โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทุเรียนราคาขาลงในรอบ 10 ปี สารพัดปัญหาสารเคมี-ส่งออก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 พ.ย. 2568 เวลา 03.34 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2568 เวลา 23.54 น.

ทิศทางราคาทุเรียนไทยฤดูกาลปี 2569 ขาลง คาดต้นฤดูอยู่ที่ 170-180 บาท/กก. สะท้อนสู่ราคาแท้จริง ต่างจากอดีตตลอด 10 ปี พุ่งทะยานสูงสุดถึง 210-230 บาท/กก. แถมบางช่วงอาจจะได้เห็นต่ำกว่า 100 บาทต่อกก.เหมือนกับปีที่ผ่านมา เหตุจากหลายปัจจัย ทั้งคุณภาพทุเรียน สารตกค้าง แคดเมียม-BY2 ระบบขนส่ง การแข่งขันจากเพื่อนบ้าน จี้ชาวสวน-ล้งทำทุเรียนคุณภาพ พยุงราคาให้อยู่ในระดับเกิน 100 บาท/กก. เพื่ออนาคตทุเรียนไทยยั่งยืน

ราคาสูงเกินจริงจี้ปรับตัว

นายสัญชัย โกสัลล์วัฒนา ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตทุเรียนเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2569 ถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับชาวสวนทุเรียนว่าจะสามารถอยู่รอดได้หรือไม่ และปี 2570 จะเหลือเพียงชาวสวนตัวจริง เนื่องจากที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าราคาทุเรียนสูงเกินราคาแท้จริง 200-300% จากการแข่งขันกันซื้อของบรรดาล้งจีน ทำให้ราคาทุเรียนต้นฤดูหน้าสวนสูงถึง 210-230 บาท/กก.

แต่ฤดูกาลทุเรียนปี 2568 ที่ผ่านมา ราคาต้นฤดูลดลงเหลือประมาณ 170-180 บาท/กก. และบางช่วงต่ำกว่า 100 บาทต่อ กก. เพราะจำนวนโรงคัดบรรจุ (ล้ง) เข้ามารับซื้อน้อย ขณะที่ทางการจีนยกระดับมาตรการตรวจเข้มสารแคดเมียม และ BY2 ตามมาตรฐาน Cordex ทั้งส่วนเนื้อและเปลือกทุเรียน ทำให้ล้งประสบภาวะขาดทุนกันหนัก ดังนั้น ในฤดูกาลปี 2569 ชาวสวนและล้งต้องปรับตัวพัฒนาทุเรียนคุณภาพเพื่อการส่งออก

“ประมาณการทุเรียนรุ่นแรกปี 2569 คาดว่ามีปริมาณเพียง 30% ต้นฤดูราคาอยู่ที่ประมาณ 180 บาท/กก. ทุเรียนรุ่นใหญ่ประมาณ 60-70% ราคาเฉลี่ยน่าจะประมาณ 120 บาท/กก. และบางช่วงมีโอกาสทุเรียนต่ำกว่า 100 บาท เช่นเดียวกับปี 2568 ที่ราคาทุเรียนขึ้นอยู่กับผู้บริโภค การกระจายความเสี่ยง ต้องมองที่ตลาดปลายทาง ชาวสวนต้องปรับตัว ถ้าเป็นตลาดหลักจีนต้องไม่ปลูกให้ผลผลิตออกตรงกับช่วงที่มีผลไม้ยุโรปนำเข้ามาขายประดังกันจำนวนมาก แต่จะมีจุดอ่อน

ถ้าผลิตทุเรียนออกเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนตรงกับช่วงที่ผลผลิตทุเรียนเวียดนามออก ซึ่งต้องยอมรับเรื่องราคาทุเรียนเวียดนามต่ำกว่าทุเรียนไทย ประมาณว่าข้อดีของทุเรียนไทยฤดูกาลหน้าจะกระจายตัวออกหลายรุ่น แต่ปัญหาคือต้องทำทุเรียนคุณภาพ หมายถึงทุเรียนต้องกินได้ และอร่อย รสชาติดี คาดว่าฤดูกาลหน้าล้งที่เข้ามารับซื้อจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ลดน้อยลงมาก” นายสัญชัยกล่าว และว่า

ในฤดูกาลหน้าการส่งออกทุเรียนคุณภาพต้องมีการคัดกรองตั้งแต่ในสวน ก่อนส่งเข้ามาโรงคัดบรรจุด่านสุดท้ายก่อนการส่งออก โดยมีมาตรฐานบังคับ มกษ.9070 ของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวม และโรงคัดบรรจุ

ด้านเกษตรกรต้องพยายามพัฒนาคุณภาพและบริหารต้นทุน น่าจะประมาณ 35-45 บาท/กก. ถ้าขายทุเรียนได้ราคา 80 บาท/กก. น่าจะอยู่รอด เพราะกำไร 40% ที่ผ่านมาราคาทุเรียนเกินจริง 200-300% ถึงเวลาต้องทบทวนลดต้นทุน

