โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘‘พรรคประชาชน’ ย้ำไม่เห็นด้วยใช้ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ตัดสินเรื่องนามธรรม

เดลินิวส์

อัพเดต 19 ส.ค. 2568 เวลา 12.36 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2568 เวลา 04.53 น. • เดลินิวส์
‘ปกรณ์วุฒิ’ ย้ำจุดยืน ‘พรรคประชาชน’ ไม่เห็นด้วยใช้ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ตัดสินเรื่องนามธรรม จี้นายกฯ ‘ลาออก-ยุบสภา’ ชี้รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำเหนื่อยแน่ ผลักดันกฎหมายผ่านสภาไม่ได้

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของนายกรัฐมนตรี ที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมไต่สวนในวันที่ 21 ส.ค. และนัดตัดสินในวันที่ 29 ส.ค. นี้ ว่า วันไต่สวนเข้าใจว่านายกรัฐมนตรีน่าจะไปด้วยตนเอง ก่อนที่ศาลจะนัดตัดสินในสัปดาห์ถัดไป สิ่งที่สะท้อนคือพรรค ปชน. ยืนยันหลักคิดเดิมว่าเราไม่เห็นด้วยกับการที่องค์กรอิสระมาตัดสินเรื่องที่เป็นนามธรรม เช่น เรื่องการผิดจริยธรรมหรือความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า พรรค ปชน. เรียกร้องตั้งแต่ต้น ที่มีคลิปเสียงถูกเผยแพร่ออกมา ว่าสิ่งที่พึงกระทำและการเมืองควรจะเป็นคือความรับผิดชอบส่วนบุคคลของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่กระแสสังคมค่อนข้างชัดเจน ที่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก และเราก็เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภา เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินในการเลือกตั้งครั้งใหม่ เพราะถือเป็นเหตุการณ์ครั้งใหญ่ ที่ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน และทำลายระบบทางการเมืองรวมถึงระบอบรัฐสภา

“เมื่อนายกฯ ไม่ได้ลาออกและไม่ยุบสภา อีกทั้งยังดำเนินการมาจนถึงทุกวันนี้ กลายเป็นว่าองค์กรอิสระอย่างศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจกว้างขวางเกินไป ในการวินิจฉัยความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เพราะคำว่าจริยธรรมของแต่ละคนนั้นต่างกัน จึงกลายเป็นว่าชะตากรรมของผู้นำประเทศต้องมาอยู่ในตุลาการ 9 คน ที่กำลังวินิจฉัยเรื่องที่เป็นนามธรรม ที่นายกฯ หลายๆ ท่านหลุดจากเก้าอี้ในประเด็นแบบนี้” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่า เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกแต่ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดไว้ อาจต้องพึ่งศาลรัฐธรรมนูญในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ตอนนี้มีฉากทัศน์อยู่ 2 ฉาก คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และไม่ได้เป็นนายกฯ ต่อ ซึ่งหากเป็นนายกฯ ต่อ เราต้องเรียกร้องต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องคลิปเสียงว่า นายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบอย่างไร และอีกกรณีคือหากไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ ไม่ว่าจะด้วยการลาออกหรือคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ ก็คงต้องเลือกนายกฯ กันใหม่

เมื่อถามว่า หากดูท่าทีของรัฐบาลขณะนี้ เป็นการปูทางสู่การเลือกตั้งหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลพร้อมเลือกตั้ง น.ส.แพทองธาร คงยุบสภาไปแล้ว เพราะเป็นความรับผิดชอบทางการเมืองที่พึงกระทำเพื่อให้ประชาชนตัดสิน

ต่อข้อถามว่า รัฐบาลอาจจะไม่พร้อมเลือกตั้ง จึงมีการโยกย้ายผู้ว่าฯ และตำแหน่งที่สำคัญต่างๆ เพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า การเมืองแบบเดิม เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด เช่น การที่พรรคเพื่อไทยขอกระทรวงมหาดไทยคืน เป็นการรับรู้กันว่าการคุมอำนาจท้องถิ่นและจังหวัดต่างๆ เป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้ง จึงกลายเป็นกระทรวงสำคัญที่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลจึงอยากได้กระทรวงนี้ เป็นเรื่องปกติที่ไม่ปกติ ดังนั้น ผู้ว่าฯ คนไหนที่มีความรู้ความสามารถก็ควรแต่งตั้งไปตามนั้น ไม่ใช่แต่งตั้งคนที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับการเลือกตั้งของตัวเอง

สำหรับการวิเคราะห์ที่ว่านายกฯ จะรอดจากศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ก็อยู่ยากเหมือนเดิม นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า แน่นอนที่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ตนดูสถานการณ์ในการพิจารณางบประมาณปี 2569 ที่ผ่านมาแล้ว เห็นว่ารัฐบาลเหนื่อยในการที่จะตรึงคนให้ได้ เช่น บางช่วงบางตอนก็เกือบไปเหมือนกัน เราอาจจะมีลุกขึ้นพูดบ้างแต่ก็อยู่เป็นองค์ประชุม เพราะรู้ว่างบประมาณหากติดขัดอะไรจะเสียหายเป็นเรื่องใหญ่

“ซึ่งต่อไปนี้ในทุกเรื่อง มองว่ารัฐบาลจะเหนื่อยมากๆ จะกลายเป็นการลากยาวโดยเสียงปริ่มน้ำ รัฐบาลแทบจะไม่เสนอกฎหมายของ ครม. เข้าสภาเลย เพราะจะต้องลุ้นกันตลอดทุกเวลาว่าจะผ่านหรือไม่ จะกลายเป็นรัฐบาลที่ไม่สามารถผลักดันอะไรผ่านสภาได้เลย” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...