โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ดร.เอ้” โวยเครนถ่มทับรถไฟ โคราช ชี้ประมาทซ้ำซาก เชื่อหาคนผิดไม่ได้

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 14 ม.ค. เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. เวลา 03.06 น.

“ดร.เอ้” โวยเครนถ่มทับรถไฟ โคราช ชี้ประมาทซ้ำซาก เชื่อหาคนผิดไม่ได้ ลั่นถึงเวลาเลือก "ไทยก้าวใหม่" ออก กม.ความปลอดภัยสาธารณะ ตั้งองค์กรกลางแก้แบบเบ็ดเสร็จ ฟ้องแพ่ง-อาญา ให้เข็ดหลาบ -ลุยตลาดเก่าเมืองตรัง ชูนโยบายดึงนักท่องเที่ยวมาเลเซีย-สิงคโปร์ อ้อนขอคะแนน ขอคนใต้เลือกการเมืองแบบใหม่ เลือกไทยก้าวใหม่ โวกระแสตอบรับดี ลั่น ไม่ทำให้ผิดหวัง - ย้ำเห็นด้วยแก้ รธน. แต่ไม่แตะหมวด1-2 ขอ ปชช.ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ พร้อม ร่วมกับทุกพรรคทำงานเพื่อบ้านเมืองจริงๆ ชี้ ความขัดแย้งจะไม่ช่วยให้ประเทศพ้นจากความยากจน

วันที่ 14 ม.ค. 69 ที่ ตลาดกลางเมืองตรัง นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่หาเสียง ต่อเนื่องเป็นวันที่3 ในพื้นที่ภาคใต้ วันนี้ลงที่จังหวัดตรัง และจ. กระบี่ โดยช่วงเช้าได้ ขึ้นรถแห่ไปรอบเทศบาลเมืองตรังก่อนลง หาเสียงตลาดเช้า ตลาดสดเทศบาลนครตรังพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในช่วงเช้า รับฟังปัญหาค่าครอง ชีพและเศรษฐกิจระดับชุมชน

บรรยากาศหาเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเมื่อผ่านร้านขายกล้วยได้มีการเข้าไปนั่งพูดคุยกับแม่ค้าพร้อมของฝากผู้สมัครของพรรคเขต 1 และเลือกพรรคหมายเลข 49 เพื่อให้สิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า ขายกล้วยจะได้กล้วยๆ

ทั้งนี้ นายสุชัชวีร์ ยังคงโชว์นโยบายหาเสียงขยายฐานการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาในพื้นที่จังหวัดตรังด้วยระบบคมนาคม ซึ่งพรรคต้องการผลักดันนโยบายรถไฟสายอันดามันที่จะเชื่อมเข้าสู่จังหวัดตรังไปสู่ประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์เพื่อที่จะนำนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ และยืนยันว่าจะมาสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในพื้นที่เนื่องจากจังหวัดตรัง เป็นเมืองที่น่าอยู่และท่องเที่ยว ผู้คนน่ารักและอาหารที่อร่อย

จากนั้น ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ภาพรวมกันลงพื้นที่หาเสียงภาคใต้ โดยที่จังหวัดตรัง ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี ซึ่งจากการสอบถามทุกคนต้องการความเปลี่ยนแปลง และต้องการสิ่งใหม่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งวันนี้เห็นได้ชัดว่าเศรษฐกิจภาคใต้ไม่ได้ดีขึ้น ไม่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และสิ่งที่น่ากังวลคือเมื่อลูกหลานเรียนจบแล้ว ไม่มีงานทำ ต้องไปทำงานในต่างจังหวัด ดังนั้น หากจะเลือกการเมืองแบบเดิม ทุกอย่างก็จะทดถอยยิ่งกว่าเดิม จึงขอโอกาสพื้นที่ภาคใต้เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ และพรรคไทยก้าวใหม่มาสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งพรรคอยากทำนโยบายรถไฟสายอันดามัน ที่จะเชื่อมคนให้มาท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน โดยดึงนักท่องเที่ยวจากฝั่งมาเลเซีย สิงคโปร์ ถือเป็นนโยบายที่ดีที่สุดในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ในขณะเดียวกัน พรรคไทยก้าวใหม่ ต้องการที่จะมาแก้น้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้อย่างจริงจัง ขออาสาหยุดน้ำท่วมซ้ำซากทั่วประเทศ ด้วยการแก้ปัญหาที่โครงสร้างและระบบ ซึ่งต้องเปลี่ยนระบบระบายน้ำ และบริหารจัดการน้ำใหม่ในพื้นที่ภาคใต้

ส่วนจะมีการสำรวจความนิยมของพรรคในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ขณะนี้ ความนิยมของพรรคดีขึ้นทุกวัน ซึ่งเวลาลงพื้นที่หาเสียงก็มีคนมาทักทาย ไม่น่าเชื่อว่าเพราะได้คะแนนหัวธรรมชาติเยอะ ไปแนะนำหลายคนเข้ามาขอเอกสาร ไปขยายการหาเสียงให้กับพรรค รวมถึงได้คนรุ่นใหม่เข้ามาเพิ่มเติม หลังกลับจากหลังจากการลงพื้นที่มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดพัทลุง และยังมีคน Gen X ซึ่งถือว่าคนทุกรุ่นทุกวัยให้การต้อนรับ ส่วนตัวดีใจ เพราะอยู่ในช่วงครั้งสุดท้าย แม้จะเป็นพรรคใหม่ที่หลายคนไม่รู้จัก ดังนั้น หนงานจากนี้ก็ต้องฝากสื่อมวลชน ให้ช่วยประชาสัมพันธ์พรรค โดยเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจนโยบายของพรรคทั้งหมด และยืนยันจะไม่ทำให้ผิดหวัง

