ทีมบริหาร ‘พรรคส้ม’ ใช้ภารกิจนำตัวบุคคลไม่มีมุ้ง พร้อมจับมือพรรคร่วมปราบสแกมเมอร์
เมื่อวันที่ 12 ม.ค. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสตอบรับภายหลังเปิดทีมบริหารรัฐบาลพรรคประชาชน ว่า ถือว่าเป็นนิมิตหมายใหม่ หลายคนเข้าใจว่าเป็นการเปิดโผ ครม. แต่เราไม่ได้เห็นว่าคนนั้นเป็นว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ ตนเห็นว่าประเทศต้องเอาภารกิจเป็นตัวนำว่าเราจะไปทำอะไร ไม่ได้หมายความว่าใครจะนั่งตำแหน่งอะไรอย่างงานด้านความมั่นคง งานด้านเศรษฐกิจเราก็มากันเป็นแผง งานด้านการปฏิรูปรัฐ เราน่าจะเป็นพรรคเดียว ที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ในระดับสูง เพราะถ้ารัฐไม่ปรับปรุงให้ทันสมัยก็จะมีความอุ้ยอ้าย ทั้งในเชิงงบประมาณและการขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ และการทำงานร่วมกัน ที่หลายกระทรวงไม่สามารถทำงานแยกกันได้ ดังนั้นคำว่ามิติใหม่ของทีมบริหารของเราคือเราเอาภารกิจเป็นตัวนำ เราไม่ได้เอาตัวบุคคลหรือหัวหน้ามุ้งเป็นตัวนำ
เมื่อถามว่าหากเปิดตัวแบบนี้แสดงว่าพรรคประชาชนจะไม่จับมือกับพรรคใดเลยใช่หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า การจับมือร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลวันนี้ เราได้เปิดเผยภารกิจ ถ้าเรามีความจำเป็นต้องจับมือ เราก็จะจับมือกับพรรคที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนภารกิจร่วมกัน ไม่เป็นอุปสรรคต่อภารกิจที่เราให้คำมั่นไว้กับประชาชน เช่น การปราบสแกมเมอร์ ซึ่งเราต้องดูทิศทางนโยบายของแต่ละพรรคว่าตรงกันหรือไม่ในการปราบทุนเทา หากนโยบายตรงกัน เราไปด้วยกันได้ก็ว่ากัน เรายังดูถึงหน้าตาของผู้บริหาร ต้องยอมรับว่าถ้าผู้บริหารเป็นอุปสรรค ไม่ว่าจะประวัติที่ผ่านมาหรือท่าทีต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนนโยบาย ต่อให้ลูกพรรคอยากจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ อย่างไรถ้าผู้บริหารพรรคมีท่าทีที่อิดออดหรือเป็นอุปสรรค เราก็อาจจะร่วมงานกันลำบาก แต่เอาไว้หลังวันที่ 8 ก.พ. ค่อยตัดสินใจ ส่วนจะให้ความมั่นใจกับประชาชนที่เลือกพรรคประชาชนอย่างไร เพราะหลายคนกังวลว่าเลือกพรรคประชาชนแต่จะไม่ได้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล นายวิโรจน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาที่ประชาชนตั้งคำถามนี้ เพราะว่าพรรคที่ประชาชนเลือกเป็นอันดับ 1 และได้ตั้งรัฐบาล ก็ต้องย้อนไปสมัยยุค น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยได้อันดับ 1 ก็ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล พรรคก้าวไกลเป็นอันดับ 1 ก็ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล เป็นเรื่องธรรมดาที่ประชาชนจะตั้งคำถาม กลไกที่ทำให้ประชาชนไม่ได้พรรคอันดับ 1 มาจัดตั้งรัฐบาล คือ สว. ซึ่งวันนี้บทเฉพาะกาลหมดไปแล้ว สว. 200 คน ไม่ได้มีบทบาทในการเลือกนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป ดังนั้นมีโอกาสสูงมาก ๆ ที่เจตจำนงของประชาชนที่ผ่านการเลือกตั้งเลือกให้พรรคอันดับ 1 เข้ามา ก็น่าจะได้รับการจัดตั้งรัฐบาล ตนค่อนข้างมั่นใจเพราะ สว. ไม่ได้มีฤทธิ์เดชเหมือนเดิมแล้ว