โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักลงทุนชี้ “Carry Trade ตลาดเกิดใหม่” ยังไปต่อในปี 2569 หลังผลตอบแทนแรงสุดในรอบ 10 ปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ธ.ค. 2568 เวลา 12.41 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 05.41 น.

สถาบันการเงินชั้นนำมองช่องว่างดอกเบี้ยระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับตลาดเกิดใหม่ยังหนุนกลยุทธ์ Carry Trade ท่ามกลางเงินดอลลาร์อ่อนค่าและความผันผวนค่าเงินที่อยู่ในระดับต่ำ

วันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลา 20.30 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นักลงทุนรายใหญ่ระบุว่ากลยุทธ์ carry trade ในตลาดเกิดใหม่ยังมีแนวโน้มไปต่อในปี 2569 หลังจากทำผลงานโดดเด่นอย่างมากในปีนี้

ความผันผวนที่ลดลงในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นปัจจัยเอื้อสำคัญต่อกลยุทธ์ดังกล่าว ซึ่งนักลงทุนจะกู้ยืมเงินในสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนต่ำ เพื่อนำไปลงทุนในสกุลเงินที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่า โดยดัชนีหนึ่งของบลูมเบิร์กที่วัดผลตอบแทนจากกลยุทธ์นี้ให้ผลตอบแทนราว 17% ในปีนี้ ถือเป็นผลตอบแทนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2552

ผู้จัดการสินทรัพย์และธนาคารรายใหญ่หลายแห่ง ตั้งแต่ Vanguard Group Inc., Invesco Ltd., Goldman Sachs Group Inc. ไปจนถึง Bank of America Corp. คาดว่าช่องว่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับตลาดเกิดใหม่จะยังคงอยู่ในปีหน้า โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางของประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่มีแนวโน้มคงต้นทุนการกู้ยืมในระดับต่ำ ซึ่งในทางทฤษฎีจะยังคงกดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงแล้วกว่า 7% ในปี 2568

กอร์กี อูร์กีเอตา ผู้ร่วมดูแลการลงทุนตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ของ Neuberger Berman กล่าว ว่า“carry trade ยังให้มูลค่า โดยเฉพาะในประเทศที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงอย่างบราซิล โคลอมเบีย และบางตลาดในแอฟริกา” อย่างไรก็ตามหลังจากผลตอบแทนที่แข็งแกร่งในปีนี้ โอกาสในการลงทุนเริ่มมีความจำเพาะเจาะจงมากขึ้น

ผลตอบแทนพุ่งแรง

ในปีนี้ นักลงทุนมีทางเลือกมากมายสำหรับการทำแคร์รีเทรด ท่ามกลางการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของหุ้น พันธบัตร และสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ ประเทศอย่างบราซิลและโคลอมเบีย ซึ่งยังคงมีอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับสูง เห็นค่าเงินแข็งค่าขึ้นมากกว่า 13% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

ทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดว่าผลงานดังกล่าวจะต่อเนื่องหรือไม่ โดยในสถานการณ์ที่เหมาะสม นักลงทุนคาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวอย่างจำกัด ซึ่งจะเอื้อให้เฟดเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป และลดความน่าสนใจของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น อย่างไรก็ดีหากเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยจริง อาจกระตุ้นความกลัวความเสี่ยงในตลาด ขณะที่เศรษฐกิจที่ร้อนแรงเกินคาดจะทำให้ความเสี่ยงของการขึ้นดอกเบี้ยกลับมาอีกครั้ง

วิม ฟานเดนฮุก ผู้ร่วมดูแลการลงทุนตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ของ Invesco กล่าวว่า “ในภาวะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่า carry trade ยังคงเป็นแหล่งสร้างผลตอบแทน”

ฟานเดนฮุก มีมุมมองเชิงบวกต่อเงินเรียลของบราซิล ลีราของตุรกี และแรนด์ของแอฟริกาใต้ เป็นต้น ขณะที่ไบรอัน ดันน์ หัวหน้าฝ่ายซื้อขายออปชันค่าเงินภูมิภาคอเมริกาของ Goldman Sachs ระบุในพอดแคสต์เมื่อต้นเดือนว่า การเปิดสถานะขายดอลลาร์เทียบกับเงินเรียล แรนด์ และเปโซเม็กซิโก มีความน่าสนใจ โดยตะกร้าการลงทุนดังกล่าวให้ผลตอบแทนราว 20% ตั้งแต่ต้นปี

Invesco ยังขายเงินดอลลาร์เทียบกับแรนด์ และขายเงินยูโรเทียบกับฟอรินต์ของฮังการี ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนราว 11% ในปี 2568 รวมรายได้จากแคร์รีแล้ว ขณะที่ Bank of America ชื่นชอบการซื้อเงินเรียลเทียบกับเงินเปโซโคลอมเบีย ซึ่งเป็นการเล่นส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า 2%

จับตาความผันผวน

นักลงทุนยังจับตาว่าความผันผวนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจะยังคงอยู่ในระดับต่ำหรือไม่ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญของแคร์รีเทรด เนื่องจากการเคลื่อนไหวของค่าเงินในทิศทางตรงข้ามอาจล้างผลกำไรที่สะสมมาหลายเดือนได้อย่างรวดเร็ว

ขณะนี้ความคาดหวังต่อความผันผวนยังอยู่ในระดับต่ำ โดยดัชนีของ JPMorgan ที่วัดความผันผวนของสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า อยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี อย่างไรก็ดี ภาวะดังกล่าวกลับสร้างความกังวลให้ผู้เล่นบางรายที่มองว่าอาจเกิดการดีดกลับของความผันผวนได้ในอนาคต

ฟรานเชสกา ฟอร์นาซารี หัวหน้าฝ่ายโซลูชันค่าเงินของ Insight Investment กล่าวว่า “ความผันผวนต่ำมากในหลายตลาด ….ความกังวลเดียวของฉันคือเรื่องราวเชิงบวกอาจถูกสะท้อนเข้าไปในราคาแล้วในระดับหนึ่ง”

นักกลยุทธ์ค่าเงินของ Bank of America นำโดย อาดาร์ช ซินฮา ชี้ว่าปัจจัยหลายประการ เช่น การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ และความแตกต่างของทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลาง อาจทำให้ความผันผวนของค่าเงินเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม Vanguard ซึ่งเป็นผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่อันดับสองของโลก มองว่าความปั่นป่วนของตลาดจากการประกาศมาตรการภาษีของทรัมป์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้คลี่คลายลงแล้ว และมีแนวโน้มจะยังอยู่ในวงจำกัดตลอดปี 2569

โรเจอร์ ฮัลแลม หัวหน้าฝ่ายอัตราดอกเบี้ยระดับโลกของ Vanguard กล่าวว่า “เราไม่เห็นความผันผวนรุนแรงจากความไม่แน่นอนเชิงนโยบายหรือความเสี่ยงภาวะถดถอย …ซึ่งโดยทั่วไปเป็นสภาพแวดล้อมที่สกุลเงินตลาดเกิดใหม่สามารถทำผลงานได้ดี”

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...