ทุเรียนราคาขาลงในรอบ 10 ปี สารพัดปัญหาสารเคมี-ส่งออก
ทิศทางราคาทุเรียนไทยฤดูกาลปี 2569 ขาลง คาดต้นฤดูอยู่ที่ 170-180 บาท/กก. สะท้อนสู่ราคาแท้จริง ต่างจากอดีตตลอด 10 ปี พุ่งทะยานสูงสุดถึง 210-230 บาท/กก. แถมบางช่วงอาจจะได้เห็นต่ำกว่า 100 บาทต่อกก.เหมือนกับปีที่ผ่านมา เหตุจากหลายปัจจัย ทั้งคุณภาพทุเรียน สารตกค้าง แคดเมียม-BY2 ระบบขนส่ง การแข่งขันจากเพื่อนบ้าน จี้ชาวสวน-ล้งทำทุเรียนคุณภาพ พยุงราคาให้อยู่ในระดับเกิน 100 บาท/กก. เพื่ออนาคตทุเรียนไทยยั่งยืน
ราคาสูงเกินจริงจี้ปรับตัว
นายสัญชัย โกสัลล์วัฒนา ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตทุเรียนเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2569 ถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับชาวสวนทุเรียนว่าจะสามารถอยู่รอดได้หรือไม่ และปี 2570 จะเหลือเพียงชาวสวนตัวจริง เนื่องจากที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าราคาทุเรียนสูงเกินราคาแท้จริง 200-300% จากการแข่งขันกันซื้อของบรรดาล้งจีน ทำให้ราคาทุเรียนต้นฤดูหน้าสวนสูงถึง 210-230 บาท/กก.
แต่ฤดูกาลทุเรียนปี 2568 ที่ผ่านมา ราคาต้นฤดูลดลงเหลือประมาณ 170-180 บาท/กก. และบางช่วงต่ำกว่า 100 บาทต่อ กก. เพราะจำนวนโรงคัดบรรจุ (ล้ง) เข้ามารับซื้อน้อย ขณะที่ทางการจีนยกระดับมาตรการตรวจเข้มสารแคดเมียม และ BY2 ตามมาตรฐาน Cordex ทั้งส่วนเนื้อและเปลือกทุเรียน ทำให้ล้งประสบภาวะขาดทุนกันหนัก ดังนั้น ในฤดูกาลปี 2569 ชาวสวนและล้งต้องปรับตัวพัฒนาทุเรียนคุณภาพเพื่อการส่งออก
“ประมาณการทุเรียนรุ่นแรกปี 2569 คาดว่ามีปริมาณเพียง 30% ต้นฤดูราคาอยู่ที่ประมาณ 180 บาท/กก. ทุเรียนรุ่นใหญ่ประมาณ 60-70% ราคาเฉลี่ยน่าจะประมาณ 120 บาท/กก. และบางช่วงมีโอกาสทุเรียนต่ำกว่า 100 บาท เช่นเดียวกับปี 2568 ที่ราคาทุเรียนขึ้นอยู่กับผู้บริโภค การกระจายความเสี่ยง ต้องมองที่ตลาดปลายทาง ชาวสวนต้องปรับตัว ถ้าเป็นตลาดหลักจีนต้องไม่ปลูกให้ผลผลิตออกตรงกับช่วงที่มีผลไม้ยุโรปนำเข้ามาขายประดังกันจำนวนมาก แต่จะมีจุดอ่อน
ถ้าผลิตทุเรียนออกเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนตรงกับช่วงที่ผลผลิตทุเรียนเวียดนามออก ซึ่งต้องยอมรับเรื่องราคาทุเรียนเวียดนามต่ำกว่าทุเรียนไทย ประมาณว่าข้อดีของทุเรียนไทยฤดูกาลหน้าจะกระจายตัวออกหลายรุ่น แต่ปัญหาคือต้องทำทุเรียนคุณภาพ หมายถึงทุเรียนต้องกินได้ และอร่อย รสชาติดี คาดว่าฤดูกาลหน้าล้งที่เข้ามารับซื้อจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ลดน้อยลงมาก” นายสัญชัยกล่าว และว่า
ในฤดูกาลหน้าการส่งออกทุเรียนคุณภาพต้องมีการคัดกรองตั้งแต่ในสวน ก่อนส่งเข้ามาโรงคัดบรรจุด่านสุดท้ายก่อนการส่งออก โดยมีมาตรฐานบังคับ มกษ.9070 ของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวม และโรงคัดบรรจุ
ด้านเกษตรกรต้องพยายามพัฒนาคุณภาพและบริหารต้นทุน น่าจะประมาณ 35-45 บาท/กก. ถ้าขายทุเรียนได้ราคา 80 บาท/กก. น่าจะอยู่รอด เพราะกำไร 40% ที่ผ่านมาราคาทุเรียนเกินจริง 200-300% ถึงเวลาต้องทบทวนลดต้นทุน
