โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ไข้เลือดออก’ ยอดกระฉูด ทั่วไทยป่วยแล้ว 43,000 เสียชีวิต 36

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 22 ก.ย 2568 เวลา 05.07 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2568 เวลา 05.07 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(22 ก.ย. 68) นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวถึงโรคไข้เลือดออกว่า ช่วงหน้าฝน มีผู้ป่วยจากโรคไข้เลือดออกเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและวัยรุ่น เนื่องจากฝนตกชุก ทำให้มีน้ำขังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงจำนวนมาก

ซึ่งโรคไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะนำโรค โดยสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 11 กันยายน 2568 พบผู้ป่วยสะสมมากถึง 43,587 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 65.97 ต่อประชากรแสนคน และเสียชีวิต 36 รายแล้ว ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต คือ มีโรคประจำตัว ได้รับยาลดไข้ NSAIDs ไปแต่โรงพยาบาลช้า รวมถึง การติดสุรา และมีภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐาน

ในขณะที่สถานการณ์โรคไข้เลือดออก ในเขตสุขภาพที่ 9 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม –11 กันยายน 2568 พบผู้ป่วยสะสม จำนวน 4,284 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 64.92 ต่อประชากรแสนคน และมีผู้เสียชีวิต 5 ราย เมื่อแยกเป็นรายจังหวัด พบว่า จ.นครราชสีมา มีผู้ป่วยสะสม 1,463 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 56.05 ต่อประชากรแสนคน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย, จ.ชัยภูมิ มีผู้ป่วยสะสม 328 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 30.66 ต่อประชากรแสนคน ไม่มีผู้เสียชีวิต, จ.บุรีรัมย์ มีผู้ป่วยสะสม 1,011 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 64.73 ต่อประชากรแสนคน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย, จ.สุรินทร์ มีผู้ป่วยสะสม 1,482 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 109.19 ต่อประชากรแสนคน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยกลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุด คือ กลุ่มอายุ 10-14 ปี รองลงมาคือ 5-9 ปี และ 15-24 ปี ตามลำดับ

ซึ่งอาการของโรคไข้เลือดออก ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเฉียบพลันเกิน 39-40 องศาเซลเซียส ประมาณ 2-7 วัน ร่วมกับปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว หน้าแดง อาจมีจุดแดงเล็กๆ ขึ้นตามลำตัว แขน ขา นอกจากนี้ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และเบื่ออาหาร ส่วนใหญ่ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ต่อมาไข้จะลดลง ในระยะนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้

จึงขอเตือนประชาชนให้ป้องกันตนเอง อย่าให้ถูกยุงลายกัด ชุมชนและโรงเรียนควรมีมาตรการป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยยึดหลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ เก็บบ้าน ให้ปลอดโปร่ง ไม่ให้ยุงเกาะพัก เก็บขยะ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และเก็บน้ำ ปิดฝาให้มิดชิด ไม่ให้ยุงวางไข่ หากปิดไม่ได้ให้เปลี่ยนบ่อยๆ หรือเทน้ำทิ้ง เพื่อป้องกัน 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา

ถ้าหากป่วยเป็นไข้เลือดออกขอให้รีบไปพบแพทย์ ห้ามรับประทานยาลดไข้ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค แอสไพริน รวมถึงยาชุด เพราะอาจมีผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...