โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เหมืองทองอัคราฯ ยิ้มรับยุติข้อพิพาท “รัฐบาล” ดันทองไทย “ฮับอาเซียน”

อีจัน

อัพเดต 08 ธ.ค. 2568 เวลา 12.14 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2568 เวลา 05.14 น. • อีจัน

ตามที่บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด (“คิงส์เกต”) ผู้ถือหุ้นของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “อัครา”) และรัฐบาลไทย ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการยุติกระบวนการอนุญาโตตุลาการที่มีมาตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) โดยทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า การยุติข้อพิพาทอย่างสันติ เป็นทางออกที่ดีที่สุดต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ผู้บริหารระดับสูงของคิงส์เกต นำโดย นายรอส สมิธ-เคิร์ก ประธานคณะกรรมการบริหาร และนายเจมี่ กิ๊บสัน กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รวมทั้งนายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนองค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ได้เข้าพบนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการรับทราบถึงการยุติข้อพิพาท TAFTA และหารือถึงโอกาสในการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการทำเหมืองอย่างรับผิดชอบสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ซึ่งบริษัทฯ พร้อมร่วมผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำและเงินในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากไทยมีศักยภาพทั้งด้านทรัพยากรและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยคิงส์เกตเชื่อมั่นว่าเหมืองแร่ทองคำชาตรีจะยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านการสร้างงาน การกระจายรายได้ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบต่อเนื่องไปอีกนาน

นับตั้งแต่การกลับมาดำเนินงานของเหมืองทองคำชาตรีในเดือนมีนาคม 2566 คิงส์เกตได้ลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการยกเครื่องปรับปรุงอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานภายในเหมือง การสำรวจแหล่งแร่เพิ่มเติม การสรรหาและพัฒนาบุคลากร รวมถึงการดำเนินการตามกฎหมายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง และบริษัทฯ ได้ชำระค่าภาคหลวงแร่ไปแล้วรวมกว่า 2,000 ล้านบาท

อีกทั้งยังได้สมทบเงินเข้ากองทุนตามนโยบายและยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรแร่มากกว่า 450 ล้านบาท สนับสนุนเศรษฐกิจในพื้นที่ผ่านการจ้างงานทั้งทางตรงและผ่านผู้รับเหมาท้องถิ่น ซึ่งได้สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนปีละหลายพันล้านบาทเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยลงพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนรอบเหมืองอย่างสม่ำเสมอ

นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่า บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด การดำเนินงานทุกอย่างของเหมืองแร่ทองคำชาตรีเป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล และยังได้จัดให้มีการตรวจสุขภาพประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินงานของเหมืองไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในชุมชนใกล้เคียง เช่นเดียวกับพนักงานของบริษัทฯ ซึ่งหลายคนทำงานที่เหมืองมานานกว่า 10-20 ปี และมีผลการตรวจสุขภาพที่ดี

“พนักงานของเราประมาณ 85% เป็นคนในพื้นที่ หากการดำเนินงานของเหมืองไม่ปลอดภัยจริง คงไม่มีใครยอมเสี่ยงชีวิต ทั้งของตัวเองและคนในครอบครัวเพื่อแลกกับค่าตอบแทนจากการทำงานที่นี่ ความไว้วางใจจากชุมชนและพนักงานคือเครื่องยืนยันสำคัญ นอกจากนี้ เงินจากกองทุนพัฒนาหมู่บ้านรอบเหมืองแร่ที่อัครานำส่ง ยังมีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องในชุมชนรอบเหมืองในมิติต่างๆ อย่างกว้างขวาง ล่าสุดคือ การที่องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ได้นำไปใช้ในการติดตั้งไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกและเสริมความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี” นายเชิดศักดิ์กล่าว

บริษัทฯ ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณรัฐบาล ผู้นำชุมชน และประชาชนรอบเหมือง สำหรับความเชื่อมั่นและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้กับชุมชนโดยรอบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...