ซึ่งการใช้ปุ๋ย ยา ไม่ใช่ลดลง แต่ต้องใช้ถูกเวลา ถูกที่ ต้องรู้จุดประสงค์การใช้ให้คุ้มค่ากับการลงทุน ผลผลิตถ้าบริหารจัดการในสภาพที่อากาศแปรปรวน ให้ได้ปริมาณ 3 ตัน/ไร่ และรูปทรงไซซ์ตามที่ตลาดต้องการ น้ำหนักประมาณ 2.5-3 กก./ลูก ซึ่งชาวสวนต้องมีความเข้าใจว่าทุเรียนจะดกปีเว้นปี ไม่ใช่คิดง่าย ๆ ปล่อยให้ผลดก จะแบกรับน้ำหนักเกิน ปีต่อไปลูกจะดรอปลง

ปี’69 ล้งจีนมาเปิดเพิ่ม 10%

นายมาโนช หนาแน่น เจ้าของล้งส่งออกจังหวัดระยอง และเจ้าของโรงงานรับจ้างแพ็กเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2568 ล้งรับซื้อลดลงจากช่วงปี 2565-2567 จากล้งคนจีน 60 กว่าล้ง เหลือประมาณ 30-40 ล้ง และมีคนไทย 10 กว่าล้ง ด้วยปัญหาการตรวจพบสารแคดเมียม และ BY2 ทำให้ประสบภาวะขาดทุน ฤดูกาลหน้าคาดว่าจะมีล้งคนจีนมาเปิดเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ซึ่งจะเป็นผลดีต่อราคาทุเรียน คาดว่าปี 2569 ราคาจะไม่ต่างจากปี 2568 คือราคาต้นฤดู 170-180 บาท/กก. และราคาในฤดูจะลดลงมาราคานิ่งที่ 120 บาท/กก.

“ปี 2565-2567 ราคาทุเรียนต้นฤดูช่วงเดือนมีนาคมราคาหน้าสวน กก.ละ 270-280 บาท จะไม่มีให้เห็นอีกแล้ว ซึ่งราคาจะค่อย ๆ ลดลงเดือนเมษายน เหลือ 150-180 บาท/กก. หลังสงกรานต์ราคาจะนิ่งเหลือ 120-140 บาท/กก. ปี 2568 ราคาต้นฤดูโซนชายทะเลที่แก่เร็วช่วงปลายเดือนมีนาคม-ต้นเมษายน ราคาเปิดที่ กก.ละ 200-220 บาท แต่มีการซื้อขายน้อย ไม่มีของ เดือนเมษายนลดลงเหลือ 160-170 บาท/กก. หลังสงกรานต์เหลือ 140-150 บาท/กก. ปลายเดือนเมษายนลดลงเหลือ 120 บาท/กก. หลังเดือนเมษายนราคา AB อยู่ที่ 90-110 บาท/กก. เดือนพฤษภาคมเหลือ 90-95 บาท/กก. และทุเรียนทวาย (ทุเรียนนอกฤดู) ช่วงนั้นถูกจองเหมาสวนกัน กก.ละ 220-230 บาท ราคาสูงแต่ไม่มีทุเรียน”

“ปี 2569 ราคาทุเรียนแบ่ง 3 โซน รุ่นแรกที่ ต.อ่าวช่อ อ.คลองใหญ่ อ.เขาสมิง จ.ตราด ราคา AB 180 บาท รุ่นถัดมา 150 บาท และทั่วไป 80-120 บาท ราคาคนสวนเฉลี่ยอยู่ที่ 90 บาท ทุกรุ่นเฉลี่ย 100 บาท ทางออกคือชาวสวนต้องปรับโครงสร้างการผลิต ทรงไซซ์ลูกขนาด 2.5-5 กก. เบอร์ AB สัดส่วนมาทำเบอร์ C ให้น้อยลง ตอนนี้เบอร์ C ไม่มีหนอน ราดำ ส่งออกได้ราคา AB ราคา 100 บาท C จะต่างกัน 20 บาท ถ้า AB 180 บาท จะต่างกัน 50 บาท ปีนี้ทุเรียนรุ่นแรกและรุ่นที่ 2 ห่างกันประมาณ 1 เดือน ผลดีกับชาวสวน ล้ง ทุเรียนที่ไม่กระจุกตัว ราคาทุกเบอร์น่าจะสูงขึ้น 10 บาท เพราะมีผู้ซื้อเพิ่มขึ้น แต่ต้องไม่มีปัญหาแรงงาน จริง ๆ พ่อค้าจะไม่มีกำไรตอนซื้อทุเรียนราคาแพง แต่มีกำไรตอนทุเรียนราคานิ่ง”

