โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ระเบิดเวลา” ในอิหร่าน วิกฤติปากท้องสั่นคลอนอำนาจ “เทวาธิปไตย”

เดลินิวส์

อัพเดต 13 มกราคม 2569 เวลา 19.08 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
การประท้วงระลอกใหม่ในอิหร่านเริ่มต้นจากปัญหาเศรษฐกิจ กำลังขยายวงกว้างกลายเป็นความท้าทายครั้งประวัติศาสตร์ต่ออำนาจสูงสุดของระบอบผู้นำศาสนา ซึ่งปกครองประเทศมานานกว่า 4 ทศวรรษ

การประท้วงครั้งใหม่ในอิหร่านเริ่มเมื่อปลายเดือนธ.ค. 2568 ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชน ต่อวิกฤิตเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ผู้ประท้วงออกมาคัดค้านค่าครองชีพที่พุ่งสูงและการล่มสลายของค่าเงินเรียลอิหร่าน สถานการณ์เศรษฐกิจย่ำแย่นี้เป็นผลจากเงินเฟ้อพุ่งสูง ค่าข้าวของแพงขึ้น และการคว่ำบาตรระหว่างประเทศซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคประชาชนอย่างหนัก

จากจุดเริ่มต้นเรื่องปากท้อง ประท้วงขยายตัวกลายเป็นการต่อต้านรัฐบาลเตหะราน ซึ่งปกครองแบบเทวาธิปไตย ที่อำนาจรัฐมาจากศาสนาหรือผู้นำศาสนา ตั้งแต่สิ้นสุดการปฏิวัติอิหร่าน เมื่อปี 2522 เหล่าผู้ชุมนุมเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปกครองอย่างกว้างขวาง ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดต่อการปกครองของอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบันของอิหร่าน

นอกจากการบริหารจัดการทางเศรษฐกิจที่ล้มเหลว ความคับข้องใจเรื่องการจำกัดสิทธิเสรีภาพทางการเมืองและสังคม รวมทั้งข้อบังคับด้านสิทธิสตรี เช่น กฎหมายฮิญาบ ก็เป็นอีกมิติที่สะสมมาอย่างยาวนาน และยิ่งเพิ่มแรงกระตุ้นให้ประชาชนในอิหร่านลุกฮือขึ้นมา

กลุ่มผู้ประท้วงในครั้งนี้เป็นประชาชนจากหลากหลายกลุ่มในอิหร่าน ทั้งประชาชนทั่วไป คนหนุ่มสาว นักศึกษา และกลุ่มแรงงานในเมืองใหญ่ ผู้ชุมนุมใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียและเครือข่ายออนไลน์นัดรวมตัวกัน แม้รัฐบาลจะจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและปิดระบบให้ใช้งานไม่ได้ทั่วประเทศ แต่คลิปวิดีโอบางส่วนจากช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ยังปรากฏอยู่

จนถึงตอนนี้ ข้อเรียกร้องของกลุ่มมวลชนมีตั้งแต่การแก้วิกฤติเศรษฐกิจ เช่น การควบคุมราคาและสวัสดิการ ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะการยุบอำนาจของอยาตอลเลาะห์ และการปฏิรูประบบการเมืองให้เปิดกว้างมากกว่าเดิม

รัฐบาลเตหะรานตอบโต้ด้วยการปราบปรามอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก แม้ยังไม่มีการยืนยันความสูญเสียได้อย่างเป็นทางการ แต่หน่วยงานหลายแห่งคาดการณ์จำนวนผู้เสียชีวิตไว้ที่ระหว่าง 100-600 ราย

ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ความไม่สงบส่งผลสะเทือนต่อลักษณะสังคมและเศรษฐกิจของอิหร่านอย่างมาก แม้การประท้วงครั้งนี้คงยังไม่ถึงขั้นโค่นล้มรัฐบาลและคาเมเนอี แต่จะทิ้งบาดแผลต่อความชอบธรรมของผู้นำ และอาจทำให้ระบอบผู้นำศาสนา “อ่อนแอมากขึ้นไปอีก”

ในด้านเศรษฐกิจของอิหร่าน มีแนวโน้มยิ่งแย่ลงจากการไหลออกของทุนและความไม่แน่นอน เพราะขณะนี้รัฐบาลต้องเสียทรัพยากรกับการปราบปราม และมาตรการคว่ำบาตรตะวันตกอาจทวีความเข้มงวดขึ้นภายใต้การตอบโต้ของสหรัฐ

นอกจากนี้ ชาวอิหร่านจากหลายวงการเริ่มตั้งคำถามถึงนโยบายของรัฐบาลและความรับผิดชอบของผู้นำสูงสุดมากขึ้น การอภิปรายทางการเมืองเองเปิดกว้างขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การเรียกร้องประชาธิปไตยและการเปลี่ยนระบอบถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปรายในที่สาธารณะ แม้มีการปราบปรามก็ตาม หากปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน ความเคลื่อนไหวอาจขยายวงกว้างและส่งผลต่อความมั่นคงระยะยาวของอิหร่านและภูมิภาคตะวันออกกลาง

ขณะที่ปฏิกิริยาของนานาชาติต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ค่อนข้างรุนแรงและหลากหลาย โดยเฉพาะจากฝ่ายตะวันตก ซึ่งปฏิกิริยาระหว่างประเทศที่เข้มข้นนี้ยิ่งทำให้อิหร่านมีสถานะที่เปราะบางมากขึ้นต่อแรงกดดันจากภายนอก ทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ อนาคตของอิหร่านนับจากนี้ จึงขึ้นอยู่กับท่าทีของรัฐบาลเตหะราน ว่าจะสามารถบรรเทาความตึงเครียดภายในและต่างประเทศได้อย่างไร.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...