โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชื่อ “ถนนสิบสามห้าง” ที่บางลำพู มาจากไหน ย่านนี้เคยมีถึง 13 ห้าง หรืออะไร ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 11 ก.ย 2568 เวลา 04.48 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2568 เวลา 07.12 น.
วัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งถ่ายจากถนนสิบสามห้าง ราวสมัยรัชกาลที่ 5 (ภาพจาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร)

ถนนสิบสามห้าง เป็นถนนสายเล็ก ๆ ที่ย่านบางลำพู เขตพระนคร กรุงเทพฯ ด้านวัดบวรนิเวศวิหาร ที่มาของชื่อ สิบสามห้าง นี้มาจากไหน ย่านนี้เคยมี 13 ห้างหรืออะไร ?

กำเนิดย่านบางลำพู

บางลำพูคือย่านการค้าที่เคยมีสภาพเป็นทุ่งนามาตั้งแต่สมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ มีต้นลำพูขึ้นหนาแน่น อันเป็นที่มาของชื่อย่าน หลังจากรัชกาลที่ 1 ทรงสถาปนากรุงเทพฯ เป็นราชธานีทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ก็โปรดเกล้าฯ ให้ขุดคูพระนครขนานไปกับแนวคลองคูเมืองเดิมควบคู่ไปกับการขยายกำแพง พระราชทานนามคูนี้ว่า “คลองรอบกรุง”

ชุมชนดั้งเดิมของบางลำพูจึงเริ่มขยายตัวตามแนวคลองดังกล่าวทางทิศเหนือ โดยเป็นพื้นที่วังที่ประทับของเจ้านาย และบ้านเรือนของขุนนางฝ่ายวังหน้า ชาวบ้านนิยมเรียกคลองรอบกรุงบริเวณที่ผ่านย่านดังกล่าวว่า “คลองบางลำพู” ซึ่งถือเป็นแกนของชุมชนยุคแรกเริ่มสำหรับใช้ในการเดินทาง ขนส่ง และเป็นย่านจอดเรือแพต่าง ๆ พร้อมสินค้ามากมาย

บางลำพูยังเป็นย่านที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม ที่นี่มีทั้งชาวจีน ลาว มอญ และแขกตานี มุสลิมมลายู มาตั้งหลักแหล่ง ก่อนจะขยายตัวอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2394 คลองบางลำพูได้เป็นทางเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารครอบพระนคร ในปีเดียวกันนั้นยังโปรดเกล้าฯ ให้ขุด “คลองผดุงกรุงเกษม” เพื่อขยายพระนครออกไปให้กว้างขึ้น ย่านบางลำพูจึงกลายเป็นย่านใจกลางพระนคร

ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนั้น กรุงเทพฯ ได้เปลี่ยนผ่านจากการสัญจรของผู้คนและขนส่งข้าวของ “ทางน้ำ” เป็นหลัก ไปสู่การคมนาคม “ทางบก” อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังทำสนธิสัญญาเบาว์ริง (พ.ศ. 2398) พื้นที่ตอนในของพระนครที่ลึกเข้ามาจากริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้ถูกบุกเบิกพัฒนาด้วยถนนเส้นทางต่าง ๆ ตลาดบกได้รับความนิยมแทนตลาดน้ำ และเกิดตึกรามบ้านช่อง อาคารห้างร้านหลายแห่ง อันเป็นสัญลักษณ์ของวิถีชีวิตคนเมืองสมัยใหม่

ช่วงเวลานั้นเองเป็นที่มาของ สิบสามห้าง

“สิบสามห้าง” ย่านบางลำพู

“สิบสามห้าง”เป็นทั้งชื่อย่านการค้า คลอง และถนนสายสำคัญประจำย่านบางลำพู มาจากลักษณะของตึกแถวสองชั้นที่เป็นอาคารทรงจีนผสมผสานแบบยุโรป เหมือนกันกับอาคารของสมาคมการค้านานาชาติอันคึกคักที่เมืองท่ากวางเจา (มณฑลกวางตุ้ง) ของจีน

ก่อนสงครามฝิ่นครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2382-2385) ระหว่างจีนกับอังกฤษ ราชสำนักจีนกำหนดให้กวางเจาเป็นเมืองท่าการค้าระหว่างจีนกับนานาชาติเพียงแห่งเดียว โดยให้พ่อค้าชาวต่างชาติเช่าที่ดินเปิดสำนักงานการค้าบริเวณริมฝั่งแม่น้ำไข่มุก (จูเจียง)