รัฐเข้มแก้สวมสิทธิ-ทุเรียนอ่อน

นายกฤติเดช อยู่รอด นายกสมาคมทุเรียนไทยกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เป้าหมายของทุเรียนไทยคือการทำทุเรียนคุณภาพ และแก้ปัญหาทุเรียนอ่อนที่ยังเป็นโจทย์ใหญ่ให้ได้ ซึ่งจิตสำนึกอย่างเดียวใช้ไม่ได้ ควรมีกฎหมายให้อำนาจตรวจจับผู้กระทำผิดตั้งแต่ต้นทาง และควบคุมผู้กระทำความผิดตรงตัว เช่น ปัญหาการสวมสิทธิใบอนุญาต GAP ต้องมีความร่วมมือกันทั้งส่วนของชิปปิ้งและโรงคัดบรรจุ รวมทั้งการใช้ GAP ควรเป็นภาคบังคับ ไม่ใช่ภาคสมัครใจ เพราะทุเรียนที่บริโภคทั้งในและต่างประเทศควรมีมาตรฐานเช่นเดียวกัน

อีกประการหนึ่งปัญหาแรงงานภาคเกษตรที่จะใช้ในฤดูกาลเก็บผลไม้ ยังเป็นปัญหาที่ต้องรีบเตรียมการอย่างเร่งด่วน ซึ่งที่ผ่านมามีปัญหาแรงงานกัมพูชากลับบ้าน แต่โชคดีที่เป็นช่วงที่ผ่านฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว และมีการนำเข้าแรงงานเมียนมา ลาว มาทดแทน หน่วยงานรัฐควรหาทางอำนวยความสะดวก และประหยัดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าแรงงาน โดยมีการจัดตั้งศูนย์ One Stop Service แรงงานภาคเกษตรระดับจังหวัด ชี้แจงขั้นตอนเอกสารเกี่ยวกับการนำเข้าแรงงานภาคเกษตร การผ่อนผัน การรายงานตัวของแรงงานลาว ซึ่งที่ผ่านมาต้องกลับไปต่ออายุพาสปอร์ตที่ จ.นครพนม มุกดาหาร หนองคาย โดยผ่อนผันให้มาต่ออายุพาสปอร์ตที่ จ.จันทบุรีได้

“ในส่วนของภาคเกษตรกร เห็นว่าภาครัฐ หน่วยงานที่สั่งการต้องลงมารับรู้ปัญหา แก้ไขโดยตรง หรือให้หน่วยงานที่มีปัญหานำเสนอปัญหาได้โดยตรง เพื่อให้ได้รับการแก้ไขได้ตรงจุด และรวดเร็ว เพราะที่ผ่านมาการบูรณาการหน่วยงานให้ทำงานร่วมกันจริง ๆ แก้ปัญหาไม่ได้” นายกฤติเดชกล่าว

หวั่นสวน-ล้งขาดแรงงาน

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน สส.จันทบุรี เขต 3 ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร และ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อีก 2-3 เดือนข้างหน้าต้องเตรียมการจัดหาแรงงานมาใช้ในฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียนปี 2569 จำนวนค่อนข้างมาก ประมาณ 20,000 คน โดยต้องจัดหาแรงงานจากหลายส่วน ทั้งแรงงานไทย ลาว และเมียนมา

รวมถึงการนำชาวเมียนมาที่หนีภัยสู้รบเข้ามาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวในประเทศไทย ที่ต้องการหางานทำมาทำงาน ซึ่งปัจจุบันมีการขออนุญาตนำชาวเมียนมาบางส่วนเข้ามาเก็บลำไยแล้ว เมื่อหมดฤดูกาลลำไยอาจจะนำแรงงานเหล่านี้ไปเก็บเกี่ยวทุเรียนต่อ แต่ระบบขั้นตอนการนำเข้าควรจะให้ง่าย นายจ้างทำได้ อำนวยความสะดวกให้รวดเร็ว ถูกต้อง เห็นด้วยกับการตั้ง One Stop Service แรงงานภาคเกษตรระดับจังหวัด

“งบประมาณปี 2569 ภาครัฐสนับสนุนวงการทุเรียน ทั้งภาคการผลิต การตลาดเพียง 0.1% คือ 100 กว่าล้านบาท จากมูลค่าการส่งออกทุเรียนผลสดประมาณ 150,000 ล้านบาทต่อปี คิดเป็น 142 บาท/ไร่เท่านั้น ซึ่งไม่พอ และน้อยเกินไป ยังไม่สอดคล้องกับมูลค่าความสำคัญทางเศรษฐกิจของทุเรียนไทย และภาระงานที่ต้องพัฒนาของอุตสาหกรรมทุเรียน หากต้องการยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทยให้แข่งขันในตลาดโลกได้อย่างแท้จริง จำเป็นต้องมีนโยบายสนับสนุนที่เพียงพอ และครอบคลุมทุกขั้นตอนจริง ๆ” นางสาวญาณธิชากล่าว

รายงานข่าวจากภาคตะวันออกระบุว่า ทุเรียนไทยปี 2568 จำนวน 1,539,212 ตัน ภาคตะวันออก (3 จังหวัด ระยอง จันทบุรี ตราด) รวม 871,692 ตัน ภาคใต้ 559,295 ตัน ภาคอื่น ๆ 108,225 ตัน และปี 2569 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นด้วยผลผลิตใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทุเรียนราคาขาลงในรอบ 10 ปี สารพัดปัญหาสารเคมี-ส่งออก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...