โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกษียณ 45+ หางานใหม่ไหวไหม? ฮาวทูวัยกลางคนอยู่รอดในโลกยุคใหม่

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 19 ส.ค. 2568 เวลา 02.07 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2568 เวลา 08.55 น.

ในที่สุดข่าวใหญ่ที่เขย่าวงการพนักงานประจำก็เกิดขึ้น เมื่อ KBank ยักษ์ใหญ่ธนาคารในไทยประกาศโครงการเออร์ลี่รีไทร์ (Early Retire) ปี 2568 “เกษียณก่อน เกษมสุข” สำหรับพนักงานที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป โดยมอบสิทธิประโยชน์เป็นค่าชดเชยตามอายุงาน บวกกับเงินช่วยเหลือพิเศษอีก 8-12 เดือน ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม - 7 ตุลาคม 2568 โดยผู้ที่ได้รับการอนุมัติจะถือเป็นการลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ เปิดโอกาสให้พนักงานอายุ 45 ปี แต่ไม่ถึง 60 ปีเข้าร่วมได้ โดยไม่จำกัดอายุงาน

หลังจากเรื่องนี้แพร่สะพัดออกไปไม่นาน ก็เกิดกระแสไวรัลในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างหยิบยกประเด็นนี้มาถกเถียงกันในทำนองที่ว่า อายุ 45+ น้อยเกินไปหรือเปล่าสำหรับการเข้าโครงการ Early Retire เพราะที่ผ่านมาบริษัทส่วนใหญ่มักจะเปิดโครงการลักษณะนี้ให้แก่พนักงานที่มีอายุราวๆ 50-55 ปี มากกว่า ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้วัยทำงานหลายคนต่างรู้สึกช็อกไปตามๆ กัน

ไม่เพียงเท่านั้น กูรูหลายคนยังสะท้อนความเห็นต่อประเด็นนี้ด้วยว่า นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกการทำงาน ขนาดองค์กรใหญ่ยังเกิดโครงการให้สมัครใจลาออกให้แก่พนักงานที่อายุน้อยลงแบบนี้ อีกไม่นานอาจบริษัทใหญ่แห่งอื่นๆ ทำสิ่งเดียวกันนี้ตามมาติดๆ

“เกษียณ 45+” คือการทลายกรอบเดิมๆ ของโลกการทำงาน

หนึ่งในกูรูนักการเงินนักการตลาดอย่าง "ธนา เธียรอัจฉริยะ" ซึ่งเป็นเจ้าของเพจ "เขียนไว้ให้เธอ" ได้ออกมาให้ความเห็นต่อสถานการณ์นี้เช่นกัน โดยเขาชี้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการทลายกรอบโลกการทำงานเดิม ที่ว่า "เราจะทำงานจนเกษียณหกสิบ" ไปอย่างชัดเจน และมั่นใจว่าตัวเลข 45 ปี จะกลายเป็นตัวเลขใหม่ที่เหล่าวัยทำงานยุคนี้จะเห็นจากบริษัทและธนาคารอื่นๆ ตามมาอีกมาก

โดยปกติแล้วโปรแกรมเกษียณก่อนกำหนดมักจะเริ่มที่ 55-50 ปี แต่ตัวเลข 45 ปีนี้สร้างผลกระทบทางใจมากกว่า เพราะอาจทำให้รู้สึกว่าวัย 45 ปียังเป็นเพียงครึ่งทางของการทำงาน ยังไม่แก่เกินไปเสียหน่อย แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วในวันนี้!

ทั้งนี้ เขาอธิบายว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มีรากฐานมาจากหลายปัจจัย ได้แก่
1. เทคโนโลยี และ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ: โลกที่เทคโนโลยีและ AI ผสมผสานกับการที่เศรษฐกิจซบเซา ทำให้ 45 ปีกลายเป็นวัยที่ดูเหมือนอยู่ปลายๆ ของการทำงาน
2. ต้นทุนและประสิทธิภาพ: เด็กใหม่ๆ มีต้นทุนถูกกว่า เร็วกว่า รู้เรื่องเทคโนโลยีมากกว่า และใช้ AI ได้คล่องกว่า
3. AI แทนที่งานเดิม: AI เข้ามาแทนงานดั้งเดิมที่เคยต้องใช้เวลาฝึกฝน และจดจำทักษะ ซึ่งตอนนี้ AI เริ่มทดแทนงานบางอย่างแล้ว
4. การลดต้นทุนของบริษัท: เพื่อความอยู่รอดและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน บริษัทจำเป็นต้องลดต้นทุนด้วยการปรับลดพนักงานที่มีอายุมาก และพยายามหาคนที่คล่องเรื่องเทคและ AI เข้ามาแทนที่

ในประเทศจีน เริ่มเห็นแนวโน้มที่รุนแรงกว่านี้ในวงการเทค โดยหลายคนมีอายุงานสั้นเพียง 35 ปี และหน่วยงานราชการจีนก็จำกัดอายุผู้สมัครงานด้านเทคไว้ที่ไม่เกิน 35 ปี ผู้ที่ถูกบีบออกจากงานในวัยนี้ มักหางานใหม่ยาก จนต้องไปทำงานในสายงานส่งของ ส่งอาหาร หรือขับรถรับจ้าง นี่คือเรื่องปกติของการเปลี่ยนแปลงในองค์กรโลกยุคใหม่ที่หาก AI แทนที่ได้ก็เอามาแทน หรือหากคนรุ่นใหม่เก่งกว่า ถูกกว่า ก็เอามาแทน

