แพทย์เผย 3 สัญญาณในช่องปาก เสี่ยงมะเร็งตับอ่อนเพิ่มกว่า 3 เท่า แนะวิธีป้องกัน
แพทย์เผยผลวิจัย 3 สัญญาณในช่องปาก ลิ้นมีฝ้า-กลิ่นปาก เสี่ยงมะเร็งตับอ่อนเพิ่มกว่า 3 เท่า แนะนำวิธีป้องกัน
มะเร็งตับอ่อนเป็นหนึ่งในโรคที่ได้รับฉายาว่า “ราชาแห่งมะเร็ง” เพราะมีความรุนแรงและตรวจพบได้ยากในระยะแรก ล่าสุดนายแพทย์จาง เจียหมิง หัวหน้าภาควิชาพันธุศาสตร์และเวชพันธุกรรม โรงพยาบาลไทเปวีเอ (Taipei Veterans General Hospital) เปิดเผยว่า ผลการศึกษาจากต่างประเทศพบว่า หากในช่องปากมี “เชื้อแบคทีเรียชนิดร้ายแรง” มากขึ้น
คะแนนความเสี่ยงด้านจุลชีพ (Microbial Risk Score) ก็จะสูงขึ้นตาม และผู้ที่มีคะแนนสูงมีโอกาสเป็นมะเร็งตับอ่อนมากกว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่า “เมื่อผมเห็นผลการวิจัยนี้ ผมตกใจมาก และเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยในคลินิกอย่างเป็นระบบมากขึ้น” แพทย์จางกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก
แพทย์เล่าว่า ผู้ป่วยหลายรายมักถามว่า “หมอครับ ตอนเช้าตื่นมามีกลิ่นปาก ลิ้นเป็นฝ้าหนา เหงือกเลือดออกง่าย แบบนี้ปกติไหม” ซึ่งในอดีตคนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยหรือแค่โรคเหงือกอักเสบ แต่จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารJAMA Oncology ปี 2025 พบว่า การเปลี่ยนแปลงของจุลชีพในช่องปากมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความเสี่ยงของมะเร็งตับอ่อน
มะเร็งตับอ่อนเป็นมะเร็งที่มีอัตราการรอดชีวิตต่ำที่สุดชนิดหนึ่ง โดยมีอัตราการรอดชีวิต 5 ปีเพียง 13% และตรวจพบได้ยากในระยะแรก แม้จะทราบปัจจัยเสี่ยงอย่างการสูบบุหรี่ เบาหวาน หรือภาวะตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง แต่ทั้งหมดอธิบายได้ไม่ถึง 30% ของผู้ป่วยทั้งหมด งานวิจัยนี้ซึ่งเก็บตัวอย่างช่องปากจากผู้เข้าร่วมกว่า 120,000 คน เป็นการเปิดเผยเบาะแสสำคัญ — “เชื้อโรคในช่องปาก”
การศึกษาในผู้ป่วยกว่า 800 คนที่ติดตามต่อเนื่องเกือบ 9 ปี พบว่า แบคทีเรียก่อโรคเหงือก เช่น Porphyromonas gingivalis, Eubacterium nodatum และ Parvimonas micra มีความสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงมะเร็งตับอ่อนอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังพบว่า เชื้อราในช่องปาก โดยเฉพาะกลุ่ม Candida เช่น Candida tropicalis ก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เพราะเชื้อเหล่านี้ทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบเรื้อรัง ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของเซลล์ตับอ่อน จนกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดและกระจายของเซลล์มะเร็ง
