ผมเป็นภรรยาของพระเอกที่สมควรตายไปแล้ว (มีebookแล้ว)
นิยาย Dek-D
อัพเดต 08 เม.ย. 2567 เวลา 21.26 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2567 เวลา 21.26 น. • แพนกวินบินไม่ได้ข้อมูลเบื้องต้น
นิยายเรื่องที่สองค่ะฝากตัวอีกครั้งนะคะ
เรื่องนี้ผู้ชายท้องได้นะคะ
นิยายเรื่องนี้มีการบรรยายถึงการแบ่งชนชั้น การริดรอนสิทธิและแบ่งแยกชนชั้น
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ผู้เขียนมีใจบอบบางยิ่งกว่ากระดาษ หากคนไหนที่อ่านแล้วรู้สึกว่านิยายเรื่องนี้ไม่ใช่และไม่สนุกขอความกรุณาอย่าทิ้งคอมเมนท์ที่มันบั่นทอนจิตใจไว้ให้เราเลยนะคะ
เม้นได้ค่ะ แต่เป็นติเพื่อก่อ ขอเป็นข้อความเบาๆนะคะ คนเขียนใจบางมากกกกก
ขอบคุณค่ะ
1)โอเมก้าผู้กลับมายังโลกของตัวเอง แล้วสามีกับลูกมาแต่ไหน
หลังจากอุบัติเหตุเมื่อตอนอายุยี่สิบปี มาร์เชอตื่นขึ้นมาพบว่าเวลาผ่านไปแล้วเจ็ดปี
อย่าเข้าใจผิดเขาไม่ได้เป็นเจ้าชายนิทราอะไรทั้งนั้น แต่เป็นเพราะเขาท่องอยู่ในโลกต่าง ๆ กับระบบ ส่วนร่างกายอยู่ได้เพราะระบบควบคุมอีกที
ในวันที่เขาตื่นขึ้นมาเป็นวันเดียวกันกับวันที่เขาถูกแทงตายพร้อมกับลูกสาว ลูกสาวที่มาร์เชอไม่รู้ว่าเขามีได้ยังไง
ระบบบัดซบ
‘พวกนายทำอะไรกับร่างกายฉัน’
[โปรดอย่าโทษระบบเพราะระบบอยู่ข้างกายคุณมาตลอดการท่องเที่ยวไปทั่วจักรวาล] ระบบตอบกลับมา
‘มันไม่ใช่การท่องเที่ยว’ มาร์เชอเถียงทันควัน
ระบบมันมีรูปร่างกลมสีเขียวขนาดเท่าลูกเบสบอล มีหน้าที่ช่วยกึ่งบังคับให้มาร์เชอทำตามบทบาทที่ได้รับ ขณะทำภารกิจไปในโลกต่าง ๆ
เขาทำภารกิจสำเร็จและได้กลับบ้านตามข้อตกลงพร้อมระบบช่วยเหลือที่ติดตามเขามาด้วย
แต่ใครจะคิดว่าโลกของเขา ชีวิตของเขา จะเป็นเพียงหนึ่งในโลกนิยายที่เขาเคยทำภารกิจมาแล้ว
ส่วนมาร์เชอเป็นใครนะเหรอ?
ก็เป็นภรรยาที่ต้องตายตั้งแต่ตอนแรก ๆ ของเรื่องนะสิ
มาร์เชอในนิยายเป็นเพียงตัวประกอบที่ถูกเขียนอยู่ในบทแรก ๆ เป็นเพียงตัวละครชั้นเลวคนหนึ่งที่สร้างบาดแผลทางใจให้พระเอกของเรื่อง ก่อนที่จะพบนายเอก
[การได้ไปทำภารกิจในโลกต่าง ๆ ก็เหมือนกับการท่องเที่ยวหาความรู้และได้ความสามารถบางอย่างติดตัวมาด้วย] ระบบตอบเสียงใส
เสียงของมันถูกปรับให้เหมือนเสียงเด็ก ดูไร้เดียงสา แต่คำพูดที่ถูกพูดออกมาแต่ละประโยคนั้น…
‘เหอะ’ เขาตอบระบบในใจ ในขณะอุ้มลูกสาวแนบอก ความเจ็บปวดจากบาดแผลเริ่มชัดเจนขึ้น
ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่เขาไม่คุ้นเคยประคองตัวเขาจากข้างหลัง
“เชอรีนลืมตาไว้นะเดี๋ยวพ่อจะพาลูกไปหาหมอเดี๋ยวนี้ มาร์เชออดทนหน่อยนะคุณเดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้ว” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอยู่เหนือหัว น้ำเสียงแสดงออกว่าเป็นห่วงเขากับลูกมากแค่ไหน
‘เรื่องบ้าอะไรกัน ฉันมีลูกมีสามีได้ยังไง’ มาร์เชอถามระบบในใจ
ให้ตายเถอะเขาเจ็บแผลมาก
แต่ลูกสาวของเขาน่าเป็นห่วงมากกว่า เพราะว่าเธอกำลังจะหมดสติ
[ระบบจำเป็นต้องทำเพราะมีคนต้องการให้โฮสต์ตาย พวกเขาต้องการถอดเครื่องช่วยหายใจออก ระบบแม่เห็นว่าควรให้ระบบที่มีไอคิวต่ำเข้าไปอยู่ในร่างของโฮสต์ชั่วคราว เพื่อรอโฮสต์ทำภารกิจครบตามสัญญา]
‘แล้วอะไรของพวกนาย ฉันถึงเป็นคนที่มีสามีกับลูกไปได้’
[เรื่องนี้ก็เหมือนกัน เนื่องจากมีคนต้องการทำร้ายโฮสต์อยู่ตลอดเวลา ระบบแม่จึงมีคำสั่งลงมาว่าควรจะหาคู่ครองที่สามารถปกป้องโฮสต์ได้ เราจึงทำการสุ่มเลือกอัลฟ่าที่มีโปรไฟล์ดี ๆ จากนั้นก็ทำการจับคู่ให้กับร่างกายของโฮสต์]
ระบบเล่าเรื่องยาวเหยียดด้วยเสียงที่ใสซื่อบริสุทธิ์มาก มันเล่าต่อด้วยท่าทางออกรสออกชาติว่า
[แต่โฮสต์ไม่ต้องห่วงนะ ระบบแค่ทำให้ร่างกายโฮสต์ตื่นขึ้นมาเพื่อทำตามปัจจัยสี่ของมนุษย์เท่านั้น ระบบไม่ได้เข้าควบคุมความคิดของโฮสต์ ระบบทำเพียงให้ร่างกายของโฮสต์สามารถดำรงอยู่ได้ เพื่อรอดวงจิตของโฮสต์ทำภารกิจสำเร็จแล้วกลับมาหลอมรวมกับร่างกาย เพราะคำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคล ระบบจึงไม่ได้ทำอะไรกับร่างกายของโฮสต์มากกว่านี้แล้วครับ]