ซึ่งการใช้ปุ๋ย ยา ไม่ใช่ลดลง แต่ต้องใช้ถูกเวลา ถูกที่ ต้องรู้จุดประสงค์การใช้ให้คุ้มค่ากับการลงทุน ผลผลิตถ้าบริหารจัดการในสภาพที่อากาศแปรปรวน ให้ได้ปริมาณ 3 ตัน/ไร่ และรูปทรงไซซ์ตามที่ตลาดต้องการ น้ำหนักประมาณ 2.5-3 กก./ลูก ซึ่งชาวสวนต้องมีความเข้าใจว่าทุเรียนจะดกปีเว้นปี ไม่ใช่คิดง่าย ๆ ปล่อยให้ผลดก จะแบกรับน้ำหนักเกิน ปีต่อไปลูกจะดรอปลง
ปี’69 ล้งจีนมาเปิดเพิ่ม 10%
นายมาโนช หนาแน่น เจ้าของล้งส่งออกจังหวัดระยอง และเจ้าของโรงงานรับจ้างแพ็กเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2568 ล้งรับซื้อลดลงจากช่วงปี 2565-2567 จากล้งคนจีน 60 กว่าล้ง เหลือประมาณ 30-40 ล้ง และมีคนไทย 10 กว่าล้ง ด้วยปัญหาการตรวจพบสารแคดเมียม และ BY2 ทำให้ประสบภาวะขาดทุน ฤดูกาลหน้าคาดว่าจะมีล้งคนจีนมาเปิดเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ซึ่งจะเป็นผลดีต่อราคาทุเรียน คาดว่าปี 2569 ราคาจะไม่ต่างจากปี 2568 คือราคาต้นฤดู 170-180 บาท/กก. และราคาในฤดูจะลดลงมาราคานิ่งที่ 120 บาท/กก.
“ปี 2565-2567 ราคาทุเรียนต้นฤดูช่วงเดือนมีนาคมราคาหน้าสวน กก.ละ 270-280 บาท จะไม่มีให้เห็นอีกแล้ว ซึ่งราคาจะค่อย ๆ ลดลงเดือนเมษายน เหลือ 150-180 บาท/กก. หลังสงกรานต์ราคาจะนิ่งเหลือ 120-140 บาท/กก. ปี 2568 ราคาต้นฤดูโซนชายทะเลที่แก่เร็วช่วงปลายเดือนมีนาคม-ต้นเมษายน ราคาเปิดที่ กก.ละ 200-220 บาท แต่มีการซื้อขายน้อย ไม่มีของ เดือนเมษายนลดลงเหลือ 160-170 บาท/กก. หลังสงกรานต์เหลือ 140-150 บาท/กก. ปลายเดือนเมษายนลดลงเหลือ 120 บาท/กก. หลังเดือนเมษายนราคา AB อยู่ที่ 90-110 บาท/กก. เดือนพฤษภาคมเหลือ 90-95 บาท/กก. และทุเรียนทวาย (ทุเรียนนอกฤดู) ช่วงนั้นถูกจองเหมาสวนกัน กก.ละ 220-230 บาท ราคาสูงแต่ไม่มีทุเรียน”
“ปี 2569 ราคาทุเรียนแบ่ง 3 โซน รุ่นแรกที่ ต.อ่าวช่อ อ.คลองใหญ่ อ.เขาสมิง จ.ตราด ราคา AB 180 บาท รุ่นถัดมา 150 บาท และทั่วไป 80-120 บาท ราคาคนสวนเฉลี่ยอยู่ที่ 90 บาท ทุกรุ่นเฉลี่ย 100 บาท ทางออกคือชาวสวนต้องปรับโครงสร้างการผลิต ทรงไซซ์ลูกขนาด 2.5-5 กก. เบอร์ AB สัดส่วนมาทำเบอร์ C ให้น้อยลง ตอนนี้เบอร์ C ไม่มีหนอน ราดำ ส่งออกได้ราคา AB ราคา 100 บาท C จะต่างกัน 20 บาท ถ้า AB 180 บาท จะต่างกัน 50 บาท ปีนี้ทุเรียนรุ่นแรกและรุ่นที่ 2 ห่างกันประมาณ 1 เดือน ผลดีกับชาวสวน ล้ง ทุเรียนที่ไม่กระจุกตัว ราคาทุกเบอร์น่าจะสูงขึ้น 10 บาท เพราะมีผู้ซื้อเพิ่มขึ้น แต่ต้องไม่มีปัญหาแรงงาน จริง ๆ พ่อค้าจะไม่มีกำไรตอนซื้อทุเรียนราคาแพง แต่มีกำไรตอนทุเรียนราคานิ่ง”
รัฐเข้มแก้สวมสิทธิ-ทุเรียนอ่อน
นายกฤติเดช อยู่รอด นายกสมาคมทุเรียนไทยกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เป้าหมายของทุเรียนไทยคือการทำทุเรียนคุณภาพ และแก้ปัญหาทุเรียนอ่อนที่ยังเป็นโจทย์ใหญ่ให้ได้ ซึ่งจิตสำนึกอย่างเดียวใช้ไม่ได้ ควรมีกฎหมายให้อำนาจตรวจจับผู้กระทำผิดตั้งแต่ต้นทาง และควบคุมผู้กระทำความผิดตรงตัว เช่น ปัญหาการสวมสิทธิใบอนุญาต GAP ต้องมีความร่วมมือกันทั้งส่วนของชิปปิ้งและโรงคัดบรรจุ รวมทั้งการใช้ GAP ควรเป็นภาคบังคับ ไม่ใช่ภาคสมัครใจ เพราะทุเรียนที่บริโภคทั้งในและต่างประเทศควรมีมาตรฐานเช่นเดียวกัน
