โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัปเดตล่าสุด! ดาวหาง 3I/ATLAS แขกผู้มาเยือนระบบสุริยะดวงที่ 3 เผยความลับเคมีระหว่างดาวที่แตกต่าง

SPACEMAN

อัพเดต 07 พ.ย. 2568 เวลา 08.42 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2568 เวลา 01.42 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ดาวหาง 3I/ATLAS (ทรีไอ/แอตลาส) วัตถุระหว่างดาวดวงที่ 3 ที่เรารู้จัก ได้เดินทางมาถึงตำแหน่งใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด (Perihelion) เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา แม้ว่าช่วงเวลาดังกล่าวโลกจะไม่สามารถสังเกตการณ์ได้เพราะอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ แต่ข้อมูลที่นักดาราศาสตร์รวบรวมได้ก่อนหน้านี้ กำลังเผยให้เห็นข้อมูลเชิงลึกใหม่เกี่ยวกับองค์ประกอบทางเคมีและต้นกำเนิดของมัน ซึ่งอาจบอกใบ้ถึงความลับในการก่อตัวของระบบดาวเคราะห์อื่น

ดาวหาง 3I/ATLAS ถูกค้นพบเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2025 โดยกล้องโทรทรรศน์ Asteroid Terrestrial-impact Last Alert System (ATLAS) ในประเทศชิลี นับเป็นวัตถุระหว่างดาว (Interstellar Object) ที่ได้รับการยืนยันเป็นดวงที่ 3 ต่อจาก 1I/‘Oumuamua (โออูมูอามูอา) ในปี 2017 และ 2I/Borisov (บอริซอฟ) ในปี 2019

สิ่งที่ทำให้นักดาราศาสตร์ประหลาดใจคือ 3I/ATLAS เริ่มแสดง "โคมา" (Coma) หรือกลุ่มแก๊สและฝุ่นที่ฟุ้งออกมาตั้งแต่อยู่ไกลจากดวงอาทิตย์ การที่มันตื่นตัวเร็วเช่นนี้ ชี้ให้เห็นว่ามันมีสารประกอบที่ระเหยง่าย (Volatiles) สูง เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) และคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ซึ่งระเหิดได้ที่อุณหภูมิต่ำกว่าน้ำแข็งที่พบได้ทั่วไปในดาวหางระบบสุริยะของเรา

ผลการวิเคราะห์สเปกตรัม (การแยกแสงเพื่อดูองค์ประกอบ) ยืนยันว่า โคมาของดาวหางดวงนี้เต็มไปด้วยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แต่กลับมีไอน้ำน้อยมาก นี่เป็นเรื่องผิดปกติเมื่อเทียบกับดาวหางในระบบสุริยะที่ระยะห่างราว 3 หน่วยดาราศาสตร์ (AU) หรือประมาณ 3 เท่าของระยะห่างจากโลกถึงดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นระยะที่น้ำแข็งควรเริ่มระเหิดแล้ว

นักวิจัยจากสถาบันเซติ (SETI Institute) ตั้งสมมติฐานว่า อาจเกิดจากการทำความเย็นด้วยการระเหย (Evaporative cooling) เมื่อ CO₂ ระเหิดอย่างรวดเร็ว มันจะดึงความร้อนจากพื้นผิว ทำให้ดาวหางเย็นลงจนน้ำแข็งไม่สามารถระเหิดได้ หรืออาจเป็นไปได้ว่าโครงสร้างผลึกน้ำแข็งของมันแตกต่างจากดาวหางของเราโดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นผลมาจากการเดินทางฝ่ารังสีคอสมิกในอวกาศระหว่างดาวมานานหลายล้านปี

ความแปลกประหลาดยังไม่จบสิ้น เมื่อกล้องโทรทรรศน์ VLT ของหอดูดาวท้องฟ้าซีกใต้แห่งยุโรป (ESO) ตรวจพบอัตราส่วนของนิกเกิลต่อเหล็กที่สูงผิดปกติในสถานะแก๊ส

โดยปกติในดาวหางระบบสุริยะ นิกเกิลและเหล็กจะถูกปล่อยออกมาในสัดส่วนใกล้เคียงกัน แต่ 3I/ATLAS กลับมีนิกเกิลเข้มข้นแต่มีเหล็กเจือจาง อย่างไรก็ตาม สัดส่วนนี้เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้นเมื่อดาวหางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ซึ่งอาจชี้ให้เห็นถึงกระบวนการทางเคมีที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่แตกต่างกันในระบบดาวแม่ของมัน

3I/ATLAS มีวงโคจรแบบไฮเปอร์โบลา (Hyperbolic path) ซึ่งหมายความว่ามันจะไม่กลับมาอีก เครือข่ายนักดาราศาสตร์พลเมือง Unistellar Network ซึ่งประสานงานโดยสถาบันเซติ มีบทบาทสำคัญในการติดตามดาวหางดวงนี้

พวกเขารวบรวมข้อมูลการวัดแสงอย่างต่อเนื่อง และพบว่าดาวหางมีการสว่างวาบขึ้น (Outburst) อย่างกะทันหันก่อนที่จะเข้าสู่จุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ซึ่งข้อมูลนี้ช่วยยืนยันการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของดาวหางในช่วงเวลาสำคัญ

แม้ว่า 3I/ATLAS กำลังจะจางหายไปจากท้องฟ้าของเราขณะเดินทางกลับสู่ห้วงอวกาศระหว่างดาว แต่ข้อมูลอันล้ำค่าที่รวบรวมได้จากทั้งหอดูดาวขนาดใหญ่และนักดาราศาสตร์พลเมืองทั่วโลก จะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับภารกิจในอนาคต เช่น ยาน Comet Interceptor ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) ซึ่งออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นวัตถุผู้มาเยือนจากต่างระบบในครั้งถัดไป

ดร. แฟรงก์ มาร์ชีส นักดาราศาสตร์ดาวเคราะห์จากสถาบันเซติ สรุปว่า "การค้นพบแต่ละครั้งเปรียบเหมือนการซ้อมใหญ่ เรากำลังเรียนรู้ที่จะสังเกต ตีความ และตอบสนองอย่างรวดเร็ว เพื่อที่ครั้งต่อไป เราจะพร้อมส่งยานอวกาศไปสำรวจ"

ข้อมูลอ้างอิง: SETI Institute

  • Comet 3I/ATLAS Perihelion Update
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...