‘มันไม่มีสิทธิส่วนบุคคลตั้งแต่ที่พวกนายใช้ร่างกายของฉันทำเรื่องบ้า ๆ นี่แล้ว’ มาร์เชอตวาดระบบในใจดังลั่น
“โอ๊ย” มาร์เชอร้องเสียงหลงเมื่ออ้อมแขนแกร่งรัดแน่นมากขึ้นจนกระทบกับแผลที่ถูกแทง
“อย่าหลับ” เสียงเข้มสั่งพลางรัดเขาแน่นขึ้น
ให้ตายเถอะ บ้าซะมัด
มาร์เชอครวญครางในใจ มองลูกสาวที่กึ่งหลับกึ่งตื่น ใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด นั่นอาจจะช่วยดึงสติของลูกเขาได้ แต่ไม่ได้ช่วยให้แผลมันดีขึ้น
สามีของ (ร่างกาย) เขาคนนี้โง่หรือฉลาดน้อยกัน แทนที่จะห้ามเลือดกลับมากอดเขากับลูกไว้แบบนี้มันไม่ช่วยอะไรเลยนอกจากช่วยให้เลือดของเขากับลูกสาวไหลจนหมดตัว
“โทรเรียกรถพยาบาลถึงไหนแล้ว” เสียงทุ้มตวาดลั่น
“เอ่อ… ขอโทษครับท่าน พอดีเราถูกพวกนั้นตัดสัญญาณเครือข่ายดวงดาว ตอนนี้ไม่สามารถโทรหรือใช้เครื่องมือสื่อสารได้เลยครับ”
“หมายความว่ายังไง”
“ตอนนี้เราไม่สามารถทำอะไรได้เลยครับ หน่วยจับสัญญาณกำลังเร่งมือแก้ไขอยู่ครับ”
“ยังต้องแก้ไขอะไรอีก ลูกกับเมียฉันกำลังแย่ เอายานรบพิเศษออกมา ฉันจะใช้มันพาลูกเมียไปหาหมอ”
“ไม่ได้นะครับท่าน ทำอย่างนั้นไม่ได้ ถ้าเกิดว่ากองทัพที่สองรู้เข้าพวกมันอาจใช้โอกาสนี้โจมตีเราทางกฎหมายก็ได้นะครับ แบบนั้นท่านอาจจะโดนพักงานหรือไม่เลวร้ายกว่านั้นอาจจะโดนปลดก็ได้นะครับ”
“ฉันไม่สนอะไรทั้งนั้นลูกกับเมียของฉันจะต้องปลอดภัย ไปเอายานรบพิเศษมา”
“ท่านครับได้โปรดพิจารณาอีกครั้ง ถ้าเกิดท่านทำแบบนั้น ประชาชนที่รอการปกป้องจากท่านจะทำยังไง ท่านจะทิ้งให้ประชาชนหลายร้อยล้านคนไปหรือครับ”
“ถ้าแค่ลูกกับเมียฉันยังปกป้องไม่ได้ ฉันจะยังมีหน้าไปปกป้องใครอีก”
[ระบบตรวจสอบร่างกายของโฮสต์กับลูกสาวแล้ว พบว่าโอกาสรอดของโฮสต์มีแค่สิบเปอร์เซ็นต์ ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือโฮสต์ต้องหลอมรวมร่างกายกับดวงจิตให้เป็นหนึ่งเดียวกันโดยเร็วที่สุดครับ]
เสียงของระบบแทรกขึ้นดังข้างหูของเขาแทนเสียงพูดคุยของคนสามหรือสี่คนนี่ล่ะ
‘หมายความว่าไง ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่ร่างของตัวเองหรือไง’
“แค่ก ๆ” เอาละ เขาไอออกมาเป็นเลือดแล้ว ร่างกายที่ไม่ชินกับความเจ็บปวดสักทีเริ่มแสดงอาการขึ้นมาแล้ว
หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเขาเป็นโอเมก้าก็ได้ ร่างกายของโอเมก้ามักจะอ่อนแอกว่าเพศรองอื่น ๆ
อย่างอัลฟ่าที่แข็งแกร่งที่สุดหรือเบต้าที่มีประชากรมากที่สุดและเป็นเพศที่มาร์เชออิจฉามากที่สุด
มาร์เชอไม่ใช่คนที่อยากเป็นที่หนึ่งอะไรขนาดนั้น เขาอยากมีชีวิตที่สงบสุข ไม่ต้องมากังวลว่าวันไหนเกิดฮีตผิดฤดูขึ้นมาจะไปกระตุ้นอัลฟ่าเข้า
แม้แต่อัลฟ่าที่อยู่ในจุดที่สูงที่สุดของเพศรองก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่อฟีโรโมนของโอเมก้า
ส่วนเบต้า เพศที่อยู่ตรงกลางก็เปรียบเสมือนลูกคนกลาง ที่มีอิสระ ไม่ต้องถูกควบคุมอย่างโอเมก้า
ทุกครั้งที่ได้ทำภารกิจในโลกที่มีเพียงสองเพศหลักคือเพศชายและเพศหญิง โลกนั้นจะเป็นโลกที่มาร์เชอมีความสุขที่สุดเพราะไม่ต้องระวังอะไร
[โฮสต์อยู่ในร่างของตัวเองแล้ว แต่ยังอยู่ไม่สมบูรณ์ร่างกายของคุณจึงอ่อนแอมาก แม้แต่บาดแผลเล็กๆ น้อยๆ ยังทำให้โฮสต์ถึงแก่ความตายได้] ระบบรายงาน
มันเป็นระบบที่พูดมากที่สุดเท่าที่มาร์เชอพบเจอมากับระบบระหว่างที่พักผ่อนก่อนทำภารกิจในโลกถัดไป
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคดีหรือโชคร้ายของเขากันแน่
[ส่วนลูกสาวของโฮสต์เพราะเกิดในขณะที่ร่างกายของโฮสต์ไร้ดวงจิตจึงมีสุขภาพไม่แข็งแรงนัก ความจริงแล้วลูกสาวของโฮสต์ควรจะเป็นอัลฟ่า แต่ด้วยร่างกายที่ไร้ดวงจิตของโฮสต์จึงทำให้ลูกสาวโฮสต์มีเพศรองเป็นเบต้า]
“…”
[หากโฮสต์หลอมรวมดวงจิตเป็นหนึ่งเดียวแล้ว โฮสต์จะต้องแบ่งพลังยี่สิบเปอร์เซ็นต์ให้กับลูกสาว แต่เนื่องจากลูกสาวของโฮสต์ยังเด็กร่างกายคงรับไม่ไหว โฮสต์จะต้องแบ่งพลังให้คู่ของโฮสต์ครึ่งหนึ่งด้วย หลังจากนั้นโฮสต์จะต้องใช้เวลาห้าปีในการฝึกฝนเพื่อดึงพลังกลับมาให้ครบร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม]
‘เดี๋ยวสิ ทำไมไม่แบ่งให้แค่ลูกล่ะ ทำไมต้องแบ่งให้คนอื่น’
[เขาเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของโฮสต์ไม่ใช่คนอื่น ส่วนเรื่องพลังระบบไม่สามารถทำได้ เราถูกตั้งโปรแกรมให้แบ่งพลังของโฮสต์ออกให้คนอื่นได้น้อยสุดคือครั้งละยี่สิบเปอร์เซ็นต์ครับ]
‘ระบบบัดซบ เฮงซวยเอ้ย’
[โฮสต์ไม่ควรโกรธและว่าระบบนะครับ ระบบแค่ถูกตั้งโปรแกรมมาอย่างนี้ไม่สามารถทำนอกเหนือจากนั้นได้ครับ โฮสต์เหลือเวลาอยู่หนึ่งนาทีก่อนจะเสียชีวิต ส่วนลูกสาวของโฮสต์เหลือเวลาอยู่สามสิบวินาที]
“…”
[แต่โฮสต์ไม่ต้องห่วงนะครับ แม้โฮสต์จะตาย แต่ระบบก็สามารถหาร่างใหม่ให้โฮสต์ได้ แต่พลังจะลดลงหรือเพิ่มขึ้นนั้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของร่างใหม่ด้วยครับ] ระบบตอบเสียงใสไร้เดียงสาเช่นเดิม
นี่มันไม่ได้พูดถึงความตายของเขาอยู่หรือไงกัน
‘รออะไรเล่า รีบ ๆ บอกวิธีมา’
ถ้าไม่เพราะลูกสาวที่เขามีโดยไม่รู้ตัว เขาไม่มีทางสนใจร่างกายนี้แล้ว
[โฮสต์ไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวระบบจัดการเองครับ โฮสต์แค่อยู่นิ่ง ๆ ก็พอ]
‘คิดว่าฉันขยับได้หรือไง’
[ระบบกำลังเริ่มต้นหลอมรวมร่างกายกับดวงจิตให้โฮสต์หมายเลข6652709 ใช้เวลาสิบสามวินาที]
“…”
[หลอมรวมดวงจิตกับร่างกายสำเร็จ นับเวลาเยียวยาสภาพร่างกายพร้อมแบ่งพลังให้คนที่สัมผัสตัวโฮสต์ จะเริ่มใน 5… 4… 3… 2… 1… ระบบเริ่มทำการ เนื่องจากเริ่มทำทั้งสองอย่างพร้อมกันระบบจะใช้เวลาห้านาทีในการทำการ]
ให้ตายเถอะ มาร์เชอเริ่มรู้สึกเหมือนร่างกายที่หนักอึ้งเบาหวิว เหมือนกำลังร่องลอยอยู่ในอวกาศไร้น้ำหนัก
เบาสบายตัว เขาไม่เจ็บปวดบาดแผลไม่พอแถมยังรู้สึกถึงพลังและความแข็งแกร่งของร่างกายอีกด้วย
มาร์เชอนอนหลับตาพริ้ม เขารู้สึกสบายตัวมากเหมือนกำลังนวดผ่อนคลายหรืออยู่ในสปาร์ระดับไฮเอ็น
…
แต่คนที่อยู่นอกเหตุการณ์หรือเห็นเหตุการณ์ในตอนนี้ ต่างเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง บาเรียสีทองครอบคลุมบริเวณรอบตัวของเจ้านายของพวกเขาไว้
ร่างของภรรยาเจ้านายลอยอยู่กลางอากาศ ใบหน้าขาวซีดที่ใคร ๆ ต่างก็คิดว่าไม่มีทางรอด กลับดูอิ่มเอิบขึ้นมาทันที ผิวที่เคยหมองคล้ำไร้สง่าราศีอย่างคนมีชาติตระกูลควรมี
ตอนนี้มาร์เชอกลับมีผิวขาวใสราวผิวเด็กแรกเกิด ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดราวกับทาลิปสติก แก้มตอบซูบผอมถูกแทนที่ด้วยแก้มกลมเหมือนซาลาเปา แก้มกลมนั้นมีสีชมพูดูน่าบีบ
เท่านั้นยังไม่พอบาดแผลที่เคยถูกแทงก็หายไปด้วยเช่นกัน ทั้งร่างของมาร์เชอเปล่งแสงสีทองนวลตา ก่อนแสงนั้นจะกลายเป็นลูกไฟดวงเล็ก ๆ ขนาดเท่าแสงเทียน
แล้วลอยลงมาช้า ๆ และลอยหายเข้าไปในตัวของเจ้านายของพวกเขากับคุณหนูใหญ่
ฉับพลันพวกเขารู้สึกถึงพลังอันแข็งแกร่งของเจ้านายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แรงกดดันมากมายมหาศาลกดทับพวกเขาไว้จนต้องนั่งคุกเข่าลงกันหมด
…
เชอรีนหรือคุณหนูใหญ่ลืมตาขึ้น ดวงตาของเด็กหญิงคมกริบไม่ต่างจากคนเป็นพ่อ เมื่อมองสบตากับพ่อของตัวเองราวกับมองเห็นตาของตัวเอง เด็กหญิงลุกขึ้นนั่งก้มมองร่างกายของตัวเองด้วยความมึนงง
“แม่ละคะ” เด็กหญิงถามเสียงตื่นตระหนก ไม่ได้สนใจความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง
เป็นธรรมดาที่เด็กวัยเท่านี้จะรู้สึกต้องการมารดามาก แม้ว่าคนเป็นมารดาจะไม่เคยดูแลหรือสนใจเลยก็ตาม
อังเดรมองดูภรรยาของเขาที่กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศเป็นเชิงบอกกับลูก
“แม่” เด็กหญิงเรียกเสียงดัง
…
อังเดรเป็นจอมพลอายุน้อยที่อยู่หน่วยที่หนึ่ง หากถามว่าเขาคือใคร เขาคือวีรบุรุษของประชาชน เขาต่อสู้กับเซิร์กเพื่อปกป้องประชาชนในดวงดาว
อังเดร เคนเนธ นามสกุลของเขาธรรมดามาก เขาไม่ใช่คนในตระกูลชนชั้นสูงตั้งแต่แรก
แต่เพราะความสามารถของเขาทำให้อังเดรสามารถยืนอยู่บนชนชั้นสูงได้อย่างสง่างาม
เขาเป็นที่ต้องการของสาว ๆ และโอเมก้าทั่วดวงดาว ความโด่งดังและความสูงส่งด้วยสายเลือดอัลฟ่าของเขารวมทั้งรูปลักษณ์อันหล่อเหลาทำให้ใคร ๆ โดยเฉพาะแฟนคลับสาวน้อยใหญ่และหนุ่มน้อยโอเมก้าต่างก็ลงความเห็นว่า ไม่มีสาวคนไหนหรือโอเมก้าคนไหนเหมาะสมกับเขา
