โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สัญญาณปฏิวัติอิหร่านแรงทุกขณะ อนาคตโลกอาจไม่เหมือนเดิม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สถานการณ์ในอิหร่านกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เมื่อผู้ประท้วงลงถนนคืนแล้วคืนเล่า ผู้นำในภูมิภาคและทั่วโลกต่างจับตาถึงความเป็นไปได้ที่สาธารณรัฐอิสลามจะถูกโค่น หากเกิดขึ้นจริงภูมิรัฐศาสตร์โลกและตลาดพลังงานจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน รัฐบาลของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดเคยเจอการประท้วงมาแล้วหลายครั้ง แต่การประท้วงรอบนี้ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อสองสัปดาห์ก่อนขยายตัวอย่างรวดเร็ว ประชาชนหลายแสนคนไม่ฟังคำขู่ปราบปรามรุนแรงของทางการ ลงถนนในช่วงสุดสัปดาห์จากกรุงเตหะรานกระจายไปทั่วประเทศ

พวกเขาได้เสียงเชียร์จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เพิ่งจับตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรของเวเนซุเอลา และเมื่อเร็วๆ นี้ก็เพิ่งขู่โจมตีอิหร่าน ชี้ให้เห็นว่าอเมริกากลับมาสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอิหร่านอีกครั้ง

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขายรายหนึ่งเผยกับบลูมเบิร์กว่า ผู้นำโลกและนักลงทุนกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด ผู้บัญชาการทหารบรรยายสรุปแก่ทรัมป์ถึงทางเลือกการโจมตีทางทหาร

“เรากำลังพิจารณาอย่างจริงจังมาก กองทัพกำลังดูอยู่ เรากำลังพิจารณาทางเลือกอันแข็งแกร่งหลากหลาย” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันอาทิตย์ (11 ม.ค.)

ด้านน้ำมันดิบเบรนท์ราคาพุ่งไปกว่า 5% ในวันพฤหัสบดีและศุกร์ (8-9 ม.ค.) ไปอยู่ที่กว่า 63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้วยนักลงทุนคาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันจากอิหร่าน ผู้ผลิตรายใหญ่อันดับสี่ของโอเปคอาจสะดุด

“นี่เป็นช่วงเวลายิ่งใหญ่สุดของอิหร่านนับตั้งแต่ปี 1979” วิลเลียม อุชเชอร์ อดีตนักวิเคราะห์ตะวันออกกลางอาวุโส สำนักงานสอบสวนกลาง (ซีไอเอ) กล่าวโดยอ้างถึงการปฏิวัติอิสลามอิหร่าน ที่เปลี่ยนสมดุลอำนาจในภูมิภาคและนำไปสู่ความเป็นปรปักษ์ระหว่างรัฐบาลเตหะรานกับสหรัฐและพันธมิตรมายาวนานหลายสิบปี

“ขณะนี้รัฐบาลอยู่ในจุดที่ยากลำบาก แรงขับเบื้องต้นมาจากเศรษฐกิจ ผมคิดว่าพวกเขามีทางเลือกน้อยมากที่จะกลับมาคุมสถานการณ์ได้ เครื่องมือที่จะทำแบบนั้นเหลือน้อยแล้ว” อุชเชอร์กล่าวต่อ

ปฐมบทการประท้วงมาจากวิกฤติค่าเงินและเศรษฐกิจล่มสลาย แต่ตอนนี้กลายเป็นเน้นโค่นล้มระบอบไปแล้ว

กลุ่มสิทธิมนุษยชน HRANA ซึ่งมีฐานปฏิบัติการในสหรัฐรวบรวมตัวเลขล่าสุดจากนักกิจกรรมในและนอกประเทศอิหร่านตรวจสอบแล้วพบว่า ความไม่สงบกว่าสองสัปดาห์มีผู้ประท้วงเสียชีวิต 490 คน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง 48 คน ประชาชนถูกจับกุมอีกกว่า 10,600 คน

ทางการพยายามตัดอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายโทรศัพท์ตั้งแต่วันพฤหัสบดี เพื่อระงับความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นของชาวอิหร่านต่อการทุจริตของรัฐบาล การบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาด และการกดขี่ประชาชน สายการบินต่างชาติยกเลิกเที่ยวบินไปอิหร่านแล้ว

ในวันอาทิตย์ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะพูดคุยกับอภิมหาเศรษฐีอีลอน มัสก์ เรื่องการใช้บริการดาวเทียมสตาร์ลิงค์เพื่อช่วยฟื้นฟูการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต

น่าสังเกตว่า คำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าของทรัมป์ที่ว่าสหรัฐจะโจมตีหากอิหร่านสังหารผู้ประท้วงอย่างสันติ เกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีทำลายระเบียบโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างรุนแรง แสดงแสนยานุภาพของอเมริกาอย่างน่าตกใจ เช่น การอ้างสิทธิ์ในน้ำมันของเวเนซุเอลาหลังจากจับกุมมาดูโร และการขู่ว่าจะยึดครองกรีนแลนด์จากเดนมาร์กซึ่งเป็นพันธมิตรของนาโต

ขณะที่อิสราเอล ซึ่งเคยถล่มอิหร่านทางอากาศ 12 วัน ด้วยความช่วยเหลือของสหรัฐเมื่อเดือน มิ.ย. ได้ประสานกับรัฐบาลยุโรปอย่างใกล้ชิดถึงสถานการณ์ในพื้นที่ ทั้งนี้ตามคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ยุโรปอาวุโสรายหนึ่ง หากรัฐบาลอิหร่านล่มจะเป็นความเสียหายใหญ่หลวงต่อประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ผู้เพิ่งสูญเสียมาดูโร พันธมิตรต่างชาติไปอีกรายหนึ่ง หลังบาชาร์ อัล อัสซาดของซีเรีย ถูกโค่นไปเมื่อกว่าหนึ่งปีก่อน

สำหรับผู้ค้าน้ำมันสถานการณ์ในอิหร่านถือว่าเดิมพันสูง แต่ยังไม่แน่ชัดว่า จ.คูเซสถาน แหล่งผลิตน้ำมันหลักเกิดความไม่สงบขึ้นหรือไม่ และถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณการส่งออกน้ำมันดิบลดลง

ในวันเสาร์ (10 ม.ค.) เรซา ปาห์เลวี โอรสอดีตพระเจ้าชาห์ ผู้ลี้ภัยในสหรัฐและวางตัวเองเป็นผู้นำฝ่ายค้าน เรียกร้องให้คนงานน้ำมันประท้วง ซึ่งการนัดหยุดงานของคนงานขุดเจาะน้ำมันในปี 1978 เป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำไปสู่ความล่มสลายของระบอบกษัตริย์บิดาของปาห์เลวี เนื่องจากส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในทันที

อาร์เน โลห์มันน์ ราสมุสเซน หัวหน้านักวิเคราะห์ของ A/S Global Risk Management ซึ่งช่วยลูกค้าจัดการความผันผวนในตลาดพลังงาน กล่าวว่าขณะนี้ตลาด "หันมาให้ความสนใจอิหร่านแล้ว ทั้งยังกังวลเพิ่มมากขึ้นว่าสหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์อาจใช้ความวุ่นวายนี้พยายามโค่นรัฐบาลดังเช่นที่เราเห็นในเวเนซุเอลา”

ช่วงนี้ทำเนียบขาวกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นทำอะไรก็สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นปฏิบัติการกับมาดูโร หรือการที่ทรัมป์ตัดสินใจทิ้งระเบิดโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านปิดฉากสงคราม 12 วัน ไม่เพียงเท่านั้นทางการอเมริกันยังเพิ่มแรงกดดันต่อเดนมาร์กให้มอบการควบคุมกรีนแลนด์ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐต้องการเข้าไปแทรกแซงกิจการต่างประเทศมากขึ้น

