โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยประท้วง ระเบิด ‘KK ปาร์ค’ ฝั่งเมียวดี สะเก็ดข้ามแดนตกบ้านเรือน 4 จุด

The Bangkok Insight

อัพเดต 27 ต.ค. 2568 เวลา 10.23 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2568 เวลา 10.23 น. • The Bangkok Insight

ไทยประท้วง ระเบิด "KK ปาร์ค" ฝั่งเมียวดี สะเก็ดข้ามแดนตกบ้านเรือน 4 จุด สร้างความเสียหายบ้านเรือน

กรณี เหตุระเบิดขึ้นใน KK ปาร์ค แหล่งอาชญากรรมริมแม่น้ำเมย จ.เมียวดี ชายแดนไทย-เมียนมา ตรงข้ามบ้านแม่กุท่าซุง อ.แม่สอด จ.ตาก โดยหลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกองกำลังกะเหรี่ยง BGF(Karen Border Guard Force) กับกองทัพเมียนม่า เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีการปราบปรามสแกมเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามแรงระเบิดได้ทำให้สะเก็ดเหล็กและปูนลอยข้ามไปยังบ้านเรือนฝั่งไทย 4 จุด ซึ่งบ้านเรือนของคนไทย

KK ปาร์ค

รายงานข่าวแจ้งว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับฝั่งไทย ทำให้ คณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมาส่วนท้องถิ่น (Township Border Committee: TBC) แม่สอด-เมียวดี ได้หนังสือประท้วงไปยังทหารเมียนม่า โดยก่อนหน้านี้ ก็ได้ทำหนังสือประท้วงไปแล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากการระเบิดภายใน KK ปาร์คได้สร้างความเสียหายให้กับฝ่ายไทย

ขณะที่ศูนย์สั่งการชายแดน ไทย - เมียนมา จังหวัดตาก ได้ออกแถลงการณ์สถานการณ์ชายแดน โดยเนื้อหาบางส่วนระบุว่า เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ทหารเมียนมา กับ กองกำลังชนกลุ่มน้อย (BGF) ได้ทำการระเบิดทำลายอาคารภายในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษจีน KK Park บ้านเองจีเหมี่ยง อำเภอเมียวดี จังหวัดเมียวดี ด้านตรงข้าม บ้านแม่กุใหม่ท่าซุง ตำบลแม่กุอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ห่างจากแนวชายแดน ประมาณ 500 เมตร จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้พื้นที่ฝั่งไทยได้รับผลกระทบบางส่วน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ศูนย์สังการชายแดนฯระบุว่า กองกำลังนเรศวร ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อม ในการรองรับสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบ ต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย ขณะที่หน่วยเฉพาะกิจราชมนู ติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดน และลาดตระเวนเฝ้าตรวจ ตามแนวชายแดน จัดกำลังพลชุดเคลื่อนที่เร็ว พร้อมอาวุธยิงสนับสนุนเข้าที่ตั้งยิงตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทยในพื้นที่ และทำหนังสือประท้วงผ่านคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย -เมียนมา (TBC) ให้ระมัดระวังการปฏิบัติ การทำลายภายในอาคารสำนักงาน และวัสดุอุปกรณ์ภายในพื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษจีน KK Park เพื่อไม่ให้กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของ

ศูนย์สั่งการชายแดนฯระบุว่า กองทัพอากาศ เฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมขึ้นบินลาดตระเวนรบ หากมีอากาศยานรุกล้ำน่านฟ้าไทย และในการเดินทางลงพื้นที่ชายแดนของ พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 และ พล.ต.ท.กิตติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค6 และนายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผวจ.ตาก รักษาการผวจ.ตาก ได้เดินทางไปที่หน่วยเฉพาะกิจราชมนู เพื่อร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก รวมทั้งหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง จากนั้นคณะเดินทางไปยังจุดตรวจบ้านห้วยหินฝน ถนนสายตาก แม่สอด ตำบลแม่ปะ โดยได้พบกับเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เพื่อคุยกันถึงปัญหาการค้ามนุษย์ และขอความร่วมจากทางประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นเหยื่อมากกว่าชาติอื่นๆ ให้ป้องกันไม่ประชาชนอินหลังเชื่อไปที่ฝั่งเมียนมาด้วย

พล.ท.วรเทพ บุญญะ แ ม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ได้มาพูดคุยกับส่วนที่เกี่ยวข้อง ภาคีเครือข่ายทุกฝ่าย ร่วมกันปฎิบัติผ่านศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก โดยมีผวจ.ตาก ซึ่งมีการสกัดกั้นคนเข้าทางบก ทางอากาศ ณ ท่าอากาศยาน ทางเดินเท้า และสกัดกั้นคนต่างชาติที่มาจาก 5 อำเภอชายแดน โดยยังยึดติดกับมาตรการ 3 ตัดเหมือนเดิม และมีบุคคลต่างชาติ 28 สัญญาติรวมสัญชาติไทยด้วย จำนวน 1,280 คน

“หากฝ่ายเมียนมายังคงปราบปรามกวาดล้าง คาดว่ายังมีการข้ามมาฝั่งประเทศไทยอีก ถ้าหนีมาจำนวนมาก ทางจังหวัดตากได้เตรียมแผนรองรับไวแล้วโดยมีพื้นที่พักคอยรองรับไว้ 2 แห่ง และยังจะต้องไปหารือกับหน่วยเหนือในเรื่องงบประมาณในการดูแล ทางทหารมีการประสานกับทางคณะกรรมการชายแดนไทย เมียนมาส่วนท้องถิ่น (อาร์บีซี.)แม่สอด เมียวดีอยู่ หากอันไหนไม่ถูกต้องก็จะทำหนังสือประท้วงไป สำหรับระเบิดที่เกิดขึ้นในฝั่งเมียนมา 3 วันนั้น เป็นการทำลายของฝั่งเมียนมาเอง และห่างจากชายแดน0.5 กิโลเมตร ไม่ได้มีการใช้โดรนทิ้งระเบิดเป็นการวางระเบิดทำลายเท่านั้น” แม่ทัพภาค 3 กล่าว

ขอบคุณข้อมูล ภาพ : AEC อาเซียน News

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...