นายกฯ ฝรั่งเศสจ่อลาออกวันนี้ หลังพ่ายโหวตลงมติไม่ไว้วางใจ จับตาประท้วงต้านแผนหั่นงบสัปดาห์นี้
นายกฯ ฝรั่งเศสจ่อลาออกวันนี้ หลังพ่ายโหวตลงมติไม่ไว้วางใจ จับตาประท้วงต้านแผนหั่นงบสัปดาห์นี้
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 ก.ย. 68 10:08 น.
ฟรองซัวส์ บายรู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส จากพรรคสายกลาง พ่ายแพ้การลงมติไว้วางใจวานนี้ (8 ก.ย.) หลังจากยื่นญัตติต่อสภาเพื่อขอให้มีการโหวตสนับสนุนเป็นกรณีพิเศษเกี่ยวกับแผนปรับลดงบประมาณปีหน้า ท่ามกลางปัญหาการขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้นของประเทศ ส่งผลให้เขากลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ที่ต้องพ้นจากตำแหน่งในชั่วเวลาไม่ถึงสองปี
ผลการโหวตลงมติในสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 573 คน พบว่า มีสมาชิกสภาฯ 364 คนลงคะแนนโหวตไม่ไว้วางใจ โดยมี 194 คนลงคะแนนสนับสนุน และงดออกเสียง 15 คน โดยบายรูจะยื่นหนังสือลาออกในวันนี้ (9 ก.ย.) หลังจากพ่ายแพ้การลงมติไว้วางใจ โดยแหล่งข่าวจากรัฐบาลระบุว่า บายรูถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสสมัยใหม่ที่ถูกถอดถอนจากการลงมติไว้วางใจ แทนการลงมติไม่ไว้วางใจ
ด้านทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุว่า ประธานาธิบดีเอมมานูแอล มาครง รับทราบผลการลงมติแล้ว และจะมีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ทั้งนี้ บายรู ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่ถึงหนึ่งปี แทนนายมิเชล บาร์นิเย่ร์ ซึ่งเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยมและอดีตผู้เจรจาเบร็กซิทที่พ้นจากตำแหน่ง หลังแพ้การลงมติเกี่ยวกับแผนงบประมาณเช่นกัน ส่งผลให้ประธานาธิบดีมาครง ต้องสรรหาผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 5 นับจากบริหารประเทศสมัยที่สองในปี 2022 ท่ามกลางความเห็นที่แตกแยกในเรื่องแผนงบประมาณ
ด้านนางมารีน เลอ เปน แกนนำพรรคเนชั่นแนล แรลลี (RN) ฝ่ายขวาจัด ให้ความเห็นว่า "การเริ่มต้นใหม่ที่แท้จริงคือ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสต้องลาออก ประธานาธิบดีมีทางเลือกเดียวเท่านั้น คือจัดการเลือกตั้งใหม่และปล่อยให้ประเทศเป็นผู้เลือก" ซึ่งที่ผ่านมา ประธานาธิบดีมาครงย้ำมาตลอดว่า ยังไม่พิจารณายุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่
ขณะที่แกนนำกลุ่มรากหญ้าหลายกลุ่มได้เรียกร้องให้มีการประท้วงทั่วประเทศในวันพุธนี้ เช่นเดียวกับสหภาพแรงงานกลุ่มสำคัญที่เตรียมเดินขบวนประท้วงในวันที่ 18 ก.ย. นี้ เพื่อต่อต้านแผนการตัดลดงบประมาณ
สาเหตุของความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในขณะนี้ของฝรั่งเศสมาจากสถานะการคลังที่เปราะบาง จากการที่ฝรั่งเศสขาดดุลงบประมาณในปี 2024 สูงถึง 5.8% ของ GDP ซึ่งคิดเป็นเกือบสองเท่าของเพดานหนี้ที่สหภาพยุโรป (EU) กำหนดไว้ที่ 3% ขณะที่หนี้สาธารณะในปัจจุบันอยู่ที่มากกว่า 3.3 ล้านล้านยูโร หรือประมาณ 114% ของ GDP
ทั้งนี้ บายรูได้แย้งว่า การตัดลดงบประมาณขนานใหญ่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเขาได้เสนอให้ลดงบประมาณรายจ่ายลง 44,000 ล้านยูโรภายในปี 2026 รวมถึงการยกเลิกวันหยุดราชการสองวัน
ที่มา Euro News
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