โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กรมทางหลวงชนบท แนะนำเส้นทางเลี่ยงน้ำท่วม 7 เส้นทาง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สวพ.FM91

อัพเดต 06 ต.ค. 2568 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2568 เวลา 08.30 น.

กรมทางหลวงชนบท แนะนำเส้นทางเลี่ยงน้ำท่วม 7 เส้นทาง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

นายพิชิต หุ่นศิริ รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ขณะนี้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวเดินทางด้วยความระมัดระวังและโปรดสังเกตป้ายเตือนเพื่อความสะดวกปลอดภัยในการเดินทาง สำหรับโครงข่ายของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ยังคงเน้นย้ำหน่วยงานในพื้นที่ให้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน และติดตั้งป้ายเตือน ป้ายทางเลี่ยง ปักเสาขาวแดงเพื่อบอกแนวเขตทางบนโครงข่ายทางหลวงชนบทในช่วงที่เกิดเหตุอุทกภัย รวมถึงติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ยังได้ให้ความสำคัญในการประสานกับหน่วยงานของจังหวัดในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที เมื่อได้รับการร้องขอ รวมถึงการบริหารจัดการเส้นทาง กรณีถนน/สะพานขาด ให้เร่งดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้น และกรณีต้นไม้หักโค่น ปิดทับ/กีดขวางเส้นทาง ให้รีบนำเครื่องมือเครื่องจักรเข้าดำเนินการทันที ตลอดจนการแนะนำเส้นทางเลี่ยงในเบื้องต้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างเร่งด่วนต่อไป
ซึ่งขณะนี้มีทางเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วม จำนวน 7 สายทาง ประกอบด้วย

1. ถนนทางหลวงชนบทสาย รอ.4007 แยก ทล.2259 (กม.ที่ 19+400) - บ้านสว่าง อ.เสลภูมิ, โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งหากต้องการเดินผ่านบริเวณน้ำท่วมให้ผู้ใช้ทางเลี้ยวบริเวณบ้านโคกกกม่วงพัฒนา (ถนนทางหลวงชนบทสาย รอ.4007 กม.ที่ 14+500) ขับบนถนน อบจ. ไปยังบ้านคำอุปราช และเข้ายังตำบลสว่าง ระยะทาง 7.200 กิโลเมตร จะสามารถเดินทางกลับมายังถนนทางหลวงชนบทสาย รอ.4007 (กม.ที่ 22+000)

2. ถนนทางหลวงชนบทสาย นว.3119 แยก ทล.225 (กม.ที่ 7+100) - ชุมชนเกาะยม กม.ที่ 0+500 - 2+700 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ซึ่งหากต้องการเดินทางจาก กม.ที่ 0+000 ของถนนสายดังกล่าว และต้องการข้ามผ่านบริเวณน้ำท่วม ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางย้อนกลับไปยัง ทล.225 มุ่งหน้าเข้าถนนท้องถิ่น (แยก ทล. กม.ที่ 6+000) ระยะทาง 1.300 กิโลเมตร จะสามารถเดินทางกลับมายังถนนทางหลวงชนบทสาย นว.3119 กม.ที่ 4+873 (ปลายสาย) และหลีกเลี่ยงบริเวณน้ำท่วมได้

3. ถนนทางหลวงชนบทสาย นว.3102 แยก ทล.117 (กม.ที่ 16+150) - บ้านเนิน อ.เก้าเลี้ยว, ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ซึ่งหากต้องการเดินทางจาก กม.ที่ 0+000 ของถนนสายดังกล่าว และต้องการข้ามผ่านบริเวณน้ำท่วม ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางย้อนกลับไปยัง ทล.117 มุ่งหน้าเข้าถนนทางหลวงชนบทสาย นว.3009 กม.ที่ 0+000 เดินทางจนถึง กม.ที่ 9+800 จากนั้นให้ใช้แยกเข้าถนนท้องถิ่น ระยะทาง 7.500 กิโลเมตร จะสามารถเดินกลับมายังถนนทางหลวงชนบทสาย นว.3102 และหลีกเลี่ยงบริเวณน้ำท่วมได้

4. ถนนทางหลวงชนบทสาย พจ.4011 แยก ทล.1289 (กม.ที่ 10+900) - บ้านทุ่งอ่างทอง อ.โพทะเล จ.พิจิตร ซึ่งหากต้องการเดินทางไป อำเภอโพทะเล วิ่งบน ทล.1289 ไปอีก 5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงชนบทสาย พจ.4042 แยก ทล.1289 บ้านท้ายน้ำ หากต้องการข้ามผ่านบริเวณน้ำท่วม ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางย้อนมุ่งหน้าเข้าถนนทางหลวงชนบทสาย พจ.4011 เดินทางไปอำเภอโพทะเล และหลีกเลี่ยงบริเวณน้ำท่วมได้

5. ถนนทางหลวงชนบทสาย พจ.5022 เชื่อมถนนเทศบาลตำบลโพทะเล - บ้านบางพล้อ อ.โพทะเล จ.พิจิตร ผู้ใช้รถสามารถขับเข้าถนนทางหลวงชนบทสาย พจ.5044 เชื่อมถนนเทศบาลตำบลโพทะเล - บ้านหนองขอนได้ ประมาณ ช่วงกม.ที่ 0+000 - กม.ที่ 24+000 จากนั้นเลี้ยวซ้าย เข้าช่วงปลายสายของถนนทางหลวงชนบทสาย พจ.5022 ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงบริเวณน้ำท่วม

6. ถนนทางหลวงชนบทสาย พจ.4021 แยก ทล.1289 (กม.ที่ 10+060) - บ้านไผ่ท่าโพใต้ อ.บึงนาราง, โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ซึ่งหากต้องการเดินทางไป อำเภอโพธิ์ประทับช้างได้ หรือไปโรงเรียน สามารถใช้ถนนทางหลวงชนบทสาย พจ.4021 ไปอีก 6.100 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนทางหลวงชนบทสาย พจ.021 สะพานชุมชน ประดาทอง แยกเข้าถนน อบต. จนไปเจอกับ ทล.1070 แล้วเลี้ยวซ้าย มาเจอปลายทางของสายดังกล่าว สามารถหลีกเลี่ยงบริเวณน้ำท่วมได้

7. ถนนทางหลวงชนบทสาย อย.4055 แยก ทล.3267 (กม.ที่ 10+265) – บ้านตาลเอน อ.มหาราช, บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งหากต้องการเดินทางจาก กม.ที่ 0+000 ไปยัง กม.ที่ 8+150 บนถนนสายดังกล่าว และต้องการข้ามผ่านบริเวณน้ำท่วม ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางโดยใช้ ทล.3267 ไปยังสี่แยกเจ้าปลุก ทล.3267 ตัด ทล.347 แล้วเลี้ยวซ้ายเดินทางบน ทล.347 ประมาณ 3.500 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบทสาย อย.3052 แล้วขับตรงไป ระยะทาง 4.500 กิโลเมตร ก็จะสามารถเดินทางกลับมายังถนนทางหลวงชนบทสาย อย.4055 และหลีกเลี่ยงบริเวณน้ำท่วมได้

ทั้งนี้ ทช.จะติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง และจะรายงานให้ประชาชนได้รับทราบเป็นระยะ โดยสามารถแจ้งเหตุอุทกภัยได้ที่แขวงทางหลวงชนบททั่วประเทศ หรือติดต่อสายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...