อย่างไรก็ตาม ก็มีการติดตามผลสำรวจ แม้พรรคจะมีเวลาน้อย แต่ทุกคนมีความมุ่งมั่น และวันนี้มีข้อจำกัดที่การสื่อสาร ที่เวลา แต่เมื่อได้รู้จักพรรคไทยก้าวใหม่แล้ว ผู้สมัครทุกคน พร้อมที่จะรับใช้ประชาชน

ขณะเดียวกัน ภายหลังให้สัมภาษณ์ ดร.เอ้ และผู้สมัคร ขึ้นรถแห่เขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอห้วยยอด และเดินทางไปอำเภอสิเกา เขตเลือกตั้งที่ 4 จุดนัดพบ โรงเรียนสิเกาประชาผดุงวิทย์ และปิดท้ายเดินทางออกจากจังหวัดตรัง มุ่งหน้าสู่จังหวัดกระบี่ เขตเลือกตั้งที่ 2 เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียง ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

สำหรับจังหสัดตรัง พรรคไทยก้าวใหม่ ส่งผู้สมัคร 3 เขต จาก 4 เขต คือ เขต 1 นางสาวอัจฉรา วงศ์สุทธิวัตร เบอร์ 5
เขต 2 นายกิตติเดช วรรณบวร เบอร์ 2 และ เขต 4 นายสุมิตร สามห้วย
เบอร์ 7

ย้ำเห็นด้วยแก้ รธน. แต่ไม่แตะหมวด1-2 ขอ ปชช.ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ พร้อม ร่วมกับทุกพรรคทำงานเพื่อบ้านเมืองจริงๆ ชี้ ความขัดแย้งจะไม่ช่วยให้ประเทศพ้นจากความยากจน

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงการแสดงจุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคไทยก้าวใหม่ย้ำชัดเจนว่าเราสนับสนุนมติของคณะกรรมการเสียงข้างมากของรัฐสภา ที่มีมติชัดเจนว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องไม่แตะหมวดหนึ่ง หมวดสอง ต้องการให้สิทธิเสรีภาพ ของประชาชน การกระจายอำนาจ ไทยก้าวใหม่ก็มีจุดยืนเข้มแข็งชัดเจน เราต้องการที่จะเสริมเสรีภาพของประชาชนให้ปลอดภัยจากภัยพิบัติ และประชาชนสามารถฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำโดยประมาท และทรัพย์สินที่ทำให้ประชาชนสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อป้องกันลดความสูญเสียได้ ซึ่งถือว่าเป็นจุดยืนที่มั่นคงของพรรค

เมื่อถามถึงจุดยืนของพรรค ว่าจัจับมือร่วมกับพรรคการเมืองใดนั้น นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า เราประกาศตั้งแต่วันเปิดตัวพรรคไทยก้าวใหม่ ว่า เราต้องการการเมืองแบบสร้างสรรค์ เพราะวันนี้เศรษฐกิจย่ำแย่ ความสามารถการแข่งขันเรากำลังจะแพ้เวียดนาม การศึกษาเราสู้ไม่ได้จริงๆ เราประกาศว่าเราขอทำงาน ร่วมกับทุกพรรคทำงานแก้วิกฤติบ้านเมือง ถึงเวลาที่ต้องเลิกการเมืองแบบเดิม ความขัดแย้งใส่ร้ายป้ายสี มาทำการเมืองแบบสามัคคี เพราะวันนี้ประเทศไทยรอไม่ได้จริง ๆตั้งแต่เกิดมาตนไม่เคยเจอวิกฤตขนาดนี้เลย เช่นภัยพิบัติเศรษฐกิจ ความสามรถในการแข่งขัน การศึกษา สิ่งแวดล้อม วิกฤตถาโถมเข้ามา พรรคไทยก้าวใหม่ขอทำงานจริงๆ

เมื่อถามถึงเรื่องประชามตินั้น นายสุชัชวีร์กล่าวว่า การใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เป็นสิทธิที่บอกว่าทุกคนเท่าเทียมกัน ครั้งนี้ไม่ใช่เลือกสส.และบัญชีรายชื่อ มีเรื่องของประชามติด้วยอยากให้ประชาชนได้มีวิจารณญาณตัดสินใจและขอให้ยอมรับประชามติ แต่อย่างไรก็ตามต้องมาลงคะแนนและตัดสินใจอย่างอิสระ การประชาสัมพันธ์เรื่องประชามติเป็นเรื่องของกกต. ตนชื่นชมว่ากกต. ประชาสัมพันธ์ดี และเป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งกกต.ก็พยายามทำอยู่และตนได้ลงพื้นที่ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 20วันสุดท้าย คนเข้าใจเรื่องประชามติมากขึ้นแน่นอน

ส่วนพรรคการเมืองอื่นที่ปราศรัยโจมตีกันนั้น นายสุชัชวีร์กล่าวว่าเบื่อการเมืองแบบเดิมๆ ตนเองก็ไม่ชอบแต่ไม่อยากวิจารณ์คนอื่น ทุกพรรคก็มีดี มีสิ่งหนึ่งที่พรรคไทยก้าวใหม่จะไม่ทำ จะไม่ทำการเมืองแบบเดิม ที่ระบุว่าคนนั้นคนนี้ไม่ดี สุดท้ายความขัดแย้งไม่ช่วยประเทศไม่ช่วยให้ประชาชนพ้นจากความยากจน ชาติใดมีความามัคคีชาติน้้นเจริญและเข้มแข็ง คนก็ไม่กล้ามาข่มเหงรังแก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...