โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“สหรัฐ” ผลักดัน “บริษัทน้ำมันสหรัฐ” ลงทุนในเวเนซุเอลา มีสิทธิ์ทวงทรัพย์สินยุคชาเวซ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ม.ค. เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. เวลา 02.59 น.

"สหรัฐ" ผลักดัน "บริษัทน้ำมันสหรัฐ" ลงทุนในเวเนซุเอลา หากหวังได้รับค่าชดเชยจากการเวนคืนทรัพย์สินเมื่อกว่า 20 ปีก่อน

วันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 05.32 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวและกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้แจ้งกับผู้บริหารบริษัทน้ำมันของสหรัฐในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาว่า หากบริษัทเหล่านี้ต้องการได้รับการชดเชยทรัพย์สินที่ถูกเวเนซุเอลายึดคืนไปเมื่อราวสองทศวรรษก่อน พวกเขาจะต้องกลับเข้าไปดำเนินกิจการในเวเนซุเอลาอย่างรวดเร็ว และอัดฉีดเงินลงทุนจำนวนมากเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันที่เสียหายของประเทศ ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวสองรายที่รับรู้ถึงการหารือดังกล่าว

ในช่วงทศวรรษ 2000 เวเนซุเอลาได้เวนคืนทรัพย์สินของบริษัทน้ำมันต่างชาติหลายแห่งที่ปฏิเสธการเพิ่มอำนาจควบคุมการดำเนินงานให้แก่บริษัทน้ำมันแห่งชาติ PDVSA ตามนโยบายของอดีตประธานาธิบดี อูโก ชาเวซ

บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง Chevron เป็นหนึ่งในบริษัทที่เจรจาอยู่ต่อในประเทศ และจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ PDVSA ขณะที่คู่แข่งอย่าง Exxon Mobil และ ConocoPhillips เลือกถอนการลงทุนและยื่นฟ้องอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า บริษัทอเมริกันมีความพร้อมที่จะกลับเข้าไปลงทุนในเวเนซุเอลาเพื่อฟื้นฟูภาคพลังงานที่ซบเซา เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ นิโคลัส มาดูโร ถูกกองกำลังสหรัฐควบคุมตัวและพ้นจากอำนาจ

แหล่งข่าวระบุว่า ในการหารือล่าสุดระหว่างฝ่ายบริหารสหรัฐกับผู้บริหารบริษัทน้ำมัน ภายใต้สมมติฐานว่ามาดูโรพ้นอำนาจ เจ้าหน้าที่สหรัฐชี้ชัดว่าบริษัทน้ำมันอเมริกันจะต้องควักเงินลงทุนด้วยตนเองเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา และเงื่อนไขดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในข้อกำหนดเบื้องต้น ก่อนที่บริษัทจะสามารถทวงคืนหนี้หรือค่าชดเชยจากการเวนคืนทรัพย์สินในอดีตได้ในอนาคต

การลงทุนดังกล่าวจะมีต้นทุนสูงมาก โดยเฉพาะสำหรับ ConocoPhillips ซึ่งพยายามเรียกร้องเงินชดเชยมูลค่าราว 12,000 ล้านดอลลาร์ จากการโอนกิจการเป็นของรัฐในยุคชาเวซ ขณะที่ Exxon Mobil ก็ยื่นฟ้องคดีอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ เพื่อเรียกร้องเงินชดเชยประมาณ 1,650 ล้านดอลลาร์

ทรัมป์เริ่มกล่าวถึงกรณีการเวนคืนทรัพย์สินในเวเนซุเอลาต่อสาธารณชนมากขึ้น หลังจากที่เขามีคำสั่งให้สกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรเมื่อเดือนที่แล้ว

เงื่อนไขการกลับเข้าไปลงทุน

แหล่งข่าวระบุว่า การตัดสินใจกลับไปลงทุนหรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับการประเมินความเสี่ยงของผู้บริหาร คณะกรรมการ และผู้ถือหุ้น ต่อการลงทุนในเวเนซุเอลาอีกครั้ง

โฆษกของ ConocoPhillips กล่าวในอีเมลถึงสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันเสาร์ว่า บริษัทกำลังติดตามพัฒนาการในเวเนซุเอลาและผลกระทบที่อาจมีต่ออุปทานพลังงานและเสถียรภาพของตลาดโลก พร้อมย้ำว่ายังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์กิจกรรมทางธุรกิจหรือการลงทุนในอนาคต และได้ยืนยันถ้อยแถลงดังกล่าวอีกครั้งในวันอาทิตย์ เมื่อถูกสอบถามถึงการหารือกับฝ่ายบริหารสหรัฐ

แม้บริษัทน้ำมันจะตัดสินใจกลับเข้าไปลงทุน แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ แม้เวเนซุเอลาจะมีปริมาณสำรองน้ำมันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่การผลิตได้ลดลงอย่างรุนแรงตลอดหลายทศวรรษ จากปัญหาการบริหารจัดการ การขาดเงินลงทุน และมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ

นอกจากนี้บริษัทที่พิจารณากลับเข้าไปดำเนินงานยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนหลายด้าน ทั้งกรอบสัญญาการลงทุน ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐานที่เสื่อมโทรม ประเด็นความชอบธรรมทางกฎหมายของปฏิบัติการสหรัฐในการจับกุมมาดูโร และความเป็นไปได้ของความไม่มั่นคงทางการเมืองในระยะยาว

เวเนซุเอลา ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้ง OPEC เคยผลิตน้ำมันได้สูงถึง 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในทศวรรษ 1970 คิดเป็นมากกว่า 7% ของอุปทานน้ำมันโลกในขณะนั้น ก่อนที่กำลังการผลิตจะลดลงต่ำกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงทศวรรษ 2553 และเฉลี่ยอยู่ที่ราว 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีที่ผ่านมา หรือเพียงประมาณ 1% ของการผลิตน้ำมันโลกทั้งหมด

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...