COCOCO ลั่นปี 69 ฟื้น เดินเครื่องโรงฟิลิปปินส์หนุน
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 13.57 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2568 เวลา 06.57 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - COCOCO มั่นใจผลดำเนินงานปี 2569 กลับมาโต หลังผ่านปีท้าทายจากภาษีนำเข้า – ตลาดจีนชะลอ ชี้น้ำมะพร้าวปลอมกระทบชั่วคราว คาดคลี่คลายปลายปีนี้ หนุนคำสั่งซื้อฟื้น ได้อานิสงส์สหรัฐฯ ยกเว้นภาษีนำเข้า ดันยอดส่งออกโตแรงกว่า 25% พร้อมเดินเครื่องกำลังผลิตฟิลิปปินส์ดันยอด ส่วนธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง วางเป้าโต 50-60% รับออเดอร์ล้นหลาม ชูไทยพรีเมียมสตรีทฟู้ด กระแสตอบรับดี
นายวรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO เปิดเผยว่า บริษัทฯ มั่นใจผลการดำเนินงานจะกลับมาเติบโตได้ตามปกติในปี 2569 หลังจากปีนี้ยอมรับว่า ได้เผชิญกับปัญหา หรือความท้าทายหลายด้าน เริ่มตั้งแต่ นโยบายภาษีนำเข้าสินค้าของทรัมป์ ตลอดจนมีการผลิตน้ำมะพร้ามปลอมเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน, สถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามบริษัทคาดว่าปัญหาต่างๆ จะสามารถคลี่คลายลงได้ในปีนี้ และกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในปีหน้า
ทั้งนี้บริษัทฯ ยืนยันไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว เนื่องจากน้ำมะพร้าวของ COCOCO เป็นน้ำมะพร้าว 100% แต่ด้วยสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมาตลาดจีน มีแบรนด์น้ำมะพร้าวปลอมออกมาค่อนข้างมาก จึงมีการตรวจสอบ หรือปราบปรามกันอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้เกิดการเสียชื่อในตลาด ทำให้ลูกค้ามีการชะลอการสั่งซื้อไปบ้าง ส่งผลต่อบริษัทเกิดความชะงักงันบ้าง แต่คาดว่าปัญหานี้จะสามารถจบลงได้ในสิ้นปีนี้
บริษัทฯ ยังได้ปัจจัยบวกจากการที่สหรัฐฯ ได้อนุมัติมาตรการยกเว้นภาษีนำเข้า 0% สำหรับสินค้าเกษตร คาดผลักดันยอดขายจากการส่งออกไปยังสหรัฐ เติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 25%
สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานผลิตกะทิในฟิลิปปินส์ บริษัทฯ ยืนยันไม่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งส่วนใหญ่พายุจะผ่านทางภาคกลางและภาคเหนือ ขณะที่แผ่นดินไหว ก็ไม่ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน
ส่วนการขยายโรงกะเทาะมะพร้าว เฟส 2 เพื่อได้รับต้นทุนที่ถูกลง และควบคุมคุณภาพได้ คาดใช้เวลาราว 2-3 เดือน ในการขยาย โดยรวมคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในไตรมาส 3/2569
อย่างไรก็ดีบริษัทฯ ยังคงเดินหน้ารับซื้อมะพร้าวทั้งในไทยตามเดิม แม้ราคามะพร้าวในประเทศฟิลิปปินส์ จะถูกว่าในไทยครึ่งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการผลิต ทั้งนี้บริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินการสต็อกสินค้าไว้บ้างแล้ว เนื่องจากในช่วงนี้ราคามะพร้าวน้ำหอม มีราคาที่ถูกมาก เพื่อรองรับการผลิตในปีหน้า
ด้านธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายเติบโตราว 50-60% จากคำสั่งซื้อที่เข้ามาต่อเนื่อง และอัตรากำไรขั้นต้นราว 25-26% โดยได้ปัจจัยหนุนจากต้นทุนวัตถุดิบ หรือซี่โครงไก่ที่มีแนวโน้มลดลง จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง
ธุรกิจไทยพรีเมียมสตรีทฟู้ด ได้มีการทดลองตลาดทั้งในประเทศนิวซีแลนด์ และสหรัฐฯ ไปในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ปัจจุบันก็มีการสั่งออเดอร์ซ้ำ (Repeat) สะท้อนว่าได้รับการตอบรับที่ดี ทั้ง ไอศกรีม ที่ทำจากผลไม้ไทย ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมครก บ้าบิ่น ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศดังกล่าว
นายวรวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทฯ มองตลาดน้ำมะพร้าวในไตรมาส 4/2568 ทั่วโลกยังมีโอกาสเติบโตประมาณ 5-12% โดยเฉพาะสหรัฐฯ, แคนาดา, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, จีน และ ไทย ยังเติบโตค่อนข้างสูง ซึ่งในสหรัฐฯ ถือเป็นตลาดหลักที่มีมูลค่าสูงมากกว่า 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
เป้าหมายของบริษัทฯ คือการเป็นอันดับ 1 ด้านการผลิตมะพร้าวเพื่อส่งออกสู่ตลาดโลก ซึ่งบริษัทฯ วางเป้าหมายการเติบโตประเภทเครื่องดื่มประมาณ 20% ในปี 2569 และขยายนวัตกรรมเครื่องดื่มตอบรับกับตลาดทั่วโลก, พัฒนาและรุกตลาดระดับโลก ซึ่งจะรุกในตลาดที่ยังไม่เข้าถึง พร้อมเพิ่มศักยภาพการผลิตในโรงงาน ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและยั่งยืน