โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การตลาดโดนใจเจนฯ Z แบบ Procoro ขนมสุดไวรัลที่ไม่ต้องพึ่งพลังพรีเซนเตอร์และโฆษณา

Capital

อัพเดต 17 ธ.ค. 2568 เวลา 02.25 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2568 เวลา 02.13 น. • Insight

จากข้อมูลของเว็บไซต์ Visa เมื่อช่วงกลางปี 2025 ระบุว่า 11.6 ล้านคน คือตัวเลขประชากร ‘เจนฯ Z ชาวไทย’ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มคนวัยทำงานและกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคหน้าใหม่ที่มีกำลังซื้อ ที่สำคัญคืออีกราวๆ 5-7 ปี ข้างหน้าพวกเขาจะยกระดับเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลัก

ท่ามกลางการวิ่งตามกระแสชาวเจนฯ Z ของผู้ประกอบการหน้าใหม่และเก่า ทั้งในแง่ของการปรับคาแร็กเตอร์, สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ ไปจนถึงเรื่องของการโฆษณา ‘Procoro’ (โปรโกโร่) ขนมช็อกโกแลตหน้าตาธรรดาที่วางขายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป กลับเป็นเคสตัวอย่างของแบรนด์ที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคดังกล่าว ชนิดที่ไม่จำเป็นต้องทุ่มทุนมหาศาลหรือทำการตลาดใหญ่โต

ในเมื่อไม่มีพรีเซนเตอร์คนดัง ไม่มีโฆษณาที่ฮิตเป็นไวรัลบนหน้าสื่อ บางคนแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าขนมยี่ห้อนี้มีสโลแกนว่าอะไร แต่ทำไมถึงกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลฯ ถูกอกถูกใจผู้บริโภคเจนฯ Z คำตอบของคำถามที่ว่านี้ขอชวนมาวิเคราะห์ไปด้วยกันในคอลัมน์ Keynote ตอนนี้

1. ไม่เน้นขายแต่เน้นหาวิธี ‘สร้างสัมพันธ์’ กับผู้บริโภคด้วยกลยุทธ์ Q&A

ตามหลัก 4P ซึ่งเป็นพื้นฐานของกลยุทธ์การตลาดคือการหาวิธีทำให้ลูกค้าเข้าใจถึงคอนเซปต์ของผลิตภัณฑ์, ราคา, ช่องทางการจำหน่าย และโปรโมชั่นต่างๆ ตามวาระโอกาส ช่วงแรก Procoro เลือกดำเนินตามสูตรที่ว่า สังเกตได้จากชอร์ตคลิปบนโซเชียลฯ คลิปแรกในเดือนมกราคมปี 2021 ที่สื่อสารออกไปตรงๆ ว่าขนมรสชาติดียังไง

หลังจากนั้นในปีเดียวกัน Procoro ค่อยๆ ปรับกลยุทธ์การสื่อสารผ่านคอนเทนต์ออนไลน์ที่เน้นอารมณ์ขัน เข้าใจง่าย เช่น Procoro กินกับอะไรได้บ้าง, สุ่มแต่งตัวออกไปซื้อ Procoro ในร้านสะดวกซื้อ, ทายคำถามจากการ์ตูนเรื่องดัง กระทั่งกลายมาเป็นไวรัลสุดๆ จากการไปสุ่มสัมภาษณ์ Q&A กับบรรดาวัยรุ่นสยามสแควร์

https://www.tiktok.com/@procoro.th?lang=en

จริงอยู่ที่คอนเทนต์ Q&A กับวัยรุ่นสยามสแควร์เป็นสิ่งที่แบรนด์ไหนก็โดดลงมาทำกันจนชินตา แต่สิ่งที่ Procoro ทำคือการไม่โปรโมตสินค้าตัวเองแบบตะโกน แต่เลือกผูกสัมพันธ์กับบรรดาวัยรุ่นเหล่านั้นซึ่งเป็นเด็กเจนฯ Z ด้วยคำถามฮาๆ กวนๆ หรือสร้างโมเมนต์ชวนจิ้น เช่น อยากบอกอะไรกับเพื่อนข้างๆ, เรียนจบมาอยากทำงานอาชีพอะไร, ได้เงินไปโรงเรียนวันละเท่าไหร่, เปิดเทอมวันแรกตื่นเต้นไหม, Minecraft หรือ Roblox ฯลฯ

ในคำถามที่ฟังผิวเผินเหมือนจะหาแก่นสารอะไรไม่ได้ แต่ในมุมวัยรุ่นคำถามเหล่านี้เปรียบเสมือน topic ที่พูดคุยหยอกล้อ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับเพื่อนในชีวิตประจำวัน และด้วยภาพจำแรกที่ไม่ใช่คนขายเดินไปหาผู้บริโภค แต่เหมือนเพื่อนชวนเพื่อนคุยทำให้ไม่รู้สึกเกร็งหรือถูกยัดเยียดรีวิวสินค้า เหตุนี้เองทำให้ Procoro ถูกจดจำในหมู่เด็กเจนฯ Z ได้รวดเร็ว บ้างก็คุ้นหูแบรนด์จนต้องลองหามาชิมสักครั้ง

