โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘สุวรรณภูมิ’ ถกด่วน! หลังพบโดรนป่วนรอบสนามบิน

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 17.00 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 16.45 น. • The Bangkok Insight

"สุวรรณภูมิ" เรียกถกฝ่ายมั่นคง หลังพบโดรนป่วนรอบสนามบิน ทอ.-ตร. ส่งอุปกรณ์ Anti-Drone เข้าติดตั้งสกัดทันควัน

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเรียกประชุมฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยงานแบบเร่งด่วน วางแผนเผชิญเหตุกรณีพบโดรนใกล้พื้นที่สนามบิน พร้อมเดินหน้าจัดหาอุปกรณ์ต่อต้านโดรนขั้นสูง หลังสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เห็นชอบและอนุมัติให้ดำเนินการตามกรอบกฎหมาย เพื่อยกระดับความปลอดภัยสูงสุดด้านการบิน

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 22 ธ.ค. 2568 ที่ ห้องประชุมสำนักงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ นาย กิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ นั่งเป็นประธานหัวโต๊ะในการเรียกประชุมฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากกองทัพอากาศ กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายปกครอง รวมถึงฝ่ายข่าวกรองด้านความมั่นคง เข้าร่วมประชุมถกวาระสำคัญเร่งด่วน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องแผนเผชิญเหตุกรณีพบโดรนใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ โดยที่ประชุมใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงเศษ ก่อนที่จะเลิกการประชุมและออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ออกมาแถลงข่าวบอกว่า จากกรณีช่วงค่ำคืนของวันที่ 20 ธ.ค.68 ที่ผ่านมา มีชาวบ้านแจ้งเบาะแสพบโดรนบินรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ทางสนามบินได้ดำเนินการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิร่วมกับฝ่ายรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานออกตรวจหาโดรนตามที่ชาวบ้านแจ้งเบาะแส ซึ่งในค่ำคืนดังกล่าวตนเองและผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ลงพื้นที่ตรวจหาด้วยตนเองเช่นกัน ซึ่งจากการตรวจสอบในค่ำคืนดังกล่าว พบว่ามีโดรนบินใกล้เคียงสนามบินจริงแต่เน้นย้ำว่ายังไม่มีการเข้ามาในพื้นที่ชั้นในของสนามบินแต่อย่างใด

หลังจากมีการตรวจพบโดรนบินนอกรั้วของสนามบิน จึงมีการเข้าแผนเผชิญเหตุทันที ซึ่งมีการประสานการปฏิบัติฝ่ายความมั่นคงทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกองทัพอากาศ ได้นำเครื่องมือในการตรวจจับและป้องกันโดรนที่จะเข้ามาในพื้นที่สนามบิน เข้ามาติดตั้งทันทีภายในค่ำคืนดังกล่าว เพื่อไม่ให้ลุกล้ำเข้ามาในเขตของสนามบิน โดยประสานร่วมกับศูนย์บังคับการบินหรือวิทยุการบินเพื่อให้เกิดความปลอดภัยของเครื่องบินในการขึ้นลงที่สนามบิน หลังจากนั้นในค่ำคืนที่สองยังปรากฏพบโดรนบ้างปะปลายตามข่าว ซึ่งจากการพิสูจน์ทราบพบว่ามีจำนวนน้อยกว่าในค่ำคืนวันแรก ขณะนี้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีหน่วยงานความมั่น 3 หน่วยงานหลักในการเข้ามาบูรณาการกำลังในการเฝ้าระวัง คือ กองทัพบก กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะคอยมอนิเตอร์และเฝ้าระวังโดรนที่จะเข้าในพื้นที่ จึงขอให้ความมั่นใจแก่ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวที่จะมาใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นั้น มีความปลอดภัยสูงสุดแน่นอนทั้งนี้จึงอยากฝากเตือนสำหรับใครก็ตามที่คิดจะฝ่าฝืนบินโดรนในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิหรือท่าอากาศยานทุกแห่ง นั้น จะมีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต จึงขอให้คิดและตะหนักไว้ให้ดีถึงโทษสูงสุด เนื่องจากพื้นที่สนามบินเป็นพื้นที่ความปลอดภัยและความมั่นคงสูงสุด