อีกประการหนึ่งปัญหาแรงงานภาคเกษตรที่จะใช้ในฤดูกาลเก็บผลไม้ ยังเป็นปัญหาที่ต้องรีบเตรียมการอย่างเร่งด่วน ซึ่งที่ผ่านมามีปัญหาแรงงานกัมพูชากลับบ้าน แต่โชคดีที่เป็นช่วงที่ผ่านฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว และมีการนำเข้าแรงงานเมียนมา ลาว มาทดแทน หน่วยงานรัฐควรหาทางอำนวยความสะดวก และประหยัดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าแรงงาน โดยมีการจัดตั้งศูนย์ One Stop Service แรงงานภาคเกษตรระดับจังหวัด ชี้แจงขั้นตอนเอกสารเกี่ยวกับการนำเข้าแรงงานภาคเกษตร การผ่อนผัน การรายงานตัวของแรงงานลาว ซึ่งที่ผ่านมาต้องกลับไปต่ออายุพาสปอร์ตที่ จ.นครพนม มุกดาหาร หนองคาย โดยผ่อนผันให้มาต่ออายุพาสปอร์ตที่ จ.จันทบุรีได้
“ในส่วนของภาคเกษตรกร เห็นว่าภาครัฐ หน่วยงานที่สั่งการต้องลงมารับรู้ปัญหา แก้ไขโดยตรง หรือให้หน่วยงานที่มีปัญหานำเสนอปัญหาได้โดยตรง เพื่อให้ได้รับการแก้ไขได้ตรงจุด และรวดเร็ว เพราะที่ผ่านมาการบูรณาการหน่วยงานให้ทำงานร่วมกันจริง ๆ แก้ปัญหาไม่ได้” นายกฤติเดชกล่าว
หวั่นสวน-ล้งขาดแรงงาน
นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน สส.จันทบุรี เขต 3 ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร และ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อีก 2-3 เดือนข้างหน้าต้องเตรียมการจัดหาแรงงานมาใช้ในฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียนปี 2569 จำนวนค่อนข้างมาก ประมาณ 20,000 คน โดยต้องจัดหาแรงงานจากหลายส่วน ทั้งแรงงานไทย ลาว และเมียนมา
รวมถึงการนำชาวเมียนมาที่หนีภัยสู้รบเข้ามาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวในประเทศไทย ที่ต้องการหางานทำมาทำงาน ซึ่งปัจจุบันมีการขออนุญาตนำชาวเมียนมาบางส่วนเข้ามาเก็บลำไยแล้ว เมื่อหมดฤดูกาลลำไยอาจจะนำแรงงานเหล่านี้ไปเก็บเกี่ยวทุเรียนต่อ แต่ระบบขั้นตอนการนำเข้าควรจะให้ง่าย นายจ้างทำได้ อำนวยความสะดวกให้รวดเร็ว ถูกต้อง เห็นด้วยกับการตั้ง One Stop Service แรงงานภาคเกษตรระดับจังหวัด
“งบประมาณปี 2569 ภาครัฐสนับสนุนวงการทุเรียน ทั้งภาคการผลิต การตลาดเพียง 0.1% คือ 100 กว่าล้านบาท จากมูลค่าการส่งออกทุเรียนผลสดประมาณ 150,000 ล้านบาทต่อปี คิดเป็น 142 บาท/ไร่เท่านั้น ซึ่งไม่พอ และน้อยเกินไป ยังไม่สอดคล้องกับมูลค่าความสำคัญทางเศรษฐกิจของทุเรียนไทย และภาระงานที่ต้องพัฒนาของอุตสาหกรรมทุเรียน หากต้องการยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทยให้แข่งขันในตลาดโลกได้อย่างแท้จริง จำเป็นต้องมีนโยบายสนับสนุนที่เพียงพอ และครอบคลุมทุกขั้นตอนจริง ๆ” นางสาวญาณธิชากล่าว
รายงานข่าวจากภาคตะวันออกระบุว่า ทุเรียนไทยปี 2568 จำนวน 1,539,212 ตัน ภาคตะวันออก (3 จังหวัด ระยอง จันทบุรี ตราด) รวม 871,692 ตัน ภาคใต้ 559,295 ตัน ภาคอื่น ๆ 108,225 ตัน และปี 2569 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นด้วยผลผลิตใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทุเรียนราคาขาลงในรอบ 10 ปี สารพัดปัญหาสารเคมี-ส่งออก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net