เขาสมควรอยู่เป็นโสดให้ทุกคนเชิดชูเชยชมเท่านั้น
แต่อยู่ ๆ จอมพลอังเดรของพวกสาว ๆ กลับเลือกผูกพันธะกับโอเมก้ายีนด้อยไร้ไอคิวคนหนึ่ง แม้ว่าโอเมก้าคนนั้นจะอยู่ในตระกูลชนชั้นสูง
พวกเขาคาดเดาจากที่อยู่และการใช้เงินของมาร์เชอ แต่ก็ไม่ใช่ตระกูลชนชั้นที่สูงที่สุดในสังคม
การแต่งงานของมาร์เชอกับจอมพลอังเดรได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะมาร์เชอที่ถูกชาวเน็ตในเครือข่ายดวงดาววิพากษ์วิจารณ์อย่างเสียหาย
ยิ่งเขามาให้กำเนิดลูกสาวที่มีเพศรองเป็นเพียงเบต้า มาร์เชอยิ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนจอมพลอังเดรผู้เป็นสามีต้องออกมาเคลื่อนไหวด้วยการฟ้องร้องคนที่ล้ำเส้นมากเกินไป
ตั้งแต่นั้นมา มาร์เชอแม้จะไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เหมือนเดิมแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีการพูดถึงเลย
ยิ่งอยู่ในกองทัพหรืออย่างเช่นการที่ต้องออกมาทำงานต่างดวง มาร์เชอกับลูกสาวจะถูกจอมพลผู้เป็นสามีพามาด้วย
เขาจ่ายค่ายานสำหรับเดินทางให้ภรรยา ทุกครั้งที่มีการทำงานต่างดวงดาวจึงมักจะมีภาพที่จอมพลจูงมือภรรยากับลูกสาวขึ้นยานท่องเที่ยวแทนที่จะเป็นยานรบ
แน่นอนว่าเขาต้องเดินทางก่อนพวกทหารใต้บังคับบัญชาอยู่แล้ว เพื่อพาภรรยากับลูกสาวเที่ยว
…
มาร์เชอไม่เคยเป็นที่ยอมรับของเหล่าทหารในกองทัพของจอมพลอังเดรเลย ทุกครั้งที่เขานั่งรอสามีให้พากลับบ้าน เขาจะได้รับการปฏิบัติที่แสนเย็นชาจากทหารของหน่วยหนึ่งอยู่เสมอ
ทหารของหน่วยหนึ่งมักจะพูดกันอย่างเป็นความลับในกลุ่มว่า มาร์เชอไม่คู่ควรกับนายท่าน
นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทหารใต้บังคับบัญชาของอังเดรเฉยชา เมื่อเห็นว่าอาการของมาร์เชอแย่ลง
พวกเขาคิดเพียงว่าการคงอยู่ของมาร์เชอกับเชอรีนผู้เป็นลูกสาวจะกลายเป็นเพียงตัวถ่วงอนาคตอันรุ่งโรจน์ของนายท่าน
และพวกเขาคิดกันว่าคู่ครองของนายท่านควรจะเป็นอัลฟ่าหญิงที่มีชาติตระกูลดี ๆ หรือไม่ก็เป็นโอเมก้าที่มีชาติตระกูลดีกว่านี้และให้กำเนิดลูกที่เป็นอัลฟ่าแทนที่จะเป็นเบต้า
การที่ทหารอย่างพวกเขามีภรรยาเป็นอัลฟ่าด้วยกันส่งผลให้พวกเขามีพลังที่แข็งแกร่งขึ้น พลังจากอัลฟ่าหญิงจะสามารถส่งเสริมอัลฟ่าชายอย่างพวกเขาได้
ส่วนโอเมก้า ถ้าให้กำเนิดลูกที่เป็นอัลฟ่าไม่ได้ก็ไร้ความหมาย
แต่ไม่มีครั้งไหนเลย ไม่สิ ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ว่าโอเมก้าก็สามารถเพิ่มพลังและส่งเสริมอัลฟ่าได้
หน้าที่ของโอเมก้าไม่ทำงานบ้าน รอสามีกลับบ้านมาหา ก็คือคลอดลูกที่เป็นอัลฟ่าเท่านั้น
นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้เห็นว่าโอเมก้าก็สามารถมีพลังที่แข็งแกร่งได้ ที่สำคัญความงดงามอันบริสุทธิ์ที่ไม่ว่าใครเห็นก็ไม่กล้าจับต้องนี้… ทำให้ทหารอัลฟ่าทั้งหลายแทบคลั่งและทั้งหวาดกลัวในคราวเดียวกัน
####
เอาระบบไปอยู่ด้วยไหมคะ
ตอนพิเศษเรื่องซอมบี้เป็นพี่เลี้ยงจะตามาเร็วๆ นี้ค่ะ
2)โอเมก้าคนนี้รู้แล้วว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง
เวลาห้านาทีผ่านไปจะบอกว่านานก็นาน จะบอกว่าช้าก็ช้า คนที่มองดูเหตุการณ์ของเจ้านายต่างอ้าปากค้างอีกครั้ง
เมื่อร่างเล็กงดงามค่อย ๆ ลอยลงมาอยู่ในอ้อมแขนของจอมพลอังเดร… ชายผู้เป็นสามีของคนงาม
บาเรียสีทองหายไปแล้ว ร่างเล็กแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลย แทบจะเปลี่ยนเป็นละคน เส้นผมสีบรอนสว่างยาวถึงกลางหลังพลิ้วไหวไปตามสายลม
ดวงตาหลับพริ้ม ขนตางอนหนาราวปีกผีเสื้อ คิ้วเรียวได้รูป ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแสดงให้เห็นว่ามาร์เชอกำลังหลับสบายมากแค่ไหน
…
จอมพลอังเดรยิ้มมุมปาก มองภรรยาของตัวเองในอ้อมแขนอย่างเอ็นดู เขาสบายใจที่มีมาร์เชอเป็นภรรยาและคู่พันธสัญญาของตัวเอง
มาร์เชอไม่เหมือนโอเมก้าคนอื่น ร่างเล็กเหมือนมีร่างกายแต่ไร้จิตวิญญาณ แรกเริ่มมันกระตุ้นความสนใจของจอมพลอังเดร ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นเอ็นดูและยึดติด
ภรรยาของเขาว่าง่ายมาก ถ้าเขาบอกไปซ้าย ภรรยาของเขาไม่มีทางไปขวาแน่