ส่วนเรื่องอิหร่านแม้จะมีความเสี่ยงมากมาย แต่ทรัมป์ก็อาจถูกล่อใจให้ลองโค่นล้มรัฐบาลที่เป็นศัตรูตัวฉกาจของสหรัฐและอิสราเอลมานานกว่า 45 ปี

“สมดุลอำนาจอาจเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือเปลี่ยนรัฐบาลไปเลย ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดคือ รัฐบาลเดิมยังปกครองต่อไปแล้วเกิดความขัดแย้งภายในต่อเนื่อง” มาร์ค โมเบียส นักลงทุนผู้คร่ำหวอดในตลาดเกิดใหม่ กล่าวถึงการล่มสลายของสาธารณรัฐอิสลาม

หลายครั้งที่ทรัมป์คัดค้านปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในภูมิภาคตะวันออกกลาง การโค่นล้มซัดดัม ฮุสเซนในอิรักก่อให้เกิดความวุ่นวายและการก่อการร้ายในระยะยาว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและมีค่าใช้จ่ายมหาศาล

รัฐบาลในภูมิภาคระบุว่า ภาวะสุญญากาศทางอำนาจที่อาจเกิดขึ้นนี้เองที่สร้างความกังวลให้กับผู้นำอาหรับในสภาความร่วมมืออ่าวเปอร์เซีย (จีซีซี) ขณะเดียวกันจีซีซี ที่มีซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์รวมอยู่ด้วยซึ่งมักมองว่าอิหร่านเป็นศัตรู ในระยะหลังสมาชิกกลุ่มพยายามปรับความสัมพันธ์เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เตหะรานจะไม่โจมตีพวกตนเพื่อตอบโต้การกระทำทางทหารใดๆ ของอิสราเอลหรือสหรัฐ

ภาพหลอนของเหตุการณ์อาหรับสปริง ที่ซึ่งผู้นำเผด็จการล้มลงทั่วภูมิภาคตามมาด้วยความวุ่นวายยังคงหลอกหลอนอยู่จนถึงทุกวันนี้

อิหร่านเตือนว่าหากตนเองถูกโจมตี ทรัพย์สินของสหรัฐในภูมิภาคนี้ ที่สหรัฐมีความสัมพันธ์ทางการค้าอย่างลึกซึ้งและมีทหารประจำการอยู่หลายหมื่นนาย รวมถึงอิสราเอล จะเป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรมสำหรับเรา”

สองปีที่ผ่านมาอิหร่านเสื่อมถอยรุนแรง เนื่องจากเศรษฐกิจชะงักงัน เงินเฟ้อพุ่ง และอิสราเอลโจมตีทั้งอิหร่านเองและตัวแทนอิหร่าน แต่รัฐบาลเตหะรานยังคงมีคลังแสงขีปนาวุธขนาดใหญ่และทันสมัยที่สามารถโจมตีเป้าหมายทั่วตะวันออกกลางได้ ตั้งแต่ฐานทัพทหารไปจนถึงแหล่งน้ำมัน และระบอบการปกครองยังคงได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังรักษาความมั่นคงมากมายของประเทศ รวมถึงกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง

เอลลี เกรานมาเยห์ รองผู้อำนวยการโครงการตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือของสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งยุโรป กล่าวว่า สำหรับกลุ่มประเทศจีซีซีและประเทศอย่างตุรกีและปากีสถาน ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดคือความวุ่นวายในอิหร่าน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นเนื่องจากผู้ประท้วงในอิหร่านมีความแตกต่างหลากหลาย ประกอบไปด้วยทุกกลุ่มตั้งแต่ชนชั้นสูงในเมืองที่ไม่เคร่งศาสนาไปจนถึงกลุ่มอนุรักษ์นิยมทางศาสนา แถมยังขาดผู้นำที่สามารถประสานกลุ่มให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้

