอยู่จริง เราว่าคำนี้จริงไหม?
ซาร่า : “ก็จริง เพราะมันก็คือความรักจริงๆ ค่ะ เราอยู่กันโดยที่ไม่มีผลประโยชน์อะไรเลย มันผ่านช่วงยากลำบากสุดๆ ยิ่งกว่าละคร มันมีบททดสอบความรักเยอะมากๆ บางคนบอกว่าความรักมันกินไม่ได้ แต่เราเป็นคู่ที่ความรักกินได้ (หัวเราะ)”
ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง?
ซาร่า : “แพลนจะกลับมาขายน้ำพริกปลาร้าค่ะ แล้วก็มีโปรดักส์ที่อยากทำร่วมกันกับเขา แล้วก็จะมีแบรนด์เสื้อผ้าด้วย ช่วงนี้ค้าขายออนไลน์มันบูม ก็อยากกลับมาทำตรงนี้เต็มที่ ส่วนงานในวงการ ถ้าพี่ๆ คนไหนเอ็นดู ก็รบกวนติดต่องานมาได้นะคะ ยังรับงานอยู่นะคะ ไม่ได้หายไปไหน งานคู่ก็รับหมดค่ะ (ยิ้ม)”