Aon เผยผลสำรวจเงินเดือนปี 2569 โต 5.3% “ไทย-สิงคโปร์” ขึ้นต่ำสุดในอาเซียน
Aon เผยผลสำรวจเงินเดือนปี 2569 โต 5.3% "ไทย-สิงคโปร์" ขึ้นต่ำสุดในอาเซียน เวียดนามนำโด่ง 7.1% ขณะที่ AI-Cybersecurity ขึ้นแท่นสายอาชีพมาแรงแห่งปี 2569 ในตลาดแรงงานภูมิภาค
วันที่ 8 ตุลาคม 2568 เวลา 16.41 น. สำนักข่าว Viet Nam News รายงานว่า บริษัท Aon plc บริษัทที่ปรึกษาด้านบริการทางวิชาชีพระดับโลก เปิดเผยผลการสำรวจ “2025 Salary Increase and Turnover Study” สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่า องค์กรในภูมิภาคตั้งงบประมาณปรับขึ้นเงินเดือนปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 5.3% โดยไทยและสิงคโปร์มีอัตราการปรับขึ้นต่ำสุดในภูมิภาค ขณะที่เวียดนามยังคงนำโด่งเป็นอันดับหนึ่ง
การสำรวจครั้งนี้ดำเนินการระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2568 ครอบคลุมบริษัทกว่า 700 แห่งใน 6 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม โดยวิเคราะห์แนวโน้มการปรับเงินเดือนและอัตราการลาออกของพนักงาน
โดยองค์กรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) ตั้งงบประมาณปรับขึ้นเงินเดือนปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 5.3% โดยเวียดนามยังคงครองอันดับหนึ่งด้วยอัตราเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 7.1% ขณะที่ไทยและสิงคโปร์อยู่ในกลุ่มต่ำสุดที่ 4.7% และ 4.3% ตามลำดับ สะท้อนถึงแนวโน้มการเติบโตของค่าจ้างที่แตกต่างกันตามภาวะเศรษฐกิจและความต้องการแรงงานในแต่ละประเทศ
เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า พบว่า การปรับขึ้นเงินเดือนของภูมิภาคโดยรวมอยู่ในระดับทรงตัว โดยปี 2567 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5.1% และปี 2568 อยู่ที่ 5.4% ประเทศอินโดนีเซียคาดว่าจะขึ้นเงินเดือนเฉลี่ย 5.9% มาเลเซีย 4.8% และฟิลิปปินส์ 5.2% สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่ขยายตัวปานกลางในภูมิภาค
หากพิจารณาแยกตามอุตสาหกรรม พบว่าแต่ละประเทศมีภาคธุรกิจที่เป็นตัวขับเคลื่อนค่าจ้างแตกต่างกัน โดยสิงคโปร์มีอัตราการขึ้นเงินเดือนสูงสุดในอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์และอุปกรณ์การแพทย์ 4.6% ขณะที่เวียดนามและอินโดนีเซียโดดเด่นในกลุ่มเทคโนโลยีที่เติบโตตามการลงทุนด้านดิจิทัล 7.1% และ 5.9% ตามลำดับ ส่วนมาเลเซียขึ้นนำในกลุ่มที่ปรึกษาธุรกิจ และบริการชุมชน 4.8% ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการบุคลากรเชิงกลยุทธ์และงานบริการทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น
ด้านอัตราการลาออกของพนักงาน (Attrition Rate) พบว่าอยู่ในระดับสูงทั่วภูมิภาค โดยทุกประเทศมีอัตราเลขสองหลัก ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์มีอัตราลาออกมากที่สุดที่ 20.0% และ 19.3% ตามลำดับ รองลงมาคือมาเลเซีย 18.2% ไทย 17.2% อินโดนีเซีย 15.0% และเวียดนาม 15.0% หากแยกตามอุตสาหกรรม กลุ่มที่มีการเปลี่ยนงานมากที่สุดคือ ที่ปรึกษาธุรกิจ และบริการชุมชน 22.6% ตามด้วยค้าปลีก 21.6% และการผลิต 17.5% ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันของตลาดแรงงานและการแข่งขันในการดึงดูดพนักงานที่มีทักษะ
ในส่วนของตำแหน่งงานที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด (Hot Jobs) พบว่าองค์กรต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับสายงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการขาย โดยงานขาย (Sales) และเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ครองอันดับหนึ่งร่วมกันที่ 24% รองลงมาคือ ปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง (AI/ML) 21%, ความปลอดภัยทางไซเบอร์ 20% และ วิศวกรรม 19% ความต้องการแรงงานในสาขา AI/ML และ Cybersecurity ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทต่าง ๆ กำลังให้ความสำคัญกับการวางแผนค่าตอบแทนระยะยาว เพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะสำคัญในตลาดแรงงานที่แข่งขันรุนแรงขึ้น
Rahul Chawla หุ้นส่วนและหัวหน้าฝ่าย Talent Solutions ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Aon กล่าวว่า ในยุคที่การลงทุนด้านเทคโนโลยีและกลยุทธ์ทางธุรกิจกำลังเร่งตัว องค์กรจำเป็นต้องรักษาบุคลากรที่มีความสามารถสูง พร้อมปรับสมดุลระหว่างต้นทุนค่าตอบแทนและความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ บริษัทที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด คือบริษัทที่ใช้ข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์และกลยุทธ์ค่าตอบแทนแบบองค์รวม (Total Rewards Strategy) เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
ขณะที่ Evon Lock หัวหน้าฝ่าย Data Solutions ของ Aon กล่าวเสริมว่า แม้ตลาดแรงงานยังคงเผชิญแรงกดดันด้านการจ้างงานและการรักษาพนักงาน แต่องค์กรส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกแบบระมัดระวัง โดยวางแผนคงหรือขยายทีมงานเพียงเล็กน้อย พร้อมมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดชั้นการบริหาร และใช้กลยุทธ์จ้างงานเฉพาะทาง เพื่อสร้างทีมที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตอย่างมั่นคง
อ้างอิง : www.bloomberg.com