แพทย์จางอธิบายว่า แบคทีเรียร้ายในช่องปากไม่เพียงอยู่เฉพาะบริเวณเหงือก แต่ยังสามารถเข้าสู่กระแสเลือดหรือระบบน้ำเหลือง เคลื่อนตัวไปถึงตับอ่อนและกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำให้เกิด “เส้นทางของเชื้อโรคจากช่องปากสู่ตับอ่อน” ที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยตระหนักมาก่อน
งานวิจัยดังกล่าวยังได้พัฒนาคะแนนความเสี่ยงจากจุลชีพ (Microbial Risk Score) เพื่อใช้ประเมินระดับเชื้อร้ายในช่องปาก โดยพบว่า หากคะแนนนี้ยิ่งสูง ความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับอ่อนจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า ซึ่งทำให้แพทย์จางถึงกับกล่าวว่า “ผมรู้สึกตกใจมาก และเริ่มให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยทุกคนมากขึ้น”
แพทย์จางยังแนะนำให้ประชาชนปรับพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคร้าย โดยเน้น 4 ข้อสำคัญคือ
1. อย่ามองข้ามอาการเหงือกเลือดออกและกลิ่นปาก โดยโรคเหงือกไม่ใช่เพียงปัญหาทางช่องปากทั่วไป แต่เป็นสัญญาณของการอักเสบเรื้อรัง หากมีอาการเลือดออกขณะแปรงฟัน มีกลิ่นปาก หรือมีฝ้าขาวหนาบนลิ้น แสดงว่าอาจมีเชื้อร้ายในช่องปาก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกาย
2. 3พฤติกรรมที่ทำให้เชื้อร้ายเพิ่มขึ้น: น้ำตาล บุหรี่ และนอนดึก น้ำตาลคือต้นเหตุสำคัญที่ช่วยให้แบคทีเรียเติบโต บุหรี่ทำลายเยื่อบุช่องปาก ส่วนการนอนดึกทำให้ปากแห้งและน้ำลายลดลง ซึ่งเป็นเกราะป้องกันธรรมชาติของร่างกาย การลดพฤติกรรมเหล่านี้ช่วยให้ช่องปากสะอาดขึ้นและสุขภาพทางเดินอาหารดีขึ้น
3.เสริม “เชื้อดี” ด้วยอาหารธรรมชาติ โดยอาหารที่มีสารโพลีฟีนอลและโพรไบโอติกส์ เช่น ชาเขียว แครนเบอร์รี โยเกิร์ต และกิมจิ ช่วยปรับสมดุลจุลชีพในช่องปากและลำไส้ให้แข็งแรงขึ้น
4.พบทันตแพทย์และขูดหินปูนทุก 6 เดือน โดยการไปหาหมอฟันเฉพาะเวลาปวดอาจช้าเกินไป เพราะเชื้อโรคอาจลุกลามถึงเนื้อเยื่อเหงือกแล้ว ควรตรวจและทำความสะอาดฟันทุกครึ่งปี โดยเฉพาะผู้ที่มีเบาหวานหรือประวัติโรคตับอ่อนในครอบครัว
แพทย์จางกล่าวทิ้งท้ายว่า “การป้องกันดีกว่าการรักษา และจุดเริ่มต้นของการป้องกันอยู่ที่ ‘ปากของเรา’ เพราะเมื่อช่องปากมีสัญญาณผิดปกติ นั่นอาจเป็นเสียงเตือนจากร่างกายว่าเกิดการอักเสบภายใน และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของมะเร็งตับอ่อน”
เขาเตือนว่า แบคทีเรียในช่องปากไม่ใช่แค่สาเหตุของกลิ่นปากเท่านั้น แต่อาจเป็นตัวแบ่งเส้นระหว่างสุขภาพกับโรคร้าย “สิ่งที่เราทำได้ไม่ยากเลย แปรงฟันเพิ่มอีกครั้ง ดื่มชาเขียวแทนน้ำหวาน พักผ่อนให้เพียงพอ นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงสุขภาพที่แท้จริง”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์เผย 3 สัญญาณในช่องปาก เสี่ยงมะเร็งตับอ่อนเพิ่มกว่า 3 เท่า แนะวิธีป้องกัน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th