ลูกสาวเจ้าสัวเจริญ ทุ่มลงทุน 5 ปีแสนล้าน ลุยพลิกโฉมครั้งใหญ่ ’ตึกเอ็มไพร์’ หมุดหมายโลก
ลูกสาวเจ้าสัวเจริญ ทุ่มลงทุน 5 ปีแสนล้าน ลุยพลิกโฉมครั้งใหญ่ ’ตึกเอ็มไพร์’ หมุดหมายโลก
วันที่ 18 ธันวาคม นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า ปัจจุบันAWC ยังคงเดินหน้าตามแผน 5 ปี (2565-2569) ลงทุน 50 โครงการ วงเงินกว่า 1 แสนล้านบาท ในขยายธุรกิจโรงแรมและกลุ่มอสังหาเพื่อการพาณิชย์ โดยในส่วนของสำนักงานให้เช่าที่AWC จำนวน 4 แห่ง มีพื้นที่ขายรวม 270,594 ตารางเมตร นับเป็นพอร์ตใหญ่สุด ได้แก่ เอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ,แอทธินี ทาวเวอร์,208 วิทยุ ,อินเตอร์ลิงก์ ทาวเวอร์ บางนา มีแผนจะปรับปรุงใหม่ทั้งหมด
นางวัลลภากล่าวว่า โดยปี 2566 ใช้เงินลงทุน 2,000 ล้านบาท ปรับปรุงอาคารเอ็มไพร์ในรอบกว่า 10 ปี ตั้งแต่ชั้น 10-60 เป็นไลฟ์สไตล์ออฟฟิศ ตอบโจทย์ผู้เช่ารองรับองค์กรจากทั่วโลก ส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นจุดหมายขององค์กรและพนักงานระดับโลก
โดยพื้นที่ไลฟ์สไตล์มีตั้งแต่ “Cafe Pittore” คาเฟ่แบบล็อบบี้เลานจ์ชั้น G เปิดบริการวันที่ 18 ธันวาคม 2566 ยังมี“EA Rooftop at The Empire” บนรูฟทอปชั้น 55-60 และเตรียมรีโนเวทพื้นที่ชั้น 10 และ 11 เป็นฟู้ดเลานจ์และห้องประชุม รวมพื้นที่เพื่อไลฟ์สไตล์กว่า 39,000 ตารางเมตร
นางวัลลภากล่าวว่า ไฮไลต์“The Empire Residence” ตั้งอยู่บนชั้น 53 เป็นพื้นที่โคลิฟวิ่งกว่า 1,500 ตารางเมตรที่มีขนาดใหญ่ พร้อมด้วยวิวอันงดงามของกรุงเทพฯ จากมุมสูง ที่เปิดโอกาสให้ผู้เช่าสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งพื้นที่ประกอบไปด้วย พื้นที่ Live – Ploen Room พื้นที่เอนกประสงค์ทั้งแสดงสินค้า โรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก ห้องซ้อมเต้น และ พื้นที่รับประทานอาหารพร้อมห้องครัวส่วนกลาง ,พื้นที่Play –Karaoke Room ห้องคาราโอเกะ รวมถึงพื้นที่แห่งความสนุกสนานและความบันเทิงกับเครื่องเล่นวิดีโอเกม และกิจกรรมสันทนาการรวมถึง พื้นที่สำหรับครอบครัว ห้องโยคะ และสัตว์เลี้ยง,พื้นที่Share – Mini Gym ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอด้วยลู่วิ่งแบบอินเทอร์แอคทีฟ เลานจ์พักผ่อน ห้องซาวน่า ห้องสตีม หรือ อบไอน้ำ
และพื้นที่ Work – Sook Room, Sanook Room, Saran Room & Mini Zone” ห้องประชุมหลากหลายขนาด รองรับการจองล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน “Pikul”
“แต่ละพื้นที่จะทยอยเปิดตั้งแต่ต้นปี 2567และเปิดเต็มรูปแบบปลายปี 2567 หลังจากนั้นจะปรับปรุงอาคารแอทธินี เพิ่มพื้นที่ล็อบบี้เลานจ์ และอาคารอินเตอร์ลิงก์ เพิ่มพื้นที่ฟู้ดเลานจ์ ส่วนที่อยู่อาศัยโมเดลธุรกิจต่อจากนี้เน้นเป็นโครงการแบรนด์เดดเรสซิเดนซ์”นางวัลลภากล่าว
นางวัลลภากล่าวว่า ปัจจุบันตลาดพื้นที่สำนักงานให้เช่า เทรนด์ตลาดไม่เติบโตเหมือนเมื่อก่อน หลังจากมีโควิด คนทำงานที่บ้าน ทำให้จึงต้องปรับปรุงพื้นที่ให้เช่าเหมือนอยู่อาศัยในบ้านมากขึ้น ต้องรอนโยบายจากรัฐบาลมาโปรโมทให้ประเทศไทย สามารถแข่งขันกับสิงคโปร์ ฮ่องกง ในการดึงบริษัทข้ามชาติมาเปิดสำนักงานในไทยมากขึ้น เช่น ให้ฟรีวีซ่าคนทำงาน และเพิ่มสิทธิด้านภาษีต่างๆ จากปัจจุบันที่ผู้พัฒนาโครงการต้องมาดึงดีมานด์ด้วยกันเอง
นางวัลลภากล่าวว่า ส่วนสถานการณ์การท่องเที่ยวในปี 2567 เชื่อว่าจะดีขึ้น ดูจากอัตราเข้าพักโรงแรมเครือAWC ขณะนี้สูงกว่าก่อนมีโควิด โดยเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 80% นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่จะต้องทำการโปรโมทมากขึ้น เช่น จีน อินเดีย ดังนั้นจึงเชื่อว่าน่าจะเห็นโมเมนตัมที่ดีต่อเศรษฐกิจในปี 2567 ที่เชื่อว่าจะดีกว่าปี 2566 นอกจากนี้AWC จะจัดเคานท์ดาวน์ปี 2567อย่างยิ่งใหญ่ที่เอเชียทีค เช่น มีจัดแสงสี จุดพลุริมแม่น้ำ โดยจะร่วมกับพันธมิตรอื่นเพื่อทำการโปรโมทการจัดงาน