ส่วนมาตรการระยะยาว หลังจากที่นายกรัฐมนตรีและฝ่ายความมั่นคงเรียกประชุมด่วนที่ สมช. ซึ่งที่ประชุมได้มีการอนุมัติให้ทางท่าอากาศยานไทยจำกัดได้จัดซื้อเครื่องมือที่จะแอนตี้โดรนที่ทันสมัยที่สุดเพื่อรองรับภัยจากโดรนทุกรูปแบบ ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการจัดหาเครื่องมือดังกล่าวในระยะหนึ่ง แต่ก็จะเร่งรัดในการดำเนินการ ส่วนมาตรการเร่งด่วนเกี่ยวกับเครื่องมือดังกล่าวในระหว่างที่รอจัดหานั้น ขณะนั้นทางด้านกองทัพอากาศจัด ชุดอุปกรณ์ต่อต้านอากาศยาน Red Sky-II จำนวน 1 ชุด ปืน Drone Killer จำนวน 1 กระบอก ปืน Drone Defender จำนวน 2 กระบอก ปืนลูกซอง Tomahawk จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุน 20 นัด นอกจากนั้นทางด้าน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังสนับสนุน ระบบ Anti-Drone จำนวน 1 ชุด ยืนยันในขนาดนี้ทุกอย่างอยู่ในแผนการปฏิบัติอย่างรัดกุม และมีความปลอดภัยสูงสุด พร้อมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์ไปยังนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพื่อสร้างความมั่นใจที่จะเข้ามายังประเทศไทย ผ่านทางสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินในสังกัด ทอท. ทุกแห่ง

ด้าน พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ระบุว่า ในส่วนของยุทธการในการดำเนินการป้องกันและเฝ้าระวังโดรนที่จะเข้ามาในพื้นที่ของสนามบินสุวรรณภูมินั้น ขณะนี้มีทางด้านกองทัพอากาศเป็นแม่งานหลักในการทำงาน ซึ่งมีตำรวจภูธรภาค 1 โดยเฉพาะตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ในการเข้าแผนการปฏิบัติ ซึ่งขนาดนี้นอกจากกองทัพอากาศที่จะส่งเครื่องมือในการป้องกันโดรนเข้ามายังสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังส่งเครื่องมือดังกล่าวเข้ามาสนับสนุนด้วยเช่นกัน ส่วนมาตรการเฝ้าระวังนอกจากนี้ ตนเองยังสั่งการไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ให้ควบคุมการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง พร้อมกำชับการตั้งด่านตรวจโดยรอบของสนามบินตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรายงานผลการปฏิบัติมายังตนเองโดยตรง ส่วนมาตรการเชิงลุกนั้น ได้สั่งการให้ออกสำรวจผู้ที่ครอบครองโดรนทุกชนิดต้องจัดทำประวัติทั้งตัวโดรนและผู้ครอบครอง อีกทั้งต้องมีการขึ้นทะเบียนและขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมประชาสัมพันธ์ในเรื่องของมาตรการการรักษาความปลอดภัย นอกจากนั้นยังให้อกสำรวจร้านค้าที่จำหน่ายโดรนรวมถึงคลังสินค้าที่เก็บโดรนในพื้นที่เพื่อป้องกันการลักลอบน้ำโดรนผิดกฎหมายมาใช้ นอกจากนั้นยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ไปสำรวจตามหอพักและสำรวจบุคคลต้องสงสัยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาจเกี่ยวข้องด้านความมั่นคงในพื้นที่อีกด้วย ส่วนประเด็นที่มีชาวบ้านไปพบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขับขี่รถเข้ามายังพื้นที่ของเอกชนเพื่อถ่ายรูปเครื่องบินนั้น ตรงนี้ยังไม่ได้รับรายงาน

ขณะที่แหล่งข่าวของทีมข่าวออกมาระบุว่ากรณีดังกล่าวเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ชื่นชอบการถ่ายรูปเครื่องบินเท่านั้นไม่เกี่ยวกับเรื่องของความมั่นคงแต่อย่างใด มีการพบตัวและเชิญตัวมาพิสูจน์ทราบแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ทั้งนี้ทางด้าน ผู้นวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยังฝากทิ้งท้ายถึงพี่น้องประชาชนโดยรอบสนามบิน เกี่ยวกับการสังเกตแสงไฟบนท้องฟ้า ขอให้ประชาชนในพื้นที่ไม่ตื่นตระหนกเมื่อพบเห็นแสงไฟ โดยรอบสนามบิน ซึ่งส่วนใหญ่ที่ชาวบ้านพบเห็นนั้นจะเป็นแสงไฟจากเครื่องบิน เนื่องจากสนามบินสุวรรณภูมิจะมีไฟท์บินเข้าออกวันละเกือบพันไฟท์ โดยข้อสังเกตของการมองดูระหว่างโดรนกับเครื่องบินนั้น หากเป็นแสงไฟ ถ้าเป็นเครื่องบินจะมีแสงไฟแฟลซกระพริบสีขาว ส่วนโดรนจะไม่มีแต่อย่างใด และหากเป็นโดรนจะต้องได้ยินเสียงของบัดพัดที่ค่อนข้างได้ยินชัดเจนโดยเฉพาะหากบินไม่สูงมากนัก ทั้งนี้ฝ่ายความมั่นและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพร้อมที่จะเข้าไปพิสูจน์ทราบหากมีประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...