“จากการที่กลุ่มประเทศจีซีซีปรองดองกับเตหะรานในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดความรู้สึกว่า ‘รู้จักปีศาจที่คุ้นเคยดีกว่าตกอยู่ในความวุ่นวายโดยสิ้นเชิง หรือเผชิญกับโครงสร้างอำนาจที่ไม่คุ้นเคยและแปลกแยก’” เกรานมาเยห์ตั้งข้อสังเกต

นอกจากนี้การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลอาจเสริมแกร่งให้รัฐบาล ลดความอยากออกมาประท้วง ในเดือนมิ.ย. ความรู้สึกชาตินิยมพุ่งขึ้นมาก เมื่อรัฐยิวและวอชิงตันระดมทิ้งระเบิดอิหร่าน

  • ส่องความเป็นไปได้เปลี่ยนระบอบการปกครอง

ดีนา เอสฟานดิอารี นักวิเคราะห์ตะวันออกกลางจากบลูมเบิร์ก อีโคโนมิคส์ คาดการณ์ว่า สาธารณรัฐอิสลามในรูปแบบปัจจุบันอาจไม่สามารถอยู่รอดได้จนถึงสิ้นปี 2026

ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ การปรับเปลี่ยนผู้นำแต่ระบบส่วนใหญ่ยังคงเดิมหรือการรัฐประหารโดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี) ซึ่งอาจหมายถึงเสรีภาพทางสังคมที่มากขึ้นองค์กรนี้บริหารโดยนายพลมากกว่านักบวชแต่เสรีภาพทางการเมืองจะลดลง และนโยบายต่างประเทศจะเน้นการทหารมากขึ้น

เธอมองว่า โอกาสปฏิวัติยังคงต่ำมาก

“ดูเหมือนว่าการล่มสลายยังไม่น่าเกิดขึ้นในตอนนี้” เอสฟานดิอารีกล่าว “ชาวอิหร่านหวาดกลัวความวุ่นวาย หลังจากที่ได้เห็นมันสร้างความเสียหายอย่างหนักในประเทศเพื่อนบ้านอย่างอิรักและซีเรีย ที่สำคัญกว่านั้น รัฐบาลกำลังปราบปรามอย่างเข้มงวด”

เมื่อวันอาทิตย์ ประธานาธิบดีมาซุด เปเซสคิยัน อดีตศัลยแพทย์หัวใจ ผู้มีแนวคิดค่อนข้างสายกลางมากกว่าคนอื่นๆ ในรัฐบาล เพิ่งแสดงน้ำเสียงประนีประนอม แสดงความอาลัยต่อครอบครัวที่ต้องเจอกับ “ผลลัพธ์อันน่าเศร้า”

“มานั่งลงด้วยกัน มือจับมือ แล้วแก้ปัญหา” ประธานาธิบดีกล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐ แต่ผู้ประท้วงไม่น่าจะเชื่อฟังประธานาธิบดี ในเมื่อผู้นำสูงสุดซึ่งมีอำนาจมากกว่าประธานาธิบดีมาก รวมถึงสมาชิกของกองกำลังรักษาความมั่นคงต่างก็มีท่าทีที่ก้าวร้าวมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการพูดถึงโทษประหารชีวิต และแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขาพร้อมที่จะตอบโต้เช่นเดียวกับที่เคยทำมาเสมอ นั่นคือการใช้กำลังอันโหดร้าย

“ผมไม่คิดว่าการล่มสลายของระบอบการปกครองจะเป็นเรื่องดี” อุชเชอร์ อดีตนักวิเคราะห์ของซีไอเอ กล่าว “ในระยะสั้น ผมมองว่าประเทศอาจแตกแยกออกเป็นส่วนๆ เนื่องจากกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อยและบางจังหวัดพยายามเรียกร้องเอกราชจากเตหะราน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามจะต่อสู้อย่างสุดกำลังเพื่อรักษาระบอบการปกครองไว้ ดังนั้นผมคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดความรุนแรงในวงกว้าง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...