“จีน” เร่งคืนดี “เยอรมนี” ดันจับมือเศรษฐกิจ-เทคโนโลยี หวังคลี่คลายศึกแร่หายาก–ชิป
"จีน" เดินเกมฟื้นสัมพันธ์ "เยอรมนี" หลังมาตรการจำกัดส่งออกแร่หายากและชิปทำอุตสาหกรรมเยอรมนีสะดุด พร้อมเสนอความร่วมมือเชิงลึกในเทคโนโลยีใหม่
วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.41 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนผลักดันความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นในการหารือระดับสูงสุดกับรัฐบาลเยอรมนีชุดใหม่ ขณะที่เยอรมนี คู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของจีนในยุโรป กำลังพยายามคลี่คลายความตึงเครียดจากมาตรการจำกัดส่งออกแร่หายากของจีน ซึ่งทำให้สายการผลิตของเยอรมนีสะดุดและนำไปสู่กระแสเรียกร้องการลดความเสี่ยง (de-risking)
จีนได้เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเยอรมนีอย่างรวดเร็วผิดปกติ หลังเกิดความขัดแย้งจากการจำกัดส่งออกชิปและแร่หายาก ทำให้โยฮัน เวเดฟูล รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี ต้องยกเลิกการเดินทางเยือนจีนในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวว่า “จีนและเยอรมนีเป็นหุ้นส่วนสำคัญด้านเศรษฐกิจและการค้า” ระหว่างการพบกับนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ทซ์ บนเวทีประชุมสุดยอด G20 เมื่อวันอาทิตย์ ตามรายงานของสื่อรัฐจีน
สำนักข่าวซินหัวอ้างคำพูดของหลี่ว่า“รัฐบาลทั้งสองควรร่วมมือกันเพื่อเสริมสร้างการสื่อสารและการหารือ เพื่อจัดการกับข้อกังวลของแต่ละฝ่ายอย่างเหมาะสม” พร้อมทั้งเสนอให้ทั้งสองประเทศกระชับความร่วมมือในอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์หลายด้าน
การประชุมครั้งนี้เคยถูกมองว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนก่อน แต่ในช่วงที่ทั้งจีนและเยอรมนีกำลังรับแรงกระแทกจากสงครามการค้าสหรัฐ–จีน และต้องการกระจายความเสี่ยงจากตลาดผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งสองฝ่ายจึงเลือกจะวางความแตกต่างไว้ก่อน
คาดว่าแมร์ทซ์จะเดินทางเยือนจีนในเร็ว ๆ นี้ และจะเข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ขณะที่เวเดฟูล รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี ได้ตกลงกับหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนเมื่อต้นเดือน ว่าจะกำหนดวันเยือนปักกิ่งใหม่หลังจากเลื่อนออกไปก่อนหน้า
ด้าน ลาร์ส คลิงไบล์ รัฐมนตรีคลังเยอรมนี ก็เพิ่งเข้าพบเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีนเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยทั้งสองฝ่ายระบุว่าการหารือมีความคืบหน้าในการลดความตึงเครียดด้านการค้า
แม้มีความขัดแย้งในหลายประเด็น เช่น การที่จีนสนับสนุนรัสเซีย พฤติกรรมในอินโด–แปซิฟิก รวมถึงเสียงวิจารณ์ของเยอรมนีต่อประเด็นสิทธิมนุษยชนและนโยบายอุตสาหกรรมที่รัฐอุดหนุนของจีน แต่ทั้งสองประเทศยังคงมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่ลึกและสำคัญต่อกัน
ข้อมูลจีนระบุว่าจีนซื้อสินค้าจากเยอรมนีมูลค่า 95,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว โดยราว 12% เป็นรถยนต์ ทำให้จีนอยู่ในกลุ่มคู่ค้าสำคัญ 10 อันดับแรกของเศรษฐกิจเยอรมนีมูลค่า 19 ล้านล้านดอลลาร์ ในทางกลับกัน เยอรมนีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 107,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็นชิปและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
เยอรมนียังโดดเด่นในฐานะนักลงทุนรายใหญ่ในจีน โดยทุ่มเงินลงทุนใหม่ 6.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 คิดเป็น 45% ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั้งหมดจากสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ตามข้อมูลของสถาบันวิจัยจีน–ยุโรป (MERICS)
ระหว่างการพบปะในแอฟริกาใต้ หลี่ เฉียง กล่าวด้วยว่า เขา “หวังว่าเยอรมนีจะดำเนินนโยบายต่อจีนอย่างมีเหตุผลและเป็นเชิงปฏิบัติ และหลีกเลี่ยงแรงกดดันหรือการแทรกแซงจากภายนอก”
สำหรับเยอรมนี จีนคือตลาดยานยนต์ที่แทบไม่อาจทดแทนได้ และคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของยอดขายผู้ผลิตรถยนต์เยอรมนีทั้งหมด
นอกจากนี้ บริษัทเคมีภัณฑ์และเวชภัณฑ์รายใหญ่ของเยอรมนีก็มีฐานธุรกิจขนาดใหญ่ในจีน แม้ว่าจะถูกกดดันเพิ่มขึ้นจากคู่แข่งท้องถิ่น
หลี่ เฉียง กล่าวปิดท้ายว่า“จีนพร้อมทำงานร่วมกับเยอรมนีเพื่อคว้าโอกาสการพัฒนาในอนาคต…ในสาขาเกิดใหม่ เช่น พลังงานใหม่ การผลิตอัจฉริยะ ไบโอเมดิซีน เทคโนโลยีไฮโดรเจน และระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ”
อ้างอิง : reuters.com