มาร์เชอเหมือนโปรแกรมที่ทำตามคำสั่ง ไม่มีเรื่องให้คิดหรือสนใจ ท่าทางเหม่อลอยไร้ชีวิตชีวา หน้าตาไม่ใช่เรื่องสำคัญ
สำหรับอังเดรแล้ว คนที่เขาเลือกแล้วก็คือคนที่เขาเลือกแล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนเป็นคนอื่น
เขาสัญญากับตัวเองว่าจะดูแลคู่ชีวิตของตัวเองให้ดีที่สุดและไม่มีวันทอดทิ้งคู่ชีวิตไปไหน เพราะจอมพลอังเดรที่ดูเหมือนเย็นชาและแข็งแกร่งคนนี้เข้าใจดีว่าการถูกทอดทิ้งมันเป็นยังไง
ดังนั้นทุกครั้งที่สื่อได้ข่าวของเขา มักจะมีภาพที่เขาอยู่ข้างภรรยาเสมอ ถึงแม้คนอื่นจะตัดสินว่าไม่คู่ควร ชายหนุ่มก็ไม่สนใจ
ไม่น่าเชื่อว่าในขณะที่คนอื่นตัดสินว่าภรรยาของเขามีไอคิวต่ำ
จอมพลอังเดรกลับเป็นเพียงคนเดียวที่รู้สึกได้ว่าภรรยาของเขาไร้จิตวิญญาณและเขาก็คิดถูก มาร์เชอมีจิตวิญญาณที่หลับใหลอยู่ในร่างกายที่เป็นเพียงโอเมก้าไอคิวต่ำ
แล้วเวลานี้… ภรรยาที่หลับใหลของเขาตื่นขึ้นมาแล้ว
ตื่นขึ้นมาเป็นโอเมก้าที่สูงส่งและงดงามเสียที
“กลับบ้านกันเถอะ” จอมพลอังเดรพูดกับลูกสาวเสียงเรียบ
…
เด็กหญิงเชอรีนพยักหน้ารับผู้เป็นพ่อ เดินตามพ่อของตัวเองเงียบ ๆ รัศมีอัลฟ่าที่แพร่ขยายออกจากตัวสองพ่อลูกน่าเกรงขามยิ่งกว่าการเห็นกองทัพเซิร์กนับแสนตัวบุกโจมตีดวงดาวเสียอีก
บัดนี้เด็กหญิงเชอรีน ได้กลายเป็นอัลฟ่าตามที่ระบบได้บอกมาร์เชอไว้แล้ว
…
ในขณะที่จอมพลอังเดรเข้าใจว่าภรรยาของตัวเองกำลังหลับสบายอยู่นั้น ความจริงแล้วไม่ใช่เลย
“อ๊ากกกกก ระบบบัดซบเอ๊ย” มาร์เชอร้องอย่างอัดอั้นและหัวเสีย
หลังจากหลอมรวมดวงจิตกับร่างกายและแบ่งพลังให้พ่อลูกคู่นั้นเสร็จแล้ว มาร์เชอก็ถูกระบบดึงมายังห้องว่างเปล่าสีขาว ซึ่งมีเพียงเก้าอี้หนึ่งตัวกับจอทีวีขนาดใหญ่เท่านั้น
ขณะที่เขากำลังจะถามระบบ ภาพบางอย่างก็ปรากฏขึ้นมาบนจอทีวีขนาดใหญ่เสียแล้ว
[ระบบกลัวว่าโฮสต์จะลืมเรื่องบางอย่างไปครับ เลยพาโฮสต์มาที่นี่เพื่อรื้อฟื้นภารกิจลำดับที่หนึ่งร้อยเก้าสิบ อยู่ในระดับเกรดC ที่เราเคยทำกันครับ] เสียงระบบอธิบายขณะที่มาร์เชออ้าปากค้าง เริ่มจำบางอย่างได้แล้ว
…
มาร์เชอทำภารกิจมาเป็นหมื่นครั้ง ไม่มีทางที่เขาจะจำเรื่องราวทุกอย่างได้ บางโลกที่เขาทำภารกิจเสร็จก็ลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำ อย่างเช่นโลกที่190หรือลำดับที่190 ซึ่งเป็นภารกิจที่อยู่ในระดับเกรดC
ภารกิจที่อยู่ในระดับเกรดC หากจะเทียบก็เป็นเพียงระดับอนุบาล แน่นอนว่าคุณไม่มีทางจำเรื่องราวสมัยที่คุณอยู่อนุบาลได้หมดหรอก
เกรดต่างๆ มีภารกิจให้ทำอยู่สองร้อยกว่าภารกิจ บางเกรดโดยเฉพาะเกรดที่สูงขึ้นอย่างเกรดAและเกรดSS ที่มีมากกว่าห้าร้อยภารกิจ
หากผ่านทั้งหมดก็จะได้เลื่อนเกรดขึ้นมาอยู่ในระดับที่สูงขึ้น หากไม่ผ่านก็ต้องวนกลับมาทำภารกิจเดิมซ้ำอีกครั้ง
ในโลกภารกิจลำดับที่หนึ่งร้อยเก้าสิบเกรดC เป็นโลกของโอเมก้าเวิร์ส
มีพระเอกเป็นจอมพลที่ต้องเสียภรรยากับลูกไปในระหว่างที่เขาพาลูกกับภรรยาไปพักผ่อนและทำภารกิจบนดาวยู
ลูกกับภรรยาชั้นเลวของเขาถูกเซิร์กตั๊กแตนแทงอกตาย จากนั้นพระเอกที่เป็นจอมพลแสนยิ่งใหญ่ก็กลายเป็นไอ้ขี้เมา เขากลายเป็นไอ้ขี้แพ้ทำตัวเหลวแหลก
จนกระทั่งมาเจอกับตัวเอกฝ่ายรับของเรื่องที่เป็นโอเมก้าเด็กน้อยไร้เดียงสาและมีความฝันอันยิ่งใหญ่ว่าจะเป็นทหารโอเมก้าคนแรกของดวงดาว
บนโลกนี้มาร์เชอได้เข้ามาอยู่ในร่างของตัวเอกฝ่ายรับของเรื่องมีชื่อว่าคอสโม่ ภารกิจไม่ได้ยากเย็นอะไร
เขาเพียงต้องใช้ความสดใสของเจ้าของร่างดึงพระเอกออกจากความเศร้าและความทุกข์ในการจากไปของภรรยาและลูกของพระเอกเท่านั้น
กับอีกภารกิจที่เขาต้องทำคือเป็นทหารโอเมก้าคนแรกของดวงดาวตามความฝันที่ยิ่งใหญ่ของเจ้าของร่างเท่านั้น
เพราะไม่มีอะไรยากและมันค่อนข้างราบเรียบไร้ความตื่นเต้น มาร์เชอจึงลืมภารกิจลำดับที่หนึ่งร้อยเก้าสิบเกรดCไปแล้ว
วันนี้เมื่อได้กลับดาวเดิมของเขา เขาต้องมาดูภารกิจที่หลงลืมซ้ำอีกครั้ง และพบว่าภรรยาชั้นเลวของจอมพลที่ยิ่งใหญ่หรือพระเอกของเรื่องก็คือ โอเมก้าชายที่มีชื่อว่ามาร์เชอ… หรือก็คือเขาเอง
มาร์เชอคือภรรยาชั้นเลวของจอมพลคนนั้น ภรรยาชั้นเลวของพระเอกคือเขา?
