โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Salesforce เปิดตัว Agentforce ในรูปแบบภาษาไทย หนุนพัฒนาองค์กรสู่ยุค Agentic Enterprises เผย 5 โอกาสการใช้ Agentic AI ที่องค์กรไทยสามารถนำไปต่อยอด เพื่อสร้างการเติบโต

BTimes

อัพเดต 15 มกราคม 2569 เวลา 1.47 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

Salesforce ผู้นำระดับโลกด้านระบบบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อันดับหนึ่งของโลก ได้ประกาศเปิดให้บริการ Agentforce ในภาษาไทยอย่างเป็นทางการ นับเป็นก้าวสำคัญของยุค Agentic AI ในประเทศไทย องค์กรต่าง ๆ สามารถใช้ประโยชน์จาก Agentforce ในภาษาไทยเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล พัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยในปัจจุบัน Agentforce Service และ Employee Agent พร้อมให้บริการในรูปแบบภาษาไทยอย่างสมบูรณ์แล้ว

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากประเทศที่พึ่งพาภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก สู่การเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่หลากหลายและทันสมัย โดยนโยบาย Thailand 4.0 ของภาครัฐได้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็นกลไกหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของ ประเทศ การประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทุกภาคอุตสาหกรรม ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต ปัจจุบัน AI ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยอุตสาหกรรมดิจิทัลคาดการณ์ว่าตลาด AI ในประเทศไทยจะมีอัตราการเติบโตต่อปีที่ 32.33% และจะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 233,000 ล้านบาทภายในปี 2031

Salesforce ช่วยผลักดันองค์กรต่าง ๆ สู่การเป็น Agentic Enterprise ที่มนุษย์และ AI Agent สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและกลมกลืน ด้วยระบบ Agentforce 360 ที่บูรณาการการทำงานระหว่างบุคลากร AI Agent แอปพลิเคชัน และข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้พนักงานทุกคน และขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรสู่ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน

Agentforce Service คือแพลตฟอร์มบริการลูกค้าแบบครบวงจรที่รองรับทุกอุตสาหกรรมและทุกช่องทางการติดต่อสื่อสาร นับเป็นนวัตกรรมใหม่ของงานบริการที่พร้อมดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่เรียกว่า "บริการที่ไม่มีวันหยุดพัก" แพลตฟอร์มนี้ช่วยประหยัดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการคำร้องด้วยระบบ AI Agent พร้อมทั้งมอบบริการเชิงรุกโดยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้ระดับความพึงพอใจของลูกค้าเพิ่มสูงขึ้น จุดเด่นที่สำคัญของ Agentforce Service คือการเป็นหนึ่งในไม่กี่แพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้พนักงานและ AI Agent ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ครอบคลุมตั้งแต่การติดต่อครั้งแรกจนถึงการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จลุล่วง

Employee Agent คือ AI Agent ที่ทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยส่วนตัวในรูปแบบดิจิทัลสำหรับพนักงาน ช่วยให้การจัดการงานประจำวันและงานที่ต้องทำซ้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น จุดเด่นของ Employee Agent ไม่เพียงแค่ให้ข้อมูลเท่านั้น แต่ยังสามารถจัดการงานต่าง ๆ ให้พนักงานได้โดยตรง ด้วยการเชื่อมต่อกับเครื่องมือการทำงานที่พนักงานใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ Slack หรืออุปกรณ์มือถือ และทำหน้าที่เสมือนเป็น "เพื่อนร่วมงาน" ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา โดยใช้ฐานข้อมูลความรู้ขององค์กรในการเป็นผู้ช่วยที่ครอบคลุมทุกด้านของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการจัดตารางประชุม การอัปเดตความคืบหน้าทางธุรกิจ การดูแลพนักงานใหม่ตั้งแต่วันแรกของการทำงาน การค้นหาข้อมูลสวัสดิการ หรือแม้แต่การเตรียมข้อมูลสรุปก่อนการประชุมกับลูกค้า ด้วยความสามารถเหล่านี้ ทำให้พนักงานมีเวลามากขึ้นในการทุ่มเทกับงานที่มีความสำคัญ ส่งผลให้ประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม

คุณอภิสิทธิ์ คุปรัตน์ ผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยของเซลส์ฟอร์ซ กล่าวว่า “Salesforce มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตในมิติใหม่ ด้วยการสนับสนุนให้องค์กรต่าง ๆ พัฒนาสู่การเป็น Agentic Enterprise หรือองค์กรที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร โดยไม่ได้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาทดแทนแรงงานมนุษย์ ในยุคที่ Agentic AI กำลังปฏิรูปโลกธุรกิจ องค์กรจำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วและคว้าโอกาสนี้ ด้วยการผสานจุดแข็งเข้าด้วยกัน ได้แก่ ศักยภาพของ AI ความสามารถของบุคลากรไทย และความหลากหลายทางเศรษฐกิจของประเทศ”

นอกจากนี้ Salesforce ได้นำเสนอ 5 เทรนด์และโอกาสด้าน Agentic AI ล่าสุด ที่องค์กรไทยสามารถนำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดในปี 2026 เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจดิจิทัล

1. โอกาสทองในการก้าวสู่ยุค Agentic Enterprise

องค์กรธุรกิจไทยมีโอกาสอันดีที่จะไม่เพียงนำ Agentic AI มาใช้งาน แต่ยังสามารถก้าวกระโดดสู่การเป็น Agentic Enterprise ได้อย่างเต็มรูปแบบ

จากผลการสำรวจของ Salesforce พบว่า 84% ของผู้บริหารระดับสูงในประเทศไทยมองว่า Generative AI เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญลำดับต้น ๆ ที่จะกำหนดความสำเร็จของธุรกิจ จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่จะต่อยอดจากทัศนคติเชิงบวกนี้ เพื่อผลักดันการนำ AI มาใช้ในประเทศไทยให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น

องค์กรที่ไม่ถูกจำกัดด้วยโครงสร้างระบบเดิม (legacy infrastructure) จะมีความคล่องตัวในการนำ Agentic AI มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงาน เพื่อสร้างมิติใหม่ของการทำงานร่วมกันระหว่าง AI และมนุษย์ แทนที่จะเป็นการปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัลแบบค่อยเป็นค่อยไป องค์กรที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกลจะสามารถนำ AI ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่น่าเชื่อถือมาใช้ เพื่อสร้างการเติบโตในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมพัฒนาแรงงานดิจิทัลที่สามารถดูแลลูกค้า วางแผนการตลาด และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการซัพพลายเชนได้โดยอัตโนมัติ

2. ผู้ประกอบการ MSME สามารถปลดล็อกโอกาสการเติบโตครั้งใหญ่ด้วย Agentic AI

องค์กรขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยและแหล่งจ้างงานหลักของประเทศ กำลังเผชิญความท้าทายหลายประการ อาทิ การขาดแคลนทรัพยากร ซึ่งส่งผลให้การดำเนินงานล่าช้า ขาดประสิทธิภาพ และการให้บริการลูกค้าที่ไม่ดีเท่าที่ควร AI Agent จึงเป็นโซลูชันดิจิทัลที่เหมาะสมสำหรับ MSME เนื่องจากสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการเฉพาะ เข้าถึงได้ง่าย และขยายขีดความสามารถได้ไม่จำกัด ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย Agentic AI ผู้ประกอบการ MSME จะสามารถยกระดับการบริการลูกค้าให้ทัดเทียมกับองค์กรขนาดใหญ่

นอกจากนี้ Agentic AI ยังเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงนวัตกรรม ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถทดลองแนวคิดใหม่ ๆ และริเริ่มโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ได้ด้วยการลงทุนที่น้อย แต่ได้ผลลัพธ์ในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจากฐานรากของเศรษฐกิจไทย โดยมี MSME จำนวนมากขึ้นที่นำเทคโนโลยี AI ขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ ส่งผลให้ภาพรวมความพร้อมด้านดิจิทัลของภาคธุรกิจไทยพัฒนาสูงขึ้น

