โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดีอี จับมือแพลตฟอร์มออนไลน์ ปราบ‘ข่าวปลอม-ไอโอ’ สกัดเฟกนิวส์เรื่องชายแดน

Khaosod

อัพเดต 07 ส.ค. 2568 เวลา 06.24 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 03.59 น.
ดีอี จับมือแพลตฟอร์มออนไลน์ ปราบ‘ข่าวปลอม-ไอโอ’ สกัดเฟกนิวส์เรื่องชายแดน

ประเสริฐ จับมือแพลตฟอร์มออนไลน์ ปราบ‘ข่าวปลอม-ไอโอ’ เน้นสกัดเฟกนิวส์เรื่องชายแดน กำหนด KPI 3 ชั่วโมง ต้องตรวจสอบจริง-เท็จได้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ส.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและวิเคราะห์ข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อป้องกันข่าวปลอมว่า ที่ประชุมได้นำเสนอถึงการพูดคุยกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่มีการหารือกันเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ในการขอความร่วมมือป้องกันและปราบปรามข่าวปลอม รวมถึงบัญชีผู้ใช้ที่เป็นไอโอ

โดยทางแพลตฟอร์ม ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และมีข้อสรุปดังนี้ 1.ให้ความสำคัญกับข่าวที่มีความเกี่ยวข้องกับความไม่สงบในชายแดนเป็นหลัก 2.การใช้เทคโนโลยีเอไอในการตรวจจับข่าวปลอม และการปิดกั้นข่าวปลอมทุกช่องทาง

3.การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตามมาตรการการจัดการข่าวปลอม 4.หากพบว่ามีการดำเนินการด้านไอโอหรือด้านจิตวิทยา ขอให้ส่ง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เพื่อให้แจ้งแพลตฟอร์มออนไลน์ระงับการเผยแพร่ 5.การยกระดับการยืนยันตัวตนบนสื่อออนไลน์ โดยผู้ที่จะลงโฆษณาต้องเป็นบริษัทที่มีการยืนยันตัวตน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการไปบางส่วนแล้ว

นายประเสริฐ กล่าวว่า ที่ประชุมยังหารือถึงขั้นตอนการปราบปรามข่าวปลอม เมื่อรับทราบและตรวจสอบข่าวปลอม จะเป็นขั้นตอนกระจายข้อเท็จจริงไปยังประชาชน โดยกรมประชาสัมพันธ์และกระทรวงดีอีจะทำงานกันอย่างใกล้ชิด และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

โดยกำหนด KPI ว่าภายใน 3 ชั่วโมงต้องวิเคราะห์ได้ และแจ้งกลับไปว่า เป็นข่าวปลอมหรือเป็นข้อเท็จจริง และหลังจากวันนี้เป็นต้นไปหากประชาชนพบข่าวปลอม สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่เว็บไซต์ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) ได้ทันที รัฐบาลจะตรวจสอบให้

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุด ให้ไปหารือและดูรายละเอียดในการดำเนินคดีกับผู้ที่ดำเนินการเรื่องข่าวปลอม และขอบอกไปยังสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ไม่หวังดีว่า รัฐบาลเอาจริง อยากให้โพสต์ข้อความต่างๆ ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวที่บิดเบือน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ที่ประชุมยังมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงผู้ให้บริการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำไอโอ และดำเนินการตามมาตรการที่เหมาะสม รวมถึงรายงานผลการดำเนินให้ที่ประชุมทราบต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าการปราบข่าวปลอมดังกล่าว รวมถึงข่าวปลอมจากประเทศเพื่อนบ้านด้วยหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า รวมด้วย โดยขั้นตอนปฏิบัติจะมีอยู่ 3 ขั้นตอน เมื่อได้รับข้อมูลจะมีการตรวจสอบ หากพบว่าเป็นข่าวปลอมจะรีบกระจายผลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง แม้จะเป็นข่าวที่ถูกต้องก็ต้องบอก และจะจัดทำเป็นฉบับภาษาอังกฤษด้วย โดยใช้ช่องทางผ่านกรมประชาสัมพันธ์และสื่อต่างประเทศ

เมื่อถามว่าได้เก็บสถิติข่าวปลอมจากประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ในช่วงนี้มีสูง เพราะข่าวปลอมขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ปี 62 จนถึงปัจจุบัน พบว่าข่าวทั้งหมดที่ต้องสงสัยและต้องตรวจสอบมีอยู่ 1.1 พันล้านข่าว แต่ด้วยเทคโนโลยีที่เรามี วันนี้เราตรวจจับได้มากขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดีอี จับมือแพลตฟอร์มออนไลน์ ปราบ‘ข่าวปลอม-ไอโอ’ สกัดเฟกนิวส์เรื่องชายแดน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...