โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ฮ่องกง’ นำร่องใช้สเตเบิลคอยน์ใน Sandbox ดันหยวนดิจิทัลสู่เวทีโลก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 19 ส.ค. 2568 เวลา 22.56 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 05.46 น.

สำนักข่าวเซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงานความเคลื่อนไหวอุตสาหกรรมดิจิทัลใน “ฮ่องกง” ที่อยู่ในระหว่างการทดลอง Stablecoin ที่หนุนด้วยสกุลเงินท้องถิ่นอย่าง ”ดอลลาร์ฮ่องกง” หรือ HKD Stablecoin หลังจากที่กฎหมายสเตเบิลคอยน์มีผลบังคับใช้เมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ สภานิติบัญญัติของฮ่องกงได้ผ่านร่างกฎหมาย Stablecoin ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา “ซึ่งจะทำให้ฮ่องกงเป็นหนึ่งในเขตอำนาจศาลแห่งแรก ๆ ของโลกที่จัดตั้งกรอบการกำกับดูแล Stablecoin ตามกฎหมาย”

เมื่อปีที่แล้ว หน่วยงานการเงินฮ่องกง (Hong Kong Monetary Authority – HKMA) ซึ่งทำหน้าที่เป็นธนาคารกลางของฮ่องกง ได้เปิดตัว Sandbox สำหรับผู้ออก Stablecoin โดยมีผู้เข้าร่วม ได้แก่ Standard Chartered Bank, Animoca Brands, Hong Kong Telecommunications, Jingdong Coinlink และ RD InnoTech

HKD Stablecoin หนุน e-CNY ขยายอิทธิพล

“มอร์แกน สแตนลีย์” มองว่า Stablecoin ที่หนุนด้วยสกุลเงินท้องถิ่นอย่างดอลลาร์ฮ่องกงจะช่วยให้ “เงินหยวนดิจิทัล” หรือ e-CNY ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน สามารถเข้าถึงและได้รับการยอมรับในระดับสากลได้มากขึ้น

นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของจีนที่จะทำให้เงินหยวนมีบทบาทในเวทีโลก และลดทอนอิทธิพลของเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินหลักในการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

ลอร่า หว่อง นักวิเคราะห์หุ้นจีนของธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์ระบุว่า ในทางทฤษฎีแล้ว HKD Stablecoin สามารถทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างe-CNY และสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกได้ โดยนักลงทุนต่างชาติสามารถแปลง USDT และ USDC ซึ่งเป็น Stablecoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไปเป็น Stablecoin สกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง และจากนั้นแปลงเป็น e-CNY เพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่จดทะเบียนในฮ่องกงหรือหลักทรัพย์แบบโทเค็นได้

“ HKD Stablecoin ช่วยให้เงินทุนสามารถไหลเวียนได้โดยไม่กระทบต่อกฎระเบียบการควบคุมเงินทุนของจีนแผ่นดินใหญ่ นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางสนับสนุนให้หยวนขยายอิทธิพลสู่ตลาดโลกผ่านช่องทางภายนอกประเทศอีกด้วย”

Stablecoin อาจช่วยให้เงินทุนหมุนเวียนได้คล่องตัวขึ้น และอำนวยความสะดวกในการลงทุนข้ามพรมแดนในตลาดทุนของฮ่องกง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านหลักทรัพย์ในรูปแบบโทเค็นและแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล

นอกจากนี้ การนำ Stablecoin มารวมกับ e-CNY และโครงการต่างๆ เช่น mBridge ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัลระหว่างธนาคารกลางหลายแห่ง จะช่วยสร้างทางเลือกใหม่ในการทำธุรกรรมที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน แทนที่จะพึ่งพาระบบการส่งข้อความทางการเงินแบบดั้งเดิมอย่าง SWIFT การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อ "อำนาจอธิปไตยทางการเงิน" ของประเทศต่างๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...