โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สว.กมล จี้ตัดงบเรียน “เขมร” ชี้ไทยแบกหนักปีละ 800 ล้าน

อีจัน

อัพเดต 14 ส.ค. 2568 เวลา 12.52 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 05.47 น. • อีจัน

จากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จนเกิดบานปลายและสร้างความสูญเสียทั้งทรัพย์สินและชีวิตของผู้บริสุทธิ์ เกิดขึ้นเพียงเพราะ “การตัดสินใจด้วยอารมณ์ของผู้คนบางกลุ่ม” ซึ่งล่าสุด อาจส่งผลกระทบต่อประโยชน์ของนักเรียนกัมพูชา ที่ได้รับโอกาสในประเทศไทย แล้ว

(13 ส.ค. 68) นายกมล รอดคล้าย สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา ตั้งโต๊ะแถลงเรียกร้องรัฐบาล ให้พิจารณาปรับลดหรือชะลอโครงการช่วยเหลือด้านการศึกษาที่ไทยมอบให้กัมพูชา

นายกมล กล่าวว่า เหตุผลในการแถลงวันนี้ เป็นผลเนื่องมาจากสถานการณ์ความรุนแรงชายแดนที่กระทบความสัมพันธ์ อีกทั้งไทย ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายดูแลเด็กต่างด้าวกว่า 108,000 คน ปีละราว 837 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเด็กไทย นอกจากนี้หลายประเทศในยุโรป–อเมริกา ได้พัฒนาขึ้น พร้อมปรับให้สิทธิด้านการศึกษากับเด็กที่เข้าเมืองถูกกฎหมายเท่านั้น

นายกมล กล่าวว่า เด็กกัมพูชาคือกลุ่มใหญ่ที่ได้รับประโยชน์ แต่เมื่อความสัมพันธ์ไม่เป็นมิตร ประเทศไทยควรลดความช่วยเหลือแก่เด็กที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมถึงตัดบางโครงการด้านการศึกษา สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐานกับกัมพูชา พร้อมย้ำว่า การกระทำเช่นนี้ไม่ถือเป็นการขัดหลักสิทธิมนุษยชน เพราะยังดูแลผู้ที่เข้าเมืองถูกกฎหมายตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

“เด็กกัมพูชากลับบ้านยังมีโอกาสร้องไห้เสียใจ แต่เด็กไทยที่ตายจากเหตุระเบิด ไม่มีโอกาสเจอพ่อแม่อีก” นายกมล กล่าว

นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงข้อกังวลเรื่องสิทธิมนุษยชนนายกมล กล่าวว่า ตรวจสอบตามหลักกฎหมายแล้วไม่ผิด เพราะประเทศพัฒนาแล้วก็ดูแลเฉพาะเด็กที่เข้าเมืองถูกกฎหมาย และหากกัมพูชาเปลี่ยนท่าที ไทยก็พร้อมพิจารณาฟื้นความช่วยเหลืออีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...