เป็นไปได้ยังไงกัน… นี่มันออกจะน่าเหลือเชื่อเล็กน้อย
ทำไมมาร์เชอถึงเป็นภรรยาชั้นเลวนะเหรอ ก็เพราะนอกจากกินกับนอนและคลอดเบต้าออกมา เขาก็ไม่มีความสามารถอื่นเลย เรียกได้ว่าเป็นโอเมก้าที่ไร้คุณค่ามากและสมควรตายไปอย่างยิ่ง
การตายของลูกกับภรรยาชั้นเลวของจอมพลทำให้จอมพลต้องเสียคน แม้ตายไปแล้วมาร์เชอยังคงถูกคนบนเครือข่ายดวงดาวพูดถึงอยู่เสมอ
โอเมก้าไอคิวต่ำคนนั้นคือต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด
การมีตัวตนของคอสโม่ช่วยดึงพระเอกของเรื่องออกจากความเศร้าและความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขาก็ถูกพระเอกของเรื่องสนับสนุน จนได้กลายเป็นทหารโอเมก้าคนแรกของดวงดาวสมใจ
ตัวเอกฝ่ายรับจึงได้รับการยกย่องจากผู้คนบนเครือข่ายดวงดาวเป็นอย่างมาก แล้วมาร์เชอหรือเขาก็ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา…
…
นั่นเป็นสาเหตุที่มาร์เชอกรีดร้องอย่างหัวเสีย
“หมายความว่ายังไงอีก” เขาตวาดถามระบบเสียงเขียว
[หมายความว่า จักรวาลแห่งนี้ถูกควบคุมโดยระบบ ระบบคือพระเจ้า นิยายที่โฮสต์แต่ละคนได้รับหรือโลกของภารกิจต่าง ๆ คือโลกของนิยายในแต่ละโลกไงล่ะครับ]
“แล้วยังไงต่อ”
[บนดาวดวงนี้หรือโลกนี้โฮสต์มีตัวตนจริง และเป็นเพียงตัวประกอบในนิยายของโลกระดับที่หนึ่งร้อยเก้าสิบเกรดC เท่านั้นครับ]
“…”
[แต่โฮสต์ไม่ต้องตกใจไป เพราะนิยายเป็นเพียงตัวเชื่อมกาลเวลาหรือโลกแต่ล่ะโลกไว้ด้วยกันเท่านั้น ไม่มีผลต่อการใช้ชีวิตของโฮสต์ในวันข้างหน้าแน่นอน ระบบเอาหัวตัวเองเป็นประกันครับ] ระบบว่าเสียงใสที่พยายามทำเป็นเคร่งขรึม
แต่โทษทีเถอะ
“นายไม่มีหัวระบบ” มาร์เชอว่าระบบเสียงเขียวอีกครั้ง
[มันเป็นคำศัพท์ที่มนุษย์โลกใช้ยืนยันความหนักแน่นคำพูดของตัวเอง ระบบแค่ต้องการให้โฮสต์เชื่อมั่นในระบบเท่านั้นครับ]
“เหอะ เชื่อมั่นงั้นเหรอ” มาร์เชอไร้คำจะพูด มันเป็นระบบประเภทไหนกัน ที่สำคัญเขาทนมันมาได้ยังไงตั้งหลายแสนหลายหมื่นปีในโลกของการทำภารกิจ!
“แล้วไหนบอกว่าฉันหลอมรวมดวงจิตกับร่างกายเสร็จแล้ว ทำไมฉันยังอยู่ในห้องพักของระบบอยู่อีก” เขาถามต่อ
ห้องนี้คล้ายห้องพักของเขาในระบบระหว่างตอนที่ทำภารกิจ แต่มีขนาดที่เล็กกว่ามาก
[นี่ไม่ใช่ห้องพักของระบบครับ สถานที่แห่งนี้เป็นระบบสร้างขึ้น คล้ายโลกความฝันของโฮสต์ เพื่อให้โฮสต์จดจำเรื่องราวและเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไข คอสโม่เป็นโซลเมทอีกคนของคู่ชีวิตของโฮสต์ หลังมาร์เชอในนิยายตายไป โชคชะตาได้เหวี่ยงและดึงเขามาให้พบเจอกับพระเอกหรือก็คือสามีของโฮสต์ในตอนนี้ครับ]
“แล้วยังไงอีก ฉันต้องสนใจผู้ชายที่พวกนายเลือกให้ร่างกายของฉันงั้นเหรอ นี่ จะบอกอะไรให้นะระบบ ฉันคนนี้นอกจากลูกที่เกิดมาโดยไม่ตั้งใจแล้ว ก็ไม่สนใจอย่างอื่นอีก” มาร์เชอพูดเสียงเข้ม นั่งไขว้ขาอย่างเย่อหยิ่ง
หากมาร์เชอที่ไร้ดวงจิตคือโอเมก้าที่มีไอคิวต่ำ มาร์เชอที่มีดวงจิตก็คือโอเมก้าที่พร้อมจะพุ่งชนทุกอย่าง ทั้งเย่อหยิ่งและมีสง่าราศีอย่างที่คนบนเครือข่ายดวงดาวต้องการเห็น
ท่าทางของมาร์เชอในตอนนี้เขามีมันครบหมดทุกอย่างและดูเหมือนว่าจะเหนือกว่าโอเมก้าชนชั้นสูงไปไกลเสียแล้ว
[อย่างนั้นไม่ได้นะครับ โฮสต์เองก็เป็นคู่โซลเมทของเขาเหมือนกัน แถมยังเป็นพ่อของลูกและเป็นสามีทั้งทางพฤตินัยและนิตินัยของโฮสต์]
“…” มร์เชอกัดฟันใส่ระบบ
