โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อายุรแพทย์ แนะเช็กอาการ 'น้ำหนักลด-อ่อนเพลีย-คอแห้งกว่าปกติ' เสี่ยง 'เบาหวาน' ไม่รู้ตัว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 พ.ย. 2566 เวลา 16.54 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2566 เวลา 13.53 น.
แฟ้มภาพ

อายุรแพทย์ แนะเช็กอาการ ‘น้ำหนักลด-อ่อนเพลีย-คอแห้งกว่าปกติ’ เสี่ยง ‘เบาหวาน’ ไม่รู้ตัว รีบพบหมอก่อนเจอภาวะแทรกซ้อน

ไม่เสมอไปที่การทาน “ของหวาน” จะช่วยลดความเครียด เพราะบางรายเริ่มรู้สึกอ่อนเพลีย และคอแห้งกว่าปกติ ซึ่งนั่นอาจเป็นอาการของ “โรคเบาหวาน” หากไม่ได้พบแพทย์เพื่อตรวจเช็กร่างกาย พร้อมควบคุมระดับน้ำตาลให้เป็นปกติ อาจเสี่ยงเกิดอาการแทรกซ้อนมากมาย

นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก รพ.วิมุต เปิดเผยถึงความอันตรายของโรคเบาหวาน สัญญาณบอกโรคที่หลายคนไม่รู้ พร้อมแนะนำวิธีป้องกันและแนวทางการรักษา

เช็กสัญญาณเตือน ก่อนจะเป็น ‘เบาหวาน’

“โรคเบาหวาน” มีสาเหตุมาจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินปกติเนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลินในการเปลี่ยนน้ำตาลไปเป็นพลังงานให้แก่ร่างกาย เมื่อระดับน้ำตาลสูงมากขึ้นถึงระดับหนึ่ง อาจมีน้ำตาลปนออกมากับปัสสาวะ และอาจทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ

“เบาหวาน” แบ่งเป็น 6 ชนิด ได้แก่ เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ พบเป็นส่วนน้อยในคนไทย, เบาหวานชนิดที่ 2 พบได้บ่อยในคนไทยและมักเกิดจากพฤติกรรมและกรรมพันธุ์, เบาหวานผสมระหว่างชนิดที่ 1 และ 2, เบาหวานที่มีสาเหตุจำเพาะ เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือฮอร์โมน การเป็นโรคตับอ่อน หรือการได้รับยาบางชนิด, เบาหวานขณะตั้งครรภ์ และเบาหวานที่ตรวจแล้วไม่สามารถแยกชนิดได้

นพ.ชาญวัฒน์อธิบายว่า อาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ได้แก่ น้ำหนักลดไม่มีสาเหตุ อ่อนเพลีย เหนื่อยหอบ ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำบ่อย รู้สึกชาบริเวณปลายนิ้วมือนิ้วเท้า แผลหายช้ากว่าปกติ คลื่นไส้อาเจียน ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กร่างกาย

ญาติเป็นเบาหวาน-น้ำหนักเกิน-ความดันสูง บอกเลยว่าเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานมีหลายประการ ได้แก่ การที่อายุมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออายุ 35 ขึ้นไป การมีดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า หรือเท่ากับ 23 มีรอบเอวต่อความสูงมากกว่า 0.5 ความดันโลหิตสูง คนในครอบครัวเป็นเบาหวาน มีค่าน้ำตาลในเลือดมากกว่าหรือเท่ากับ 100 เป็นต้น โดยแพทย์เผยว่า โรคเบาหวานเกิดขึ้นได้จากทั้งกรรมพันธุ์และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคน

นพ.ชาญวัฒน์ระบุว่า คนไทยส่วนใหญ่มีความเชื่อผิดๆ ว่าต้องเป็นคนน้ำหนักเยอะเท่านั้นถึงจะเป็นโรคเบาหวาน แต่จริงๆ คนที่มีรูปร่างผอมก็เสี่ยงเป็นเบาหวานได้ เพราะโรคนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ทั้งการกินอาหารที่เน้นแป้ง น้ำตาล ไขมัน ขาดการออกกำลังกาย พักผ่อนน้อย หรือยาที่ใช้ประจำ

วิธีการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานไม่ยากนัก เริ่มจากการวินิฉัยจากประวัติ ตรวจร่างกาย ก่อนส่งไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการเพื่อประเมินจากค่าน้ำตาลในกระแสเลือด หากพบว่าเป็นโรคเบาหวาน แพทย์จะรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละคน โดยเน้นไปที่การควบคุมอาหารและน้ำหนัก การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รวมถึงการจ่ายยาร่วมด้วย

เลี่ยงของหวาน-ของทอด-ทานอาหารกากใยสูง

ป้องกันไว้ก่อนกลายเป็น ‘ผู้ป่วยเบาหวาน’

“เบาหวาน” เป็นโรคเรื้อรังที่รักษาให้หายขาดได้ยาก แต่ควบคุมให้ไม่เกิดอาการรุนแรง หรือโรคแทรกซ้อนได้ โดย นพ.ชาญวัฒน์แนะนำวิธีป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานว่า วิธีดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานคือ เลี่ยงของหวาน หรืออาหารมันๆ จำพวกของทอด ปิ้งย่าง หมั่นรับประทานอาหารที่มีกากใยสูงและไขมันต่ำ

“อีกเรื่องที่สำคัญคือการออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

“โรคเบาหวานล้วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นส่วนใหญ่ เราจึงสามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการเลือกกินของมีประโยชน์ ส่วนคนที่เป็นโรคเบาหวาน การควบคุมโรคก็ไม่ใช่เรื่องยาก ที่สำคัญคือการมาตรวจร่างกายเป็นประจำเพื่อให้รู้เท่าทันโรค ติดตามอาการและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้ร่างกายเรากลับมาแข็งแรง พร้อมใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในทุกวัน” นพ.ชาญวัฒน์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...