แจ๊ส ลั่นทำงานก็เหนื่อยแล้ว ไม่ว่างเอาใจใคร ชี้ดราม่า เจแปน ทุกคนต้องแก้ปัญหาเอง
แจ๊ส ลั่นทำงานก็เหนื่อยแล้ว ไม่ว่างเอาใจใคร ชี้ดราม่า เจแปน ทุกคนต้องแก้ปัญหาเอง
หลังจากที่กลายเป็นกระแสร้อนในโลกออนไลน์กับข่าวคราวของ เจแปน J-Sad ลูกชายของ แจ๊ส สปุ๊กนิก ปมแรพดิสกันจนท้าทายกันผ่านโซเชียล โดยล่าสุด แจ๊ส สปุ๊กนิก และ แจง-ปุณณาสา พรหมยศ พาบุกรังสิตเปิดร้าน “JSPKK Store” สาขา 2 ที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ฝั่ง Zpell ชั้น 1 ก่อนที่ แจ๊ส จะพูดถึงกรณีดราม่าของลูกชายว่า
ขอถามเรื่องลูกหน่อย หลังจากเป็นข่าวขึ้นมา?
“จริงๆ แล้วมันเป็นช่วงวัยของเขา ก็ต้องมีอะไรที่ต้องสอนกัน แล้วเขาก็มีคำพูดอะไรของเขากลับมาในวัยของเขาอยู่ละ เราก็พยายามจะบอกนะ แต่มันคือตัวของเขาอ่ะ ก็ผิดชอบชั่วดีอ่ะเขาจะรู้เอง อันนี้ไม่ได้ใช้คำว่าเขาผิดหรือเขาถูกนะ แต่สุดท้ายแล้วเกิดมาเป็นมนุษย์ กว่าจะเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ หรือเขาจะเป็นผู้ใหญ่แล้วแหละ แต่สมองและสติของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แม้กระทั่งเราเป็นพ่อเป็นแม่อ่ะ สอนก็อาจจะไม่ได้ตรงจริตเขา ใครสอนได้เราก็สอน ใครฟังก็ฟัง ไม่ฟังก็ตามใจ แค่นั้นเอง อันนี้ไม่ได้ผลักภาระนะว่าจะมากระทบผม ไม่ใช่ คือขอให้รู้ตรงนี้ว่าเขาก็โตแล้ว ผิดชอบชั่วดีให้มันเกิดขึ้นกับตัวเขาเอง ตัวผมก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน
มีคนหลายคนถามผมนะ แต่ผมก็พยายาม ผมจะเป็นคนเงียบเรื่องครอบครัว เรื่องลูกมากๆ เลย บางทีไม่ลงไอจีลูกคนนี้ บางทีลงแล้วไม่แท็ก ให้รู้ว่าลูกอยู่ไหน ผมไม่อยากให้เขาเจออะไรที่ บางทีมันจะมีนะ รู้ว่าเป็นลูกแจ๊ส มันอาจจะมีผลดีและอาจจะไม่มีผลดีที่เขาจะไปเจอใครมาหลอก ผมก็มีบางเรื่องที่ไม่อยากจะบอก ถึงเขาจะไปทำเรื่องเสียหายอะไรก็เขาต้องรู้เอง ผมอาจจะไม่ได้เป็นพ่อที่ที่ผ่านมาสตอรี่ชีวิตเรามันมีอะไรที่ผ่านมา จนวันนี้ดูแลทุกคนทั้งหมด ก็พูดกับแจงตลอด จะดูเป็นคนไม่ดีก็ได้นะ ทุกวันนี้ผมแค่จะหาเงินจุนเจือพวกคุณให้เต็มที่ที่สุด ผมจะรับผิดชอบงานของผมให้ดีที่สุด แต่ผมไม่มีเวลามาดูแลหัวจิตหัวใจใครมากขนาดนั้นแล้วนะ ทุกคนเลย แม่-ลูกหรือใคร ผมเชื่อว่าคนบางคนไม่รู้นะว่าคนที่มันทำงานคนเดียวมันเคว้งคว้างแล้วมันหลงทิศหลงทางขนาดไหน มันต้องเอาเงินมาคาบทุกอย่างมาให้คนในบ้าน แต่หนึ่งครอบครัวมันก็จะมีอะไรเยอะแยะมากมาย ผมเชื่อว่าทุกคนก็รู้ พอมันมีใครมีตังค์คนนึงเนี่ยนะ พวกคนที่มันรออ่ะ มันมีคนที่อยากเท่าเทียม สองคนที่อยากเหนือกว่า มันจะมีอย่างนี้ ยิ่งมากคนก็มากความ ผมก็บอกแจงว่าตอนนี้ผมก็จะทำแค่หน้าที่ ใครน้อยใจอะไรครอบครัวไม่ว่าแม่หรือใคร ผมจะเงียบแล้วผมก็จะไม่พูดจะอธิบายบ้างนิดๆ หน่อยๆ เราไม่รู้ว่าเราจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมขอเรื่องนี้ผมจะไม่ยุ่งกับใครในครอบครัว มีแค่เงินให้ ความอบอุ่นถ้าอยากมามาหากูที่บ้าน แม่ก็มาหานะ ใครอยากมามาที่บ้าน เพราะทุกวันนี้ก็เหนื่อยมากพอแล้ว แจงเขาก็อยู่หลังบ้าน เขาอาจจะไม่ได้มายุ่ง เขาก็เหนื่อยมากพอแล้วจะไปเอาใจใครทุกคน
แล้วก็อย่ามองผมเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ ผมรับผิดชอบครอบครัวตั้งแต่ ไม่ได้คุยโชว์อะไรนะ ตั้งแต่ผมเดินด้วยขาตัวเองได้ ผมอาจจะไม่มีความอบอุ่นให้ แต่สิ่งที่มีให้คือผมทำงานและดูแลทุกคน มันมีนะ มันมีความน้อยใจกันหมดแหละ นู่นนี่นั่น ทุกคนโหยหาตัวเราหมด อยากได้จากเราหมด แต่ถ้าใครทอนให้มาก็ขอบคุณ ใครไม่ทอนก็ไม่เป็นไร ยังไงคุณก็อยู่ในครอบครัวของผมอยู่ดี ผมไม่ไหวผมก็ปล่อย ใครไหวก็อยู่แค่นั้นเอง มันง่าย จะพูดว่าเห็นแก่ตัวก็ได้นะ แต่ตอนนี้ผมเอาตัวเองก่อน”
ได้คุยกับลูกบ้างไหม?
“ก็บอกแหละ แต่เขาคงไม่อยากให้เรายุ่ง อันนี้พูดจากใจจริงๆ นะ ไม่ได้มาพูดดิสเครดิตอะไรเขานะ เพราะว่าโตแล้ว เขามีเมีย เขาเริ่มจะมีลูกแล้ว แล้วผมกับเขาทะเลาะกันบ่อยเพราะว่าเราอยากให้เขาเป็นในสิ่งที่เราวาง อันนี้ไม่ได้ว่าเขานะ เขาก็ไม่ได้ผิด ผมอาจจะผิดก็ได้ที่ผมวาดเขาไว้ แต่ถ้าเขาเลือกทางเดินของเขาแล้ว ก็ต้องปล่อยให้เขาเดิน ผมก็เคยสนับสนุนอะไรที่เราอยากสนับสนุน แต่ถ้ามันผิดในสายตาเขาว่า ทำไมไม่สนับสนุนเขาเลย เราอาจจะคิดว่ามันยังไม่เหมาะสมแต่เราอาจจะผิดในสายตาเขาก็แล้วแต่ หรือสังคมจะมองเราผิด ไม่รู้ แต่คำว่าลูกของผมไม่ได้แขวนไว้ในหัวผมตลอดนะว่ายังไงก็ลูก ผมไม่ได้เป็นคนอย่างนี้ แจงก็รู้ ต่อให้เป็นลูก วันหนึ่งถ้าไม่ชอบแล้วแล้วมาขอโทษก็แค่นั้น ก็จบ มันมีแค่สถานะ แต่ว่าสุดท้ายก็ต้องใช้ชีวิตของเขา คนบางคนคิดว่าการที่ลูกที่ออกมาจากท้องเรา เราเป็นพ่อเขา สำหรับผมนะ แค่เราเกิดมาร่วมกัน แล้วใช้ชีวิตร่วมกัน มันไม่ได้มีอะไรผูกพันกันหรอก ใครจะว่าผมว่าผมคิดอย่างนี้ก็แล้วแต่ ถ้าเขาอยากอยู่กับเราก็อยู่ ถ้าไม่อยากอยู่ก็ไม่อยู่ ไม่ต้องมาตามง้ออะไรกันมากมายความรู้สึกของผมนะ”
เหมือนในใจแจ๊สเหมือนมีอะไรเป็นหมื่นล้านคำ?