[โฮสต์จะยอมให้คนอื่นมาแทรกกลางครอบครัวของโฮสต์ง่าย ๆ แบบนี้เหรอครับ ระบบว่ามันไม่ถูกต้องโฮสต์ลองคิดดูสิ ของของโฮสต์กำลังจะถูกคนอื่นแย่งไปนะครับ]
“ฉันว่า…” มาร์เชอหรี่ตามองระบบอย่างครุ่นคิด
“คนอื่นที่นายว่าเขาเป็นตัวเอกฝ่ายรับในนิยายนะ”
[บนโลกของความเป็นจริงชีวิตของโฮสต์คือตัวเอกครับ ทุกคนล้วนเป็นตัวเอกของชีวิตตัวเอง ระบบไม่มีสิทธิ์ไปกำหนดชะตาชีวิตใคร นอกจากเจ้าของชะตาจะเปลี่ยนมันเองหรือเรียกว่าเคารพสิทธิส่วนบุคคลไงครับ]
“นายกล้าพูดเรื่องสิทธิส่วนบุคคลกับฉัน… หลังจากที่พวกนายใช้ร่างกายของฉัน โดยไม่บอกฉันสักคำเนี่ยนะระบบ”
[นั่นเรียกว่าเหตุจำเป็นครับโฮสต์ ไม่ถือว่ารุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลครับ]
“แล้วทำไมไม่ถามว่าฉันต้องการสามีไหม”
[เรื่องสามีของโฮสต์ สรุปโฮสต์จะยอมให้คู่โซลเมทอีกคนมาแย่งไปง่าย ๆ หรือครับ]
“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะระบบ”
[ระบบไม่ได้เปลี่ยนเรื่อง แต่ระบบเรียงลำดับความสำคัญให้โฮสต์อยู่ครับ เรื่องที่ผ่านมาแล้วไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ครับ เรื่องสำคัญคือต่อจากนี้จะมีโซลเมทของสามีโฮสต์เข้ามาแทรกกลางชีวิตครอบครัวของโฮสต์ โฮสต์ต้องจัดลำดับความสำคัญให้ถูกนะครับ]
“ระบบ” มาร์เชอชี้ระบบ กัดฟันพูด
เขาปวดหัว ปวดหัวกับระบบบ้านี่
สาบานว่าระบบนี่ไม่ได้กำลังกวนตีxเขาอยู่
“นายพาโฮสต์คนอื่นทำภารกิจมาแล้วกี่คน? นายพาฉันเที่ยวทำภารกิจไปในโลกต่าง ๆ ข้ามกาลเวลาข้ามโลกมามากมาย นับประสาอะไรกับแค่การย้อนเวลา ฉันไม่เชื่อว่านายจะทำ – ไม่ – ได้” เขาพูดเสียงเข้ม
[ระบบไม่มีนโยบายย้อนอดีตครับ ข้ามโลกได้ ข้ามเวลาไปโลกอื่นได้ แต่ระบบไม่มีนโยบายพาโฮสต์ย้อนเวลาไปแก้ไขอดีตในโลกจริงของโฮสต์ครับ]
“…”
[ระบบขอแนะนำว่าโฮสต์ควรกอดขาสามีให้แน่นที่สุด อย่าปล่อยเด็ดขาดเพราะระบบได้เลือกคนที่มีโปรไฟล์ดีที่สุดให้โฮสต์แล้ว จะหาคนที่ทำหน้าที่สามีดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้วนะครับ]
“ก่อนหน้านั้น นายเพิ่งบอกว่าสุ่มเอาไม่ใช่เหรอ”
[ใช่ครับ แต่โปรไฟล์ของสามีโฮสต์ถูกจัดอยู่ในอันดับหนึ่งในบรรดาโปรไฟล์อัลฟ่าคนอื่น ๆ โฮสต์โชคดีที่ระบบสุ่มได้เขามา เพราะฉะนั้นโฮสต์ควรดีใจที่ได้เขาเป็นสามีนะครับ ระบบขอย้ำว่าอย่าปล่อยสามีตัวเองให้คนอื่น!]
“ฉันไม่ได้ต้องการสามีตั้งแต่แรกไหมระบบ”
[โฮสต์ไม่ต้องกลัวนะครับว่าสามีของโฮสต์จะรู้เรื่องที่โฮสต์ท่องเที่ยวไปทั่วจักรวาลกับระบบ เพราะระบบได้สร้างเรื่องราวให้สามีของโฮสต์เห็นเพียงว่าโฮสต์แค่ดวงจิตหลับใหลเท่านั้น]
“ระบบฉันบอกว่าอย่าเปลี่ยนเรื่อง”
[ระบบไม่ได้เปลี่ยนเรื่อง แต่ระบบแค่บอกเรื่องที่ต้องบอกให้โฮสต์รู้เท่านั้น ระบบยังยืนยันว่าให้โฮสต์จับสามีคนนี้ไว้ให้แน่น ถ้าไม่คิดถึงความสุขสบายของตัวเองก็ควรคิดถึงจิตใจของลูกด้วยนะครับโฮสต์]
“ระบบนายโดนหมอนั่นซื้อเท่าไหร่บอกมา”
[…]
“ตอบมาเลยนะ สรุปนายเป็นระบบของใครกันแน่ เชียร์กันเหลือเกินนะ”
[ระบบไม่เคยโดนซื้อด้วยเงิน เงินไม่มีความหมายกับระบบ ระบบแนะนำสิ่งที่ดีที่สุดให้โฮสต์เท่านั้น โฮสต์โปรดเชื่อในระบบ]
“เพราะฉันเชื่อนะสิ ถึงมีสามีกับลูกโดยไม่รู้ตัวแบบนี้ไง อีกอย่างของรางวัล เงินกับทองและแร่ธาตุมีค่าจากการทำภารกิจของฉันก็มีมากจนกองเท่าภูเขาต่อให้ไม่ทำงานชีวิตนี้ทั้งชีวิต ฉันก็สุขสบายได้”
…
..
.