ข่าวการเกษียณที่อายุ 45 ปีนี้ กำลังสั่นสะเทือนชนชั้นกลางอย่างแท้จริง มาตรฐานใหม่นี้เข้ามาแทนที่มาตรฐานเดิมของการสิ้นสุดอายุการทำงานที่ยาวนานขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่อายุงานกลับสั้นลง หากวัยทำงานจำเป็นต้องสมัครใจลาออก หรือยอมตกงานในวัย 45 ปีขึ้นไป ก็คงยากที่จะหางานใหม่ และอาจจะยังช็อกอยู่

อย่าเพิ่งท้อใจ! หนทางไปต่อในโลกการทำงานยุคใหม่ยังมี

แม้สถานการณ์จะดูท้าทาย แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานมีคำแนะนำว่า หากไม่ยอมแพ้ ยังมีหนทางให้ไปต่อได้ โดยเริ่มจากการอัปสกิลให้ตนเอง และหากเรียกสติกลับมาได้เร็ว ก็ยังพร้อมที่จะไปต่อได้เสมอ โดยสิ่งที่ควรทำเพื่อให้ได้งานใหม่เมื่อ “ตกงานตอนอายุ 45+” มีดังนี้

1. รีเฟรชเรซูเม่และโปรไฟล์ออนไลน์: ปรับปรุงเรซูเม่และ LinkedIn ให้ทันสมัย เน้นทักษะที่จำเป็น และเน้น “ทักษะถ่ายทอดได้ (Transferable Skills)” หากเปลี่ยนสายงาน. ควรหลีกเลี่ยงการเปิดเผยอายุหรือปีที่จบการศึกษาโดยตรง.

2. ใช้ “เครือข่าย” ให้เต็มที่: ติดต่อนายจ้างเดิม เพื่อนร่วมงานเก่า แจ้งข่าวการหางาน และใช้แพลตฟอร์มอย่าง LinkedIn รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรม Networking สมาคมอาชีพ หรือกลุ่มสนับสนุน.

3. อัปเดตและเรียนรู้ทักษะใหม่: ลงคอร์สออนไลน์ ฝึกอบรมกับหน่วยงานรัฐ หรือทดลองทำงานสัญญาจ้างสั้นๆ (temp, freelance, consulting) เพื่อเสริมประสบการณ์ในสายงานใหม่. อาจพิจารณาต่อปริญญาหรือใบประกาศนียบัตรหากจำเป็น.

4. มองหางาน/ตำแหน่งที่เปิดกว้างสำหรับวัยกลางคน: ค้นหางานจากเว็บไซต์หรือองค์กรที่สนับสนุนแรงงานวัยกลางคน และไม่ปฏิเสธงานระดับเริ่มต้น งานโครงการ หรืองานฟรีแลนซ์.

5. นำเสนอ “วัย” และ “ประสบการณ์” เป็นจุดเด่น: เน้นจุดแข็งด้านความรอบรู้ ความรับผิดชอบ ทักษะการสื่อสาร การแก้ปัญหาซับซ้อน และภาวะผู้นำ.

6. สร้างทัศนคติบวก และกล้าปรับตัว: อย่ายึดติดอดีตหรือตำแหน่งเดิม เปิดใจรับสายงานและตำแหน่งที่แตกต่าง เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต.

ทักษะสำคัญที่คนอายุ 45+ ต้องอัปสกิล

อย่างที่บอกไปว่า การอัปสกิลเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้หางานใหม่ได้ ในโลกการทำงานยุคใหม่ ทั้งนี้ คนวัยทำงานในวัย 45-50 ปี ควรเร่งอัปสกิลโดยมุ่งเน้นไปที่ทักษะสำคัญเหล่านี้

1. ทักษะดิจิทัลและเทคโนโลยี: เช่น ทักษะการใช้งาน AI การทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูล ความเข้าใจ AI และการใช้งานซอฟต์แวร์เฉพาะทาง

2. ทักษะที่ถ่ายทอดได้ (Transferable Skills): เน้นความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์เดิม เช่น การแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร ภาวะผู้นำ การจัดการลูกค้าสัมพันธ์

3. การปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่: ความสามารถในการปรับตัวเป็นกุญแจสำคัญในยุคที่โลกการทำงานเปลี่ยนแปลงเร็ว

4. ทักษะการสร้างเครือข่าย (Networking): ใช้เครือข่ายเดิมและแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อเชื่อมต่อกับกลุ่มอาชีพใหม่ๆ การลองเปลี่ยนสายอาชีพใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แถมอาจทำให้มีไฟในการทำงานมากขึ้น

5. การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (Lifelong Learning): การฝึกอบรม การเรียนออนไลน์ หรือการเข้าอบรมระยะสั้น-ยาว เพื่อเสริมทักษะให้ทันสถานการณ์

การเปลี่ยนแปลงในโลกการทำงานกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว “เกษียณในวัย 45+” ไม่ใช่แค่แนวคิดอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นความจริงที่หลายคนต้องเผชิญ การเตรียมตัวและการปรับตัวด้วยการอัปสกิลอย่างต่อเนื่อง จะเป็นกุญแจสำคัญในการคว้าโอกาสและรับมือกับการแข่งขันในตลาดแรงงานยุคใหม่ และทำให้อยู่รอดต่อไปได้อย่างยั่งยืน

อ้างอิง: เขียนไว้ให้เธอ, Australiawide, Monster, Hiddengemcareercoaching, Careerfaqs, Generation.org, Careerkarma

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...