“ผมบอกว่าเยอะกว่าที่คุณคิด เยอะกว่าที่จะมานั่งพูด ผมพูดได้ แต่ผมแค่มันยากถ้าจะพูด ผมไม่ได้ดีที่สุดหรอก ครอบครัวผมก็มีปัญหาเหมือนครอบครัวอื่น ก็ค่อยๆ แก้กันไป เขาโตแล้ว ผิดชอบชั่วดีก็อยู่ที่เขาแล้ว เขาไม่อยากให้เรายุ่งก็ไม่เป็นไร ใครชื่นชอบเขาก็ฝากสนับสนุน อันไหนไม่ดีก็ติเตียน ในโซเชียลผมก็ยังโดนด่า เมียผมก็ยังโดนด่า เขาก็ต้องโดนด่า ทุกคนต้องโดนด่า ก็ไปต่อให้ได้ ถ้าผมผิดในสายตาเขาผมก็ขอโทษ แต่ผมหวังดี ผมไม่ได้หวังร้าย ให้เขามีชีวิตที่เจริญเติบโต สิ่งที่พ่อแม่อยากเห็นคืออยู่บนโลกใบนี้ให้ได้ อยู่กับคนอื่นนอกบ้านให้ได้ จะพูดเสมอว่าไปเก่งข้างนอก อย่ามาเก่งกับคนในบ้าน จะบอกลูกทุกคนตลอด เพราะมันมีความละเอียดอ่อน ผมก็ฝากเขาไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกท่านด้วย สิ่งไหนที่ไม่ดีก็ทักติติงกันไป”
แจ๊สเสียใจมั้ยหลังจากมีข่าวคนก็คอมเมนต์ ทั้งที่เบื้องหลังเราก็ดูแลทั้งเรื่องการเงินและอนาคตของเขาแต่หลายคนไม่รู้เรื่องนี้?
“ตอนนี้ผมปล่อยแล้วนะ ผมอยากให้ทุกคนเจอในสิ่งที่เขาต้องเจอ ผมบอกตรงๆ ทุกวันนี้ผมก็เหนื่อย เหนื่อยที่จะมาปกป้องความรู้สึกใครในครอบครัว ก็โตกันแล้ว ก็รู้ว่าจะดับเย็นในจิตใจได้อย่างไร ก็ใช้ชีวิตไปอุ้มครอบครัวกันไป เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ตกลงไปก็ปีนขึ้นมานั่งเรือกันใหม่ แต่ตอนนี้เราเป็นหัวเรือ แต่อย่างที่บอก ผมกลัวว่าวันข้างหน้าผมจะตายเมื่อไหร่ไม่รู้ ผมเอาความสุขตัวเองก่อนแล้วกัน แค่ครอบครัวกินอิ่มนอนหลับ จบ แต่ผมตอนนี้เห็นแก่ตัว ก็เหนื่อยมามาก เอาความสุขตัวเองดีกว่า อยากซื้ออะไรก็ซื้อ เมียโอนเงินมาให้ก็ใช้ให้หมด เขาก็ดูแลครอบครัวอยู่แล้ว การเป็นคนคนหนึ่งมันเหนื่อยมากๆ”
เป็นแจ๊สมันเหนื่อยมากๆ เลยนะ?
“เหนื่อย ผมเหนื่อย และตอนนี้ผมตัวเองมากขึ้น และจะไม่มีคำว่าทำไม ทำไมแม่เป็นอย่างนี้ ทำไมลูกเป็นอย่างนี้ ทำไมเมียเป็นอย่างนี้ ไม่มีคำว่าทำไม มีแต่คำว่าช่างแม่ง ปล่อยเลย ทุกคนก็ต้องแก้ปัญหาเอง เหมือนเจแปนนั่นแหละ ก็ตามนั้น”
เป็นหัวเรือที่พาทุกคนถึงฝั่งและทำให้คนทุกคนมีความสุขในระดับหนึ่งแต่กระโดดลงไปเอง?
“ก็แล้วแต่ ไม่เป็นไร ถ้าคุณคิดว่าผมไม่ดี แต่ผมทำดีที่สุดแล้ว ดีสำหรับคุณหรือเปล่าผมไม่ดี แต่สำหรับผมดีเท่าที่ผมจะดีได้ แค่นั้นเอง”
เรื่องโรคภัยไข้เจ็บเป็นอย่างไรบ้าง?
แจง : ไม่มีเลยตั้งแต่เขารักสุขภาพ ก็สุขภาพดีขึ้น
แจ๊ส : อยากทำตัวเองให้แข็งแรงขึ้น เมื่อก่อนกินแต่เหล้า เมาทุกวัน พอออกกำลังกาย (เมื่อกี้เพิ่งกินไป?) กลิ่นยังอยู่
แจง : เทสต์ๆ คือนางเป็นไขมันพอกตับมาประมาณ 2-3 ปี และเราก็เครียดเพราะพ่อดมก็เป็นมะเร็งตับ เราก็รอลุ้นเมื่อต้นปีเขาจะเปลี่ยนตัวเอง ก็เริ่มปรับอาหารและออกกำลังกาย ไปตรวจสุขภาพเมื่อเดือน 8 ค่าตับหายไปหมดเลย กลายเป็นตับสวย นางก็เลยเทสต์ระบบไง
ลดไปเลย?
แจง : หายไปเลย นางก็รักสุขภาพ
แจ๊ส : กลับกลายเป็นว่าตอนนี้มันเป็นโดยธรรมชาติ ถ้าใจเรามา แล้วก็ไปยาวๆ ทุกวันนี้ตื่นมาก็ออกกำลังกาย ชีวิตมีแค่นี้เอง
บุปผา ก็เป็นหนึ่งในตัวแปร มันเกิดอะไรขึ้น?
แจง : เรื่องมันซับซ้อน และเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ด้วย
แจ๊ส : เราพูดกับพี่ปอนด์และพี่ต้อมแล้ว เราไม่ใช่นกสองหัวนะ ผู้ใหญ่ถามเราก็พูด พูดเท่าที่พูดได้ พี่พิงมาหรือเปล่า ไม่เห็นนะพี่ ก็แค่นั้นเอง มันเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องสืบ ต้องถามไถ่อยู่แล้ว
แจง : เพราะเราเป็นหนึ่งในนักแสดง เราก็บอกว่าเราเคยเจอเขาที่บริษัท แต่ไม่ได้เจอในกอง ผู้ใหญ่ถามแค่นี้ แต่สุดท้ายก็เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ทั้ง 2 คน สุดท้ายก็น่าจะมีทางออกกันทั้งคู่
แจ๊ส : ที่เราพูดไม่ได้ผลักภาระนะ พี่ปอนด์ก็ดี พี่ต้อมก็น่ารัก พี่พิงก็น่ารัก
แจง : น่าจะเป็นเรื่องที่เขาไม่เข้าใจกัน
แจ๊ส : มันเป็นเรื่องตอนแรกไง บางทีคนมาถาม ตอนนั้นพี่ปอนด์เขาให้ผมไปกำกับด้วย แต่สุดท้ายก็แค่ช่วยคิดเพราะหนังมันเริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ก็ตามนั้น ให้พี่ๆ เขาคุยกันเองดีกว่า จบๆ แต่ถ้าไม่ได้คุยอะไรก็ตามที่พี่ๆ เขาสะดวกเลย
พอเกิดเรื่องแล้วเหตุการณ์มันบานปลายและเรื่องก็ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ?
แจ๊ส : แต่เวลาที่ผมมีดราม่า ผมจะเงียบ เงียบทุกเรื่อง ผมจะไม่ตอบโต้ ใครจะคิดยังไงก็คิดไป แต่เรากับคนที่อยู่ใกล้ๆ รู้กันอยู่แล้วก็ตามนั้น
แจง : อยากให้พี่ๆ เขาคุยกัน จริงๆ พี่ต้อมไม่มีอะไร พี่ปอนด์ก็น่ารัก
แจ๊ส : แค่ไม่ได้คุยกัน คนโกรธกันมันก็เรื่องธรรมชาติ เราก็เป็น
มีได้คุยกับพี่ต้อมไหม พอเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว?
แจง : ก็คุยบ้างนิดหน่อย คุยเท่าที่เรารู้นิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอง แต่ว่าน่าจะอารมณ์ด้วย ความโกรธ ความไม่เข้าใจ ตอนนี้น่าจะเย็นแล้วทั้งคู่ เดี๋ยวเขาก็คงจะได้คุยกัน
กลัวว่าหนังจะไม่ได้ฉายไหม?
แจ๊ส : โชคชะตาจะเป็นยังไงก็ว่ากัน
เพราะเราทำหน้าที่ของเราจบแล้ว?
แจ๊ส : อื่ม ใช่ ทุกคนก็อยากทำหน้าที่ให้มันจบทั้งนั้นแหละ แม้กระทั่งพี่เขา
ก็อยากให้ทุกคนได้ดูหนัง?
แจ๊ส : ใช่ ครับผม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แจ๊ส ลั่นทำงานก็เหนื่อยแล้ว ไม่ว่างเอาใจใคร ชี้ดราม่า เจแปน ทุกคนต้องแก้ปัญหาเอง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th