นักลงทุนชี้ “Carry Trade ตลาดเกิดใหม่” ยังไปต่อในปี 2569 หลังผลตอบแทนแรงสุดในรอบ 10 ปี
สถาบันการเงินชั้นนำมองช่องว่างดอกเบี้ยระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับตลาดเกิดใหม่ยังหนุนกลยุทธ์ Carry Trade ท่ามกลางเงินดอลลาร์อ่อนค่าและความผันผวนค่าเงินที่อยู่ในระดับต่ำ
วันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลา 20.30 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นักลงทุนรายใหญ่ระบุว่ากลยุทธ์ carry trade ในตลาดเกิดใหม่ยังมีแนวโน้มไปต่อในปี 2569 หลังจากทำผลงานโดดเด่นอย่างมากในปีนี้
ความผันผวนที่ลดลงในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นปัจจัยเอื้อสำคัญต่อกลยุทธ์ดังกล่าว ซึ่งนักลงทุนจะกู้ยืมเงินในสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนต่ำ เพื่อนำไปลงทุนในสกุลเงินที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่า โดยดัชนีหนึ่งของบลูมเบิร์กที่วัดผลตอบแทนจากกลยุทธ์นี้ให้ผลตอบแทนราว 17% ในปีนี้ ถือเป็นผลตอบแทนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2552
ผู้จัดการสินทรัพย์และธนาคารรายใหญ่หลายแห่ง ตั้งแต่ Vanguard Group Inc., Invesco Ltd., Goldman Sachs Group Inc. ไปจนถึง Bank of America Corp. คาดว่าช่องว่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับตลาดเกิดใหม่จะยังคงอยู่ในปีหน้า โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางของประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่มีแนวโน้มคงต้นทุนการกู้ยืมในระดับต่ำ ซึ่งในทางทฤษฎีจะยังคงกดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงแล้วกว่า 7% ในปี 2568
กอร์กี อูร์กีเอตา ผู้ร่วมดูแลการลงทุนตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ของ Neuberger Berman กล่าว ว่า“carry trade ยังให้มูลค่า โดยเฉพาะในประเทศที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงอย่างบราซิล โคลอมเบีย และบางตลาดในแอฟริกา” อย่างไรก็ตามหลังจากผลตอบแทนที่แข็งแกร่งในปีนี้ โอกาสในการลงทุนเริ่มมีความจำเพาะเจาะจงมากขึ้น
ผลตอบแทนพุ่งแรง
ในปีนี้ นักลงทุนมีทางเลือกมากมายสำหรับการทำแคร์รีเทรด ท่ามกลางการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของหุ้น พันธบัตร และสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ ประเทศอย่างบราซิลและโคลอมเบีย ซึ่งยังคงมีอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับสูง เห็นค่าเงินแข็งค่าขึ้นมากกว่า 13% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
ทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดว่าผลงานดังกล่าวจะต่อเนื่องหรือไม่ โดยในสถานการณ์ที่เหมาะสม นักลงทุนคาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวอย่างจำกัด ซึ่งจะเอื้อให้เฟดเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป และลดความน่าสนใจของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น อย่างไรก็ดีหากเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยจริง อาจกระตุ้นความกลัวความเสี่ยงในตลาด ขณะที่เศรษฐกิจที่ร้อนแรงเกินคาดจะทำให้ความเสี่ยงของการขึ้นดอกเบี้ยกลับมาอีกครั้ง
วิม ฟานเดนฮุก ผู้ร่วมดูแลการลงทุนตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ของ Invesco กล่าวว่า “ในภาวะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่า carry trade ยังคงเป็นแหล่งสร้างผลตอบแทน”
ฟานเดนฮุก มีมุมมองเชิงบวกต่อเงินเรียลของบราซิล ลีราของตุรกี และแรนด์ของแอฟริกาใต้ เป็นต้น ขณะที่ไบรอัน ดันน์ หัวหน้าฝ่ายซื้อขายออปชันค่าเงินภูมิภาคอเมริกาของ Goldman Sachs ระบุในพอดแคสต์เมื่อต้นเดือนว่า การเปิดสถานะขายดอลลาร์เทียบกับเงินเรียล แรนด์ และเปโซเม็กซิโก มีความน่าสนใจ โดยตะกร้าการลงทุนดังกล่าวให้ผลตอบแทนราว 20% ตั้งแต่ต้นปี
Invesco ยังขายเงินดอลลาร์เทียบกับแรนด์ และขายเงินยูโรเทียบกับฟอรินต์ของฮังการี ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนราว 11% ในปี 2568 รวมรายได้จากแคร์รีแล้ว ขณะที่ Bank of America ชื่นชอบการซื้อเงินเรียลเทียบกับเงินเปโซโคลอมเบีย ซึ่งเป็นการเล่นส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า 2%
จับตาความผันผวน
นักลงทุนยังจับตาว่าความผันผวนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจะยังคงอยู่ในระดับต่ำหรือไม่ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญของแคร์รีเทรด เนื่องจากการเคลื่อนไหวของค่าเงินในทิศทางตรงข้ามอาจล้างผลกำไรที่สะสมมาหลายเดือนได้อย่างรวดเร็ว
ขณะนี้ความคาดหวังต่อความผันผวนยังอยู่ในระดับต่ำ โดยดัชนีของ JPMorgan ที่วัดความผันผวนของสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า อยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี อย่างไรก็ดี ภาวะดังกล่าวกลับสร้างความกังวลให้ผู้เล่นบางรายที่มองว่าอาจเกิดการดีดกลับของความผันผวนได้ในอนาคต
ฟรานเชสกา ฟอร์นาซารี หัวหน้าฝ่ายโซลูชันค่าเงินของ Insight Investment กล่าวว่า “ความผันผวนต่ำมากในหลายตลาด ….ความกังวลเดียวของฉันคือเรื่องราวเชิงบวกอาจถูกสะท้อนเข้าไปในราคาแล้วในระดับหนึ่ง”
นักกลยุทธ์ค่าเงินของ Bank of America นำโดย อาดาร์ช ซินฮา ชี้ว่าปัจจัยหลายประการ เช่น การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ และความแตกต่างของทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลาง อาจทำให้ความผันผวนของค่าเงินเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม Vanguard ซึ่งเป็นผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่อันดับสองของโลก มองว่าความปั่นป่วนของตลาดจากการประกาศมาตรการภาษีของทรัมป์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้คลี่คลายลงแล้ว และมีแนวโน้มจะยังอยู่ในวงจำกัดตลอดปี 2569
โรเจอร์ ฮัลแลม หัวหน้าฝ่ายอัตราดอกเบี้ยระดับโลกของ Vanguard กล่าวว่า “เราไม่เห็นความผันผวนรุนแรงจากความไม่แน่นอนเชิงนโยบายหรือความเสี่ยงภาวะถดถอย …ซึ่งโดยทั่วไปเป็นสภาพแวดล้อมที่สกุลเงินตลาดเกิดใหม่สามารถทำผลงานได้ดี”
อ้างอิง : bloomberg.com