โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วางแผนลดหย่อนภาษี ไม่ได้มีดีแค่ประหยัดเงินในกระเป๋า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ธ.ค. 2566 เวลา 03.40 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2566 เวลา 01.30 น.

บทความโดย บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

วันที่ 19 ธันวาคม 2566 ใกล้สิ้นปี นอกจากจะเริ่มวางแผนเดินทางท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมในช่วงวันหยุดยาวแล้ว การวางแผนลดหย่อนภาษีก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเมื่อเราวางแผนบริหารจัดการภาษีอย่างเป็นระบบนั้น นอกจากจะประหยัดเงินในกระเป๋าได้แล้ว ยังเป็นการช่วยให้เราสามารถวางแผนการเงินอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย และสามารถวางแผนชีวิตได้ในระดับหนึ่ง อีกทั้งยังสร้างวินัยในการใช้เงินในระยะยาวให้กับเราอีกด้วย

เมื่อเราเริ่มวางแผนที่จะลดหย่อนภาษี ก็ต้องเรียนรู้ “เครื่องมือ” ที่จะช่วยให้เราสามารถลดหย่อนภาษีได้ เริ่มต้นง่าย ๆ จากการโฟกัสกับเป้าหมายของ “ตัวเอง” ไลฟ์สไตล์การทำงาน “มนุษย์เงินเดือน” หรือ “ฟรีแลนซ์”

ซึ่งมีความแตกต่างในเรื่องของรายได้และสวัสดิการที่มี จากนั้นเริ่มต้นวางแผนบริหารจัดการภาษีให้เหมาะสมกับแต่ละคน โดยควรเริ่มจาก 1.ฐานรายได้ ณ ปัจจุบันเป็นอย่างไร 2.ในอนาคตเราต้องการใช้เงินเพื่อใคร เช่น มีทุนประกอบธุรกิจส่วนตัว, เพื่อบิดา-มารดา-บุตร, ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง เพื่อเตรียมเงินไว้ดูแลตัวเองในวัยเกษียณ ฯลฯ, และ 3.จำนวนเงินที่ต้องการในอนาคต

เมื่อเราทราบความต้องการคร่าว ๆ ของตัวเองแล้ว ก็เริ่มมองหา “เครื่องมือ” ที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้เราวางแผนได้เพิ่มเติมจากค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว คือค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน เงินออม และการลงทุน

ประกันชีวิต เป็นหนึ่งในเครื่องมือในกลุ่มนี้ ที่สามารถเลือกได้หลากหลายรูปแบบทั้ง ประกันชีวิตแบบทั่วไป ได้แก่ ประกันชีวิต, ประกันสะสมทรัพย์, ซึ่งเบี้ยประกันสามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง รวมสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท และสำหรับ

ประกันชีวิตแบบบำนาญ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มค่าลดหย่อนประกันชีวิตและการลงทุนในการวางแผนเกษียณ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับกองทุน RMF กองทุน SSF กบข. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท นอกจากนี้ หากยังใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิตแบบทั่วไป ยังไม่เต็ม 100,000 บาทแรก สามารถใช้เบี้ยประกันบำนาญไปรวมสิทธิลดหย่อนในส่วนแรกได้เช่นกัน

ข้อดีของการวางแผนด้วยประกันชีวิต นอกจากจะลดหย่อนภาษีได้แล้ว ยังมีความเสี่ยงต่ำ และกรมธรรม์บางประเภทยังได้รับผลตอบแทนที่แน่นอนอีกด้วย นับเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งสำหรับการวางแผนเพื่อการลดหย่อนภาษีไปพร้อมกับเป้าหมายทางการเงิน

จึงอยากให้ผู้ที่ต้องการซื้อประกันชีวิต สำหรับกลุ่มมนุษย์เงินเดือน สามารถเริ่มวางแผนได้ตั้งแต่เริ่มทำงาน, มีบุตร จนถึงการวางแผนเพื่อใช้หลังเกษียณ โดยการเลือกประกันชีวิต ต้องคำนึงถึง 1.สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ อาทิ การคุ้มครองชีวิต, สามารถเบิกเงินได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ จ่ายเงินก้อนหรือค่ารักษาเมื่อเจ็บป่วย, ได้รับเงินคืนในแต่ละงวดระหว่างปีกรมธรรม์ หรือเมื่อครบระยะเวลาตามสัญญากรมธรรม์

2.ค่าเบี้ยประกันภัยในแต่ละงวด ซึ่งโดยทั่วไปสามารถเลือกวิธีการชำระเบี้ยภัยได้ทั้งแบบรายเดือน, ราย 3 เดือน, ราย 6 เดือน จนถึงรายปี 3.ระยะเวลาความคุ้มครองและชำระเบี้ยประกันภัย ซึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือ ระยะเวลาเอาประกันภัยสั้นที่สุดสำหรับการลดหย่อนภาษี คือระยะเวลา 10 ปี

ปัจจุบันจึงมีกรมธรรม์ประเภท ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 5 ปี (10/5), ระยะเวลาคุ้มครอง 12 ปี ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 6 ปี (12/6), ระยะเวลาคุ้มครอง 16 ปี ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 8 ปี (16/8) ฯลฯ ออกมาให้เลือกพิจารณา ความหมายคือผู้ซื้อประกันชีวิต ต้องส่งเบี้ยประกันภัยตามจำนวนที่ระบุในกรมธรรม์ตรงเวลาตลอดระยะเวลา 5/6/8 ปี จากนั้นสามารถหยุดส่งเบี้ยประกันภัยโดยยังได้รับผลประโยชน์ความคุ้มครอง และเงินคืนตามเงื่อนไขที่กำหนดจนครบสัญญา รวมระยะเวลา 10/12/16 ปี เป็นต้น

สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ หรือที่เรียกว่า “ฟรีแลนซ์” ทริกที่แนะนำคือ การเลือกประกันชีวิตที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล และช่วงเวลาที่ขาดรายได้ เมื่อต้องหยุดพักรักษาตัว เพราะการทำงานฟรีแลนซ์เมื่อเจ็บป่วยนั้นต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเอง ไม่มีสวัสดิการจากบริษัทแบบเดียวกับมนุษย์เงินเดือน

ดังนั้น เมื่อจะวางแผนบริหารจัดการภาษีด้วยประกันชีวิต จึงควรพิจารณาเลือกแบบประกันชีวิตที่ปิดจุดอ่อนของอาขีพ “ฟรีแลนซ์” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากเครื่องมือที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมีค่าลดหย่อนภาษีประเภทอื่น ๆ ได้แก่ กลุ่มเงินบริจาค ค่าลดหย่อนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงค่าลดหย่อนจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ภาครัฐสนับสนุน ก็สามารถเป็นส่วนเสริมได้

โดยสรุป การวางแผนลดหย่อนภาษีด้วยการทำประกันชีวิต นอกจากจะช่วยให้ผู้วางแผนสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ต้องการ ลดภาระทางภาษี ช่วยสร้างวินัยทางการเงิน แล้วยังมีอีกเป้าหมายที่สำคัญ คือการสร้างความคุ้มครอง และดูแลตัวเองและคนที่รักให้อุ่นใจในทุกช่วงเวลานั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...