3. Agentic AI เปิดโอกาสการเติบโตทางธุรกิจสู่เมืองรอง

รายงานของธนาคารโลกระบุว่า เมืองรองหลายแห่งในประเทศไทยได้พัฒนาก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางอุตสาหกรรม หากได้รับการสนับสนุนด้านการลงทุนอย่างเหมาะสม เมืองเหล่านี้มีศักยภาพในการยกระดับผลิตภาพและขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ

Agentic AI นับเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างองค์กรในเมืองรองและเมืองใหญ่ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียมกัน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาแบบก้าวกระโดด ทั้งในด้านการเข้าถึงบริการ การเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่น และการสร้างโอกาสใหม่ ๆ สำหรับแรงงานในพื้นที่

ยกตัวอย่างเช่น องค์กรในเมืองรองสามารถประยุกต์ใช้ Agentic AI ในการให้บริการลูกค้าในเมืองใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหรือสำนักงานที่มีค่าใช้จ่ายสูงในพื้นที่ดังกล่าว

4. Agentic Service สร้างโอกาสใหม่ในการสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มรายได้

เมื่อองค์กรไทยเริ่มนำ Agentic AI มาใช้งาน AI Agent จะกลายเป็นจุดแรกของการติดต่อระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจในการใช้ Agent เพื่อสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากลูกค้าในประเทศไทย

ในการให้บริการลูกค้าไทยอย่างมีประสิทธิภาพ องค์กรจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากโมเดลการบริการแบบเดิม จากผลการศึกษาของ Salesforce ในรายงาน State of Service พบว่า 74% ของบุคลากรในภาคบริการในประเทศไทยระบุว่า ลูกค้ามีความต้องการบริการที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น การนำ AI Agent มาใช้จะช่วยให้องค์กรสามารถมอบประสบการณ์การบริการที่เป็นส่วนตัวและตอบสนองความต้องการตามบริบททางวัฒนธรรมของลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง องค์กรที่นำรูปแบบการให้บริการแบบ Agentic-first มาใช้จะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและยั่งยืนกับลูกค้าได้อย่างที่วิธีการแบบเดิมไม่สามารถทำได้

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมีการนำ AI Agent มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ บุคลากรในภาคบริการของประเทศไทยคาดการณ์ว่าจะเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจน โดยรายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 20% และคะแนนความพึงพอใจของลูกค้าจะสูงขึ้น 20%

5.การทดลองอย่างต่อเนื่องเพื่อค้นหาศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของ AI

ปัจจุบันเราเพียงแค่เริ่มสัมผัสถึงประโยชน์เพียงส่วนน้อยของเทคโนโลยี AI เท่านั้น ยังมีโอกาสและศักยภาพอีกมหาศาลที่รอการค้นพบและพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทคโนโลยีแบบ Agentic พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เราจะได้เห็นการใช้งานแบบใหม่ ๆ ที่อาจจะเกินความคาดหมายของเราในตอนนี้ ซึ่งอาจเปลี่ยนวิธีที่เราใช้ชีวิต ทำงาน และติดต่อสื่อสารไปอย่างสิ้นเชิงภาคธุรกิจไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ ทั้งในด้านการพัฒนาระบบ กระบวนการทำงาน และโครงสร้างพื้นฐานที่จะเอื้อประโยชน์ต่อการใช้งาน AI อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยจุดเริ่มต้นที่สำคัญคือการวางระบบการจัดการข้อมูลที่มีคุณภาพ เนื่องจากข้อมูลที่ดีจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ AI ทำงานได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ องค์กรต้องเปิดกว้างทางความคิด กล้าที่จะทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และพร้อมปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจโดยใช้ AI

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...