โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นร.ในสหภาพยุโรป จะได้เรียนวิชา สภาพภูมิอากาศ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับศตวรรษที่ 21

the Opener

เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2568 เวลา 04.07 น. • The Opener

นักเรียนอนุบาลไปจนถึงมัธยมปลายของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป จะได้เรียนเกี่ยวกับ “สภาพภูมิอากาศศึกษา” ในโรงเรียน จากการตัดสินใจครั้งล่าสุดของสหภาพยุโรปในการเพิ่มหลักสูตรเกี่ยวกับ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เข้าไปในห้องเรียน

ข้อกำหนดดังกล่าว เพื่อทำให้ระบบการศึกษาสอดคล้องกับเป้าหมายทางด้านภูมิอากาศในระยะยาว โดยทุกประเทศที่ลงนามใน “ข้อตกลงปารีส” จะต้องเสนอ แผนรับมือกับสภาพภูมิอากาศ หรือ NDC ที่ระบุถึงเป้าหมายและการดำเนินงานเกี่ยวกับภูมิอากาศ

สำหรับกระทรวงศึกษาธิการ แผนเหล่านี้ถือเป็นสัญญาประชาคมในการร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยนำหลักสูตร“สภาพภูมิอากาศศึกษา” บรรจุลงในเนื้อหาของบทเรียนอย่างเป็นทางการ และต้องมีการกำหนดระยะเวลา งบประมาณ และผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน รวมถึงมีการอบรมครู การมีวัสดุการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้กับนักเรียน และมีการติดตามประเมินผลในฐานะความก้าวหน้าของการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ

การดำเนินการหลักสูตรสภาพภูมิอากาศศึกษาในห้องเรียน จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทีมด้านการศึกษา ร่วมกับทีมด้านสภาพภูมิอากาศ ภายใต้คณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงในห้องเรียน และทำให้ระบบการศึกษาสอดคล้องกับเป้าหมายด้านภูมิอากาศระยะยาว

ภายใต้การเรียนเรื่องสภาพภูมิอากาศ นักเรียนจะไม่ได้เรียนเพียงแค่เรื่องไกลตัว อย่างเช่น น้ำแข็งขั้วโลกที่กำลังละลาย หรือคลื่นความร้อน แต่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น รวมถึงการพัฒนาทักษะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรืออาชีพที่ลดการปล่อยก๊าซ หรืออาชีพที่เกี่ยวกับการปกป้องระบบนิเวศ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรป

ทักษะเหล่านี้ นักเรียนจะได้เรียนรู้ตั้งแต่การจัดการพลังงานในธุรกิจท้องถิ่น ไปจนถึงการวางแผนระบบขนส่ง หรือการทำเกษตรกรรมที่สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศ

การศึกษาของ ธนาคารโลก ระบุว่า การศึกษาเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับการรับมือกับสภาพภูมิอากาศ เพราะช่วยกำหนดพฤติกรรม สร้างทักษะ และกระตุ้นการสร้างนวัตกรรม ซึ่งสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงกำลังส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ของนักเรียน การเตรียมความพร้อมให้กับครูและนักเรียน จึงเป็นส่วนหนึ่งของการจัดแนวทางการเรียนรู้ในสภาพที่โลกกำลังร้อนขึ้น

มีงานวิจัยของ LinkedIn พบว่า บริษัทต่างๆ กำลังมองหาแรงงานที่มีความรู้ด้านสภาพภูมิอากาศในอัตราที่สูงกว่าโรงเรียนและสถาบันฝึกอบรมต่างๆ จะผลิตบุคลากรได้ทัน โดยในปี 2022–2023 สัดส่วนของแรงงานที่มีทักษะสีเขียวอย่างน้อยหนึ่งด้าน เติบโตขึ้น ร้อยละ 12.3 ในขณะที่ประกาศรับสมัครงานที่ต้องการทักษะเหล่านี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.4 องค์การสหประชาชาติ ประมาณการว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอาจสร้างงานใหม่มากกว่า 100 ล้านตำแหน่งทั่วโลกภายในปี 2030

“การบรรจุการศึกษาด้านภูมิอากาศลงใน NDC ของสหภาพยุโรป เป็นก้าวสำคัญในการเตรียมพร้อมนักเรียนให้มีทักษะสีเขียว”คาทาร์ซีนา วโรนา ผู้อำนวยการด้านการเจรจาภูมิอากาศ กระทรวงภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของโปแลนด์กล่าว

การบรรจุการเรียนเรื่องสภาพภูมิอากาศในห้องเรียนเป็นเพียงก้าวแรก รัฐบาลประเทศต่างๆ ที่ลงนามในข้อตกลงปารีสจะต้องจัดสรรงบประมาณสำหรับการอบรมครู การเตรียมวัสดุการสอนแบบใหม่ และการสนับสนุนระยะยาวแก่ระบบการศึกษา

องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม อย่างเช่น EARTHDAY.ORG ระบุว่า เงินกองทุนด้านสภาพภูมิอากาศ ไม่ควรใช้ไปกับแค่การติดโซลาร์เซลล์ หรือการสร้างกำแพงกันคลื่น แต่ควรใช้กับแผนการสอนในโรงเรียน การจ้างครูพี่เลี้ยง รวมถึงเพื่อสร้างความร่วมมือกับท้องถิ่นด้วย

การเตรียมบรรจุหลักสูตร“สภาพภูมิอากาศศึกษา” นี้ เป็นผลจากการเคลื่อนไหวผลักดันของเยาวชนในยุโรปจำนวนมาก ร่วมกับภาคประชาสังคม เพื่อทำให้ผู้นำประเทศตระหนักว่า “การศึกษา” เป็นส่วนหนึ่งของ “นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ” มากกว่าเป็นแค่เรื่องประเด็นทางด้านสังคม

เมื่อแผนงานถูกนำไปสู่การปฏิบัติ การเรียนวิชาสภาพภูมิอากาศในห้องเรียน จะไม่ใช่หัวข้อพิเศษในชั้นเรียนอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นทักษะพื้นฐานในการใช้ชีวิตในศตวรรษที่ 21

ที่มา
Dozens of countries now require climate education beginning in kindergarten

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...