2. User-Generated Content ให้ผู้บริโภคสร้างกระแสแก่แบรนด์แทนพรีเซนเตอร์

บ่อยครั้งที่เราเห็นแบรนด์ใช้กลยุทธ์ ‘Presenter Marketing’ หรือการจ้างศิลปินและดาราดังมาเป็นพรีเซนเตอร์เพื่อดึงดูดผู้บริโภค ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการที่ใช้ได้ดีในยุคที่พลังของ ‘แฟนด้อม’ มีมูลค่ามหาศาล

ภาพจาก Facebook : Procoro

ภาพจาก Facebook : Procoro

ภาพจาก Facebook : Procoro

แต่กับ Procoro ดูจะแตกต่างสวนทางขนบ ด้วยการทำให้ผู้บริโภคเป็น ‘user-generated content’ จากการตั้งต้นแคมเปญสนุกๆ เช่น #procorosnap หรือการชวนชาวเจนฯ Z ถ่ายภาพกับเพื่อนๆ พร้อมขนม Procoro ที่สยามสแควร์ไปจนถึงรั้วโรงเรียนต่างๆ ก่อนโพสต์ลงบนโซเชียลฯ พร้อมติดแฮ็ชแท็กดังกล่าว

กลยุทธ์ข้างต้นคือการใช้ข้อดีจาก ‘ไลฟ์สไตล์’ ขอเจนฯ Z ที่มักแอ็กทีฟอยู่บนโลกโซเชียลฯ และมีพฤติกรรม ‘แชร์’ สิ่งที่ชอบและสนใจ มาเป็นผู้สร้าง ‘brand awareness’ สู่วงกว้างแทนพรีเซนเตอร์ ซึ่งฐานผู้บริโภคของ Procoro ก็คือเจนฯ Z ด้วยกัน จึงสามารถตัดเรื่องของการสื่อสารไม่ตรงเป้าหมาย

อีกนัยหนึ่ง การทำการตลาดแบบนี้ดูจะสอดคล้องกับโครงสร้างของแบรนด์ที่มีขนาดเล็กค่อนกลาง คือนอกจากจะไม่ต้องจ้างพรีเซนเตอร์ ก็ยังไม่จำเป็นต้องลงทุนเสียเงินโฆษณาผ่านช่องโทรทัศน์ หรือติดบิลบอร์ดใหญ่โตตามที่สารธารณะ ในเมื่อสุดท้ายฐานผู้บริโภคของตัวเองอยู่ในโซเชียลฯ และแบรนด์เองก็เติบโจมาจากการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลฯ เช่นกัน

3. กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งตามช่วงเวลาสำคัญของเหล่าเจนฯZ

อีกหนึ่งวิธีการที่น่าสนใจของ Procoro คือการสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์กลมกลืนกับช่วงเวลาสำคัญของกลุ่มเจนฯ Z ที่เห็นภาพชัดเจนคือล่าสุดที่ร่วมเป็นสปอนเซอร์ให้กับงานฟุตบอลประเพณีจตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 31

ไม่ใช่แค่การตั้งบูทร่วมกิจกรรมหรือแจกขนมภายในงาน แต่ทำให้ ‘ธีม’ ของคอนเทนต์ที่แบรนด์จะสื่อสารตรงกับช่วงเวลาพิเศษนั้น อย่างช่วงที่มีการจัดฟุตบอลจตุรมิตรฯ Procoro ก็เน้นสัมภาษณ์ Q&A เด็กนักเรียนในเครือจตุรมิตร หรือทำแคมเปญที่เกี่ยวกับรายการฟุตบอลดังกล่าว

ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานี้สะท้อนให้เห็นว่า แบรนด์ที่ดีไม่จำเป็นต้องฮาร์ดเซลล์ หรือลงทุนจ้างพรีเซนเตอร์คนดัง เพียงแต่ต้อง ‘get to the point’ เกาถูกที่คัน รู้ว่าสินค้าที่จะขายนั้นขายใคร, ฐานผู้บริโภคของเราเป็นใคร, จะสื่อสารยังไงให้พวกเขารับรู้ถึงตัวตนของแบรนด์ และทำให้ยังไงผู้บริโภคไม่รู้สึกถึงช่องว่างความห่างเหินกับแบรนด์

หากตีโจทย์เหล่านี้แตก แบรนด์จะมีรากฐานที่แข็งแรง สามารถเปิดประตูต่อยอดรังสรรค์โปรดักต์ใหม่ๆ ได้อย่างมั่นใจ มากไปถึงการวางยุทธศาสตร์แบรนด์ในอนาคตได้อย่างแม่นยำเองก็เช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...