โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

6-6-6 Walking เทรนด์การเดินที่เรียบง่าย สุขภาพดีได้ ไม่ต้องหักโหม

Mission To The Moon

เผยแพร่ 18 พ.ย. 2568 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

หลายคนอาจคิดว่าการออกกำลังกายที่ “ดีพอ” ต้องหนัก แต่ความจริงแล้ว ร่างกายของเราต้องการสิ่งที่เรียบง่ายกว่านั้นมาก บางครั้งแค่ “การเดิน” ก็ช่วยได้มากกว่าที่คิด
.
ช่วงปีที่ผ่านมา เทรนด์ “การเดินแบบญี่ปุ่น” เริ่มเป็นที่สนใจ เพราะช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้การเดินโดยไม่ต้องถึงขั้นวิ่ง และตอนนี้ก็มีอีกวิธีที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมาก เหมาะกับคนที่อยากเริ่มต้นดูแลสุขภาพ นั่นคือ การเดินแบบ 6-6-6 หรือ 6-6-6 Walking
.
.
การเดินแบบ 6-6-6 คืออะไร?
.
Christopher Gagliardi เทรนเนอร์ส่วนบุคคลที่ได้รับการรับรองจาก ACE อธิบายว่า การเดินแบบ 6-6-6 คือการเดินออกกำลังกายเป็นเวลา 60 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน ในช่วง 6 โมงเช้า หรือ 6 โมงเย็น
.
ในระยะเวลา 60 นาทีนี้ แนะนำให้เริ่มด้วยการเดินวอร์มอัป 6 นาทีแบบช้าๆ ตามด้วยเดินเร็ว 48 นาที เพื่อกระตุ้นหัวใจและระบบไหลเวียนเลือด และจบด้วยการเดินคูลดาวน์ 6 นาที เพื่อผ่อนคลายร่างกายหลังออกกำลังกาย
.
วิธีนี้ทำได้ง่ายๆ ทุกที่ ทุกเวลา ขอแค่มีเวลาว่างประมาณ 1 ชั่วโมง โดยการเดินเร็ว 1 ชั่วโมง จะได้ประมาณ 5,500 ก้าว ซึ่งมากกว่าครึ่งของเป้าหมายยอดนิยมอย่าง 10,000 ก้าวต่อวัน
.
.
ทำไมการเดินรูปแบบนี้ถึงสำคัญ?
.
งานวิจัยจากฮังการีในปี 2023 ชี้ว่า การเดินอาจเป็นหนึ่งใน “กลยุทธ์ชะลอวัย” ที่ดี ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับอายุ เช่น ความดันโลหิตสูง มะเร็ง บรรเทาอาการปวดจากปัญหากล้ามเนื้อและกระดูก ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น เสริมสุขภาพจิต และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ร่างกายรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น
.
อีกงานวิจัยยังพบว่า แค่เดินเร็วรวมประมาณ 2.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ก็ช่วยลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าได้ เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ออกกำลังกายเลย
.
ที่สำคัญแม้การเดินจะดูเป็นกิจกรรมธรรมดา แต่ก็ใช้พลังงานมากกว่าที่คิด ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายจาก Decathlon ระบุว่า การเดินเร็ว 1 ชั่วโมงที่ความเร็วประมาณ 5 ไมล์ต่อชั่วโมง เผาผลาญพลังงานได้ถึง 610 แคลอรี
.
การเดินแบบ 6-6-6 จึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะไม่โหด ไม่ต้องใช้อุปกรณ์แพงๆ แต่ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและทำได้จริง
.
.
วิธีนี้เหมาะกับทุกคนไหม?
.
แม้ 6-6-6 Walking จะเป็นเทรนด์ที่ดี แต่ผู้เชี่ยวชาญก็เตือนว่ามีข้อควรระวังอยู่เหมือนกัน
.
1) อาจ “เข้มงวดเกินไป” สำหรับบางคน
บางคนทำตามได้ แต่บางคนมีงาน มีลูกเล็ก หรือมีภาระที่ทำให้เดินวันละ 1 ชั่วโมงหรือเดินเวลาเดิมทุกวันไม่ได้ และถ้ากดดันตัวเองมากเกินไป อาจลงเอยด้วยการล้มเลิกไปทั้งหมดเลย
.
2) ไม่ได้ออกแบบมาแบบเฉพาะบุคคล
ไม่มีการปรับตามอายุ ระดับความฟิต หรือภาวะสุขภาพ หากไม่คุ้นกับการออกกำลังกาย ก็อาจเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ เช่น เจ็บหน้าแข้งหรือเป็นรองช้ำ
.
3) ถ้าเริ่มไม่ไหว ให้เริ่มจากเล็กๆ
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ให้เริ่มจาก 20-30 นาที แล้วค่อยๆ เพิ่มระยะเวลา และที่สำคัญคือให้ “ฟังร่างกายตัวเอง”
.
สำคัญกว่านั้น หากใครมีอาการบาดเจ็บ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มเดินออกกำลังกาย ส่วนคนที่มีโรคหัวใจ ปัญหาข้อต่อ หรือเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ขยับตัวในชีวิตประจำวัน ก็ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนเช่นกัน
.
.
สุดท้าย เทรนด์นี้ชวนให้เรากลับมาคิดใหม่ว่า “การดูแลตัวเอง ไม่จำเป็นต้องยากเสมอไป”
.
สุขภาพที่ดีไม่ได้เริ่มจากความสมบูรณ์แบบ แต่เริ่มจาก “การเริ่มต้นเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน” และบางครั้งสิ่งนั้นก็อาจเป็นแค่ “การเดิน”
.
.
อ้างอิง
- The 6-6-6 Walking Trend Makes Cardio Easier Than Ever : Jeanne Ballion, Vogue - https://bit.ly/4nQx1MZ
- Can the 6-6-6 Challenge Get You Into the Walking Habit? : Erica Sweeney, Everyday Health - https://bit.ly/3LK80Wm
.
.
#health
#walking
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...