เอกสารของพ่อค้าชาวอังกฤษระบุว่า “สิบสามห้าง”(The Thirteen Hongs) เป็นบริเวณที่ตั้งของหมู่ตึกสองชั้นในย่านการค้าของสมาคมพ่อค้าชาวต่างชาติกลุ่มต่าง ๆ ของเมืองท่ากวางเจา เป็นแหล่งค้าขายส่งออกสินค้าสำคัญมากมาย เช่น ใบชา ผ้าไหม และเครื่องกระเบื้องจีน มีเรือสินค้าของชาติต่าง ๆ เข้ามาเทียบท่าไม่ขาดสาย สมาคมห้างร้านเหล่านี้จะชักธงปลิวไสวบนยอดตึก เพื่อประกาศสิทธิ์การค้าในประเทศจีน

แล้ว สิบสามห้าง ที่กวางเจา มาอยู่ที่บางลำพูได้ยังไง ?

เนื่องจาก “สิบสามห้าง” กลายเป็นคำที่รู้จักกันดีในหมู่พ่อค้านานาชาติที่ติดต่อค้าขายกับจีน จึงเกิดนัยของความหมายว่า เป็นย่านการค้าสำคัญที่ดึงดูดพ่อค้าจากทั่วทุกสารทิศ และย่านสมาคมการค้าที่เต็มไปด้วยเครือข่ายสำหรับสานประโยชน์ซึ่งกันและกันด้วย

เมื่อกลุ่มพ่อค้าชาวจีนที่เดินทางมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งถิ่นฐานบริเวณบางลำพู ช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการตัดถนนเฟื่องนครเมื่อ พ.ศ. 2407 พวกเขาจึงรวมตัวกันสร้างตึกแถวสองชั้นเรียงต่อกันแถวหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีลักษณะคล้ายย่านการค้าของกวางเจา

หมู่ตึกแถวในบริเวณดังกล่าว จึงได้รับการขนานนามว่า “สิบสามห้าง” และใช้เป็นทั้งชื่อเรียกคลองและถนนของย่านบางลำพู

ถนนเฟื่องนครที่ตัดขึ้นใหม่ ยังนำพากลุ่มชาวจีนที่หนาแน่นในถิ่นเก่าย่านสำเพ็ง ปากคลองตลาด และบ้านหม้อ ให้โยกย้ายมาตั้งหลักแหล่งในพื้นที่บุกเบิกใหม่นี้ด้วย

หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุลได้ทรงฟังที่มาของถนนสิบสามห้างจากพระบิดา คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ทรงเล่าประทานว่า “แต่ก่อนนี้เมืองไทยมีการติดต่อค้าขายกับชาติต่าง ๆ ในเอเชีย มีอินเดีย และจีน เป็นต้น โดยใช้เรือใบขนส่งสินค้านานาชนิด เช่น ข้าว ไม้ แร่ ฯลฯ. เมื่อไปถึงเมืองจีนต้องไปหยุดที่เมืองตังเกี๋ย ที่แม่น้ำตรงปากทางเข้าเมืองนั้นและเมืองอื่น ๆ ที่เป็นเมืองค้าขาย ก็มีห้างอยู่ 13 ห้าง

เรือชาวต่างชาติที่ไปค้าขาย จะต้องไปจอดที่ ‘สิบสามห้าง’ นี้ก่อน ก็คล้าย ๆ กับด่านศุลกากรสำหรับเก็บภาษีและดูแลให้ทำการค้าขาย

ด้วยเหตุที่พ่อค้าที่เคยนำเรือไปจอดแวะค้าขายที่ตังเกี๋ยคุ้นเคยว่า ด่านแรกที่เรือไปจอดเพื่อติดต่อเรื่องการค้าซึ่งเป็นด่านศุลกากรนั้น เรียกว่า ‘สิบสามห้าง’ จึงนำชื่อนี้มาใช้เรียกสถานที่ในเมืองไทย บริเวณที่เรือสินค้าเข้ามาจอดเพื่อติดต่อการค้าว่า ‘สิบสามห้าง’ ด้วย”

แม้ข้อมูลจากหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยจะคลาดเคลื่อนจากเมืองท่ากวางเจา เป็น “ตังเกี๋ย” ซึ่งอยู่ระหว่างทางก่อนถึงกวางตุ้ง แต่ก็เป็นหลักฐานยืนยันว่า สิบสามห้าง ในเมืองไทยมีที่มาจากเมืองจีน และไม่ได้แปลว่าบางลำพูเคยมี 13 ห