โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"ฉลาด" ยันเป็นประธานต้องฟังทุกฝ่าย ทำหน้าที่เป็นกลาง ไม่ได้ทำอะไรโดยพละการ ยินดี "ภราดร" สอนมวยกลางสภาฯ

สยามรัฐ

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 05.03 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 05.03 น.

วันที่ 8 ส.ค.2568 เวลา 10.20 น. ที่รัฐสภา นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านวิจารณ์การทำหน้าที่รองประธานสภาฯคนที่ 2 เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่อาจไม่เป็นไปตามข้อบังคับ ว่า มีคนเสนอให้ตนใช้ข้อบังคับข้อที่ 32 โดยมีสมาชิกจากพรรคฝ่ายค้านเสนอญัตติให้แสดงตนโดยการเสียบบัตร ซึ่งตนเห็นว่าหากแสดงตนโดยการเสียบบัตร เรื่ององค์ประชุมจะเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อให้มีการตรวจสอบองค์ประชุมแบบชัดเจน ตนจึงวินิจฉัยว่าให้แสดงตนแบบขานชื่อ โดยหลังจากที่ตนวินิจฉัยแล้ว มีสมาชิกอีกคนเสนอญัตติให้แสดงตนแบบขานชื่อ เพื่อให้มี 2 ญัตติ แต่ความจริงมีญัตติเดียว ตนเห็นว่าเพื่อให้โอกาสสมาชิกที่อยู่รอบนอกมาใช้สิทธิ์ได้ทันเวลาก็ใช้เวลาพอสมควร ซึ่งหลังจากที่มีการขานชื่อไปแล้วก็มีการเพิ่มชื่อ แสดงว่ามีการประชุมกรรมาธิการยังอยู่ในสภาฯไม่ได้ไปไหน ฉะนั้น เสียง 248 เสียง ถือว่าเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสภาฯคือ 246 เสียง

“ผมไม่ได้ทำผิดข้อบังคับ เปิดดูเทปได้ นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อดีตรองประธานสภาฯคนที่ 2 จะทดสอบผม ว่าจำข้อบังคับได้หรือไม่ แต่เลขาธิการสภาฯก็ยืนยัน บางครั้งการทำหน้าที่รองประธานสภาฯก็ต้องฟังเสียงทุกฝ่าย แต่คนที่จะช่วยในเรื่องของข้อบังคับ วาระการประชุมสภาฯต่างๆคือเลขาธิการสภาฯ ที่ทำหน้าที่อยู่หน้าบัลลังค์ เพราะบางครั้งประธานในที่ประชุมอาจจะมองบางฝ่ายข้ามไปหรือข้ามขั้นตอน ฉะนั้น เลขาธิการสภาฯต้องเตือน บางครั้งเราอยู่ข้างล่างมานานพึ่งทำหน้าที่ก็จะเก็นว่าเราต้องดูแลทุกฝ่าย ยืนยันว่าผมทำหน้าที่ถูกต้อง”นายฉลาด กล่าว

เมื่อถามถึงฝ่ายค้านมาโจมตีว่าทำหน้าที่ไม่เป็นกลางนั้น นายฉลาด กล่าวว่า ยืนยันว่าตนทำงานอย่างเป็นกลางแน่นอน และตนรู้จักทุกฝ่ายอยู่ข้างล่างมานาน ออกมาข้างนอกก็ยังหยอกล้อกันอยู่ ก็ยินดีให้ทดสอบ และในข้อเท็จจริงสามารถทำได้ซึ่งเป็นดุลพินิจของประธาน เมื่อดูองค์ประชุมแล้วก็ดูตามความเหมาะสมในขณะนั้น ทางเลขาฯเองก็ยืนยันว่าทำถูกแล้ว ตนจะไม่ทำอะไรโดยพละการต้องอาศัยหลักพิง

เมื่อถามถึงการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในวันที่ 13-15 ส.ค. นี้ จะสามารถคุมเสียงในสภาฯได้หรือไม่ นายฉลาด กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมาการประสานงานในสภาฯ (วิป) ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา มีการตกลงกันว่าจะมีการประชุม 3 วันดังกล่าว และหากดูจากงบประมาณปี 67-68 ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านก็อยากให้งบประมาณผ่านสภาฯ ทั้งนี้ ไม่อยากให้มีการเลิกประชุมดึกไป เพราะต้องมีการมาลงชื่อตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นทุกครั้ง เพราะมีการลงติเป็นรายมาตรา ฉะนั้น ท่านให้ความร่วมมือและมีความเป็นห่วงรัฐบาล ตนจึงฝากนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ให้ไปคุยกับทุกพรรคการเมือง เนื่องจากเป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์ของประชาชน ทุกคนยืนยันว่าจะมาทำหน้าที่ของตัวเองใน 3 วันนี้

นายฉลาด กล่าวต่อวันที่ 13 ส.ค. คาดว่าจะมีการพิจารณามาตรา 1-15 วันที่ 14 ส.ค. จะพิจารณาต่อจนถึงมาตรา 24 และ วันที่ 15 ส.ค. จะให้เสร็จเร็วหน่อย คือพิจารณาจนจบ จนถึงข้อสังเกต คาดว่าจะลงคะแนนในวันสุดท้ายประมาณ 23.00 น. เศษ หรืออาจจะเสร็จเร็วกว่านั้น อยู่ที่สส.ที่ใช้สิทธิ์ในการลงมติ โดยเราให้เวลากรรมาธิการที่สงวนความเห็นและสส.ที่แปรญัตติคนละ 7 น. ส่วนสส.ที่ไม่ได้เสงวนคำแปรญัตติไว้ให้เวลาอภิปรายคนละไม่เกิน 5 น. แต่หากมีการอภิปรายซ้ำซากอาจจะมีการลดเวลาลง โดยวิปทั้ง 2 ฝ่าย จะมีการเจรจากันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สภาฯและองค์ประชุมสามารถเดินไปได้ด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ ระหว่างที่รอการโปรดเกล้าฯ รองประธานสภาฯคนที่ 1 ตนและนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ จะผลัดกันทำหน้าที่คนละ 2 ชม. 30 น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...