“เมื่อไหร่แม่จะตื่นคะ”
“ไม่รู้ พ่อกับลูกคงได้แต่ต้องรอ…” มือหนาข้างหนึ่งกำมือเรียวเล็กของภรรยาไว้ อีกข้างลูบหัวลูกสาวที่นั่งเฝ้ารอให้มารดาตื่นอย่างจดจ่อ
ไม่ง่ายที่จะมีใครเห็นมุมอ่อนโยนแบบนี้ของจอมพลหน่วยหนึ่ง อันที่จริงไม่เคยมีใครเห็นมุมนี้ของจอมพลอังเดรเลย นอกจากเชอรีนลูกสาวของเขากับภรรยาโอเมก้าไอคิวต่ำคนนี้
แต่คนที่มีร่างกายแต่ไร้จิตวิญญาณจะไปรับรู้ได้ยังไง
ถ้ามาร์เชอรู้ว่าเขาได้รับการปฏิบัติที่ดีและอ่อนโยนมากแค่ไหนจากคนเป็นสามี เขาคงจะไม่โวยวายกับระบบแบบนั้นก็ได้
ผู้ชายที่คนทั้งดวงดาวต่างเชิดชูกลับดูแลภรรยาไอคิวต่ำคนนี้อย่างดีโดยไม่แสดงท่าทีรังเกียจเลยสักนิด
แต่จอมพลอังเดรคงต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่กับภรรยาคนนี้… อีกครั้ง
“แม่สวยจังเลยค่ะ”
“อืม… แม่ของเชอรีนสวยที่สุด” จอมพลพูดเสียงนุ่ม
จอมพลที่สูงส่งจนใครไม่กล้าอาจเอื้อม รัศมีน่าเกรงขาม บรรยากาศและไอสังหารที่อยู่รอบตัวทำให้ใครก็ตามที่อยู่ใกล้ต้องสยบ กลับมีมุมที่อ่อนโยนนุ่มนวลและสุภาพมากเมื่ออยู่ต่อหน้าคนในครอบครัว
ครอบครัวที่มีเพียงภรรยาและลูก มีแค่สองคนเท่านั้นที่เป็นครอบครัวแท้จริงของเขา
“เอ๊ะ แม่ตื่นแล้ว แม่คะเป็นยังไงบ้างคะ” เชอรีนถามเสียงใส รอยยิ้มแต่งแต้มทั่วใบหน้า
มาร์เชอยิ้มอ่อนส่งให้ลูกสาว คราวนี้โอเมก้าไอคิวต่ำไม่มีอีกแล้ว มีเพียงโอเมก้าคนสวยที่มีรัศมีสูงส่งเช่นเดียวกับจอมพลอังเดรผู้เป็นสามี
“ทำอะไรน่ะ” มาร์เชอถามอย่างหวาดระแวง ขยับใบหน้าหนีมือหนา
“แค่จะเช็คว่ามีไข้ไหมเท่านั้น” ร่างใหญ่พูดอย่างอ่อนโยน
“ไม่เป็นไร ฉ… ผมไม่มีไข้หรอก ผมสบายดี”
[ระบบขอย้ำว่าให้โฮสต์จับสามีคนนี้ให้แน่น อย่าปล่อยเขาไป]
‘หุบปากซะระบบ’
[เตือนความจำ ระบบไม่มีปากครับโฮสต์ ระบบมีแค่ลำโพงในตัวเท่านั้น]
‘งั้นก็ - เงียบ – เสียง – ของนาย – ไปซะ - ระบบ’ มาร์เชอกัดฟันในใจ
ใบหน้าสวยยังคงยิ้มอ่อนโยนประดับอยู่ แสดงให้เห็นว่าเขามีประสบการณ์มากแค่ไหน
แน่สิ เขาผ่านการทำภารกิจมากี่หมื่นครั้งกันล่ะ เรื่องการแสดงแค่นี้มันง่ายมาก
“ไม่ปวดหัวใช่ไหม” คนเป็นสามีถามต่ออย่างเป็นห่วง
“ไม่นะ” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันพร้อมส่ายหน้า แก้มกลม ๆ พองขึ้นเล็กน้อยเมื่อโอเมก้าไอคิวต่ำเปลี่ยนเป็นโอเมก้าคนสวยพองแก้ม
…
จอมพลอังเดรขมวดคิ้ว เขาอยากให้ภรรยาสดใสแบบนี้ แต่ตอนนี้นอกจากภรรยาของเขาจะสดใสแล้วยังสวยมากอีกด้วย ต้องมีอัลฟ่ามากมายเข้ามายุ่งกับภรรยาของเขาแน่
จอมพลผู้เก่งกาจ จัดการได้ทุกปัญหาเริ่มรู้สึกถึงทางตันแล้ว เขาควรจัดการกับปัญหานี้ยังไงดี
ตาคมหรี่ตามองภรรยากับลูกสาวหยอกล้อกันและหัวเราะเสียงใส บางทีทั้งภรรยาและลูกสาวควรจะติดตามเขาไปทุกที่และทุกครั้งที่ต้องทำภารกิจแล้วล่ะ
กองทัพหน่วยหนึ่งของเขามีอัลฟ่ามากมาย แต่คนพวกนี้ไม่ใช่อัลฟ่าประเภทขยะสังคม
อีกอย่างมาร์เชอ… ภรรยาของเขาเองก็ชอบมารอเขาอยู่ที่ห้องทำงานหรือก็ห้องพักของเขาที่กองทัพอยู่แล้วด้วย
คราวนี้แม้จิตวิญญาณของภรรยาเขาจะตื่นขึ้นแล้ว เขาคิดว่าภรรยาของเขาคงไม่ดื้อหรอก
จอมพลอังเดรคิดอย่างมั่นใจ ภรรยาของเขาเรียบร้อยที่สุด
เหรอ?
####
การมีระบบบางครั้งก็ไม่ได้ช่วยอะไรนะ ว่าไหมคะ
ระบบโดนซื้อตัวไปเท่าไหร่นะ?
เพิ่งจะได้2ตอนเองค่ะ พรุ่งนี้จะปั่นตอนพิเศษเรื่องซอมบี้ค่ะ วันนี้ปั่นนิยายเรื่องใหม่ ฝากระบบกับโฮสต์ของเขาและสามีกับลูกที่น่ารักไว้ให้ทุกคนพิจารณาด้วยนะคะ หวังว่าทุกคนที่อ่านจะชอบนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
แจ้งคร้าาา
น้องคอมป่วยค่ะ ป่วยหนักด้วยค่ะ คงต้องส่งซ่อม(อีกครั้ง) อยากออกใหม่อยู่นะคะ แต่ตอนนี้มีโรคประจำตัวค่ะ(โรคทรัพย์จาง5555) เดี๋ยวจะมาอัพเดทอีกทีนะคะ คงต้องแต่งผ่านมือถือไปพลางๆก่อน เพราะไอ้ที่แต่งไว้ในwordเรากลัวว่ามันจะหายหมดค่ะ
กำลังจะบันทึกแท้ๆ(น้องคอมดันนอนหลับก่อน) จอดับไปเฉยๆเลย แงงงงง