“ทรัมป์” สั่งจัดทำสำมะโนประชากรใหม่ ตัดผู้อพยพผิดกฎหมายออก
"ทรัมป์" ประกาศผ่าน Truth Social ให้กระทรวงพาณิชย์เริ่มดำเนินการจัดทำสำมะโนประชากรใหม่โดยไม่รวมผู้อพยพผิดกฎหมาย สร้างความกังวลว่าจะใช้เพื่อปรับเขตเลือกตั้ง
วันที่ 7 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกคำสั่งเมื่อวันพฤหัสบดี (8 ส.ค.) ให้กระทรวงพาณิชย์เริ่มดำเนินการจัดทำสำมะโนประชากรใหม่ โดยไม่รวมผู้อพยพที่อยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการรื้อฟื้นแนวคิดในสมัยแรกที่ถูกศาลสูงสหรัฐปฏิเสธ และถูกยกเลิกโดยประธานาธิบดีโจ ไบเดนในเวลาต่อมา
คำสั่งนี้ประกาศผ่าน Truth Social ในช่วงเช้าตรู่ โดยทรัมป์ระบุว่า การนับประชากรที่จัดขึ้นทุก 10 ปี ควรอิงกับข้อเท็จจริงและตัวเลขในปัจจุบัน รวมถึงผลของการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2567
ทรัมป์ประกาศว่า “ผู้ที่อยู่ในประเทศของเราอย่างผิดกฎหมายจะไม่ได้รับการนับในสำมะโนประชากร”
การเมืองยึดครองกระบวนการรัฐธรรมนูญอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่ทรัมป์กำลังกดดันให้พรรครีพับลิกันในเท็กซัสและอีกหลายรัฐดำเนินการปรับเขตเลือกตั้งใหม่กลางทศวรรษ (mid-decade redistricting) เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากในสหรัฐ
การสำมะโนประชากรครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปี 2573 ขณะนี้ทำเนียบขาวยังไม่มีความเห็นว่า ทรัมป์ต้องการให้จัดสำมะโนใหม่ก่อนหน้านั้นหรือไม่
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทรัมป์วิจารณ์การนับรวมผู้อพยพผิดกฎหมายในการสำมะโนประชากร ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีบทบาทสำคัญต่อการจัดสรรจำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐและเขตเลือกตั้งระดับรัฐ
เมื่อปี 2562 ศาลสูงสุดสหรัฐมีคำวินิจฉัยไม่ให้ทรัมป์เพิ่มคำถามเรื่องสัญชาติลงในแบบสอบถามสำมะโนประชากรปี 2563 โดยระบุว่ารัฐบาลกลางให้เหตุผลที่ถูกสร้างขึ้นอย่างไม่จริงใจ (contrived)
หลังไบเดนเข้ารับตำแหน่งในปี 2564 เขาได้ออกคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อยืนยันหลักปฏิบัติแบบเดิมที่นับประชากรทุกคนที่อาศัยอยู่ในรัฐ รวมอยู่ในการสำมะโน ทรัมป์ได้ยกเลิกคำสั่งนั้นทันทีในวันแรกที่กลับเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง
ฌอน มอลตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านสำมะโนจากองค์กร Project on Government Oversight กล่าวว่า รีพับลิกันบางกลุ่มเชื่อว่าการตัดผู้อพยพผิดกฎหมายออกจากการนับประชากร จะช่วยเพิ่มความได้เปรียบให้กับเขตที่พรรครีพับลิกันครองเสียง และทำให้เขตเมืองที่มักอยู่ภายใต้การควบคุมของเดโมแครตเสียเปรียบ
แต่มอลตันเตือนว่า การไม่นับประชากรที่อยู่อาศัยจริงในแต่ละพื้นที่จะส่งผลเสียต่อประชาชนทั้งหมดในพื้นที่นั้น
“ถ้าเราไม่นับทุกคน เราจะวางแผนการใช้จ่ายผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โรงพยาบาล โรงเรียน ระบบไฟฟ้า หรือระบบน้ำ ส่งผลให้ทุกคนต้องเผชิญกับปัญหาและความไม่สะดวก”
คำประกาศของทรัมป์มีขึ้นในช่วงเวลาที่พรรครีพับลิกันกำลังกดดันให้มีการปรับเขตเลือกตั้งใหม่ในรัฐเท็กซัส ฟลอริดา มิสซูรี และโอไฮโอ ขณะที่พรรคเดโมแครตในรัฐใหญ่อย่างแคลิฟอร์เนีย อิลลินอยส์ และนิวยอร์ก ก็เริ่มพิจารณาจะตอบโต้ด้วยการปรับแผนที่เขตเลือกตั้งของตนเอง
การจัดทำสำมะโนประชากรเพิ่มเติมนอกเหนือจากปีที่กำหนดตามกฎหมาย จะใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล โดยการสำมะโนในปี 2563มีค่าใช้จ่ายเกือบ 14,000 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของสำนักงานความรับผิดชอบของรัฐบาลกลาง (GAO)
นอกจากประเด็นสำมะโน ทรัมป์ยังเดินหน้าแคมเปญระดับชาติให้จับกุมและเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายออกจากประเทศ ซึ่งทำให้เกิดการฟ้องร้องหลายสิบคดีจากหลายกลุ่มทั่วประเทศ
อ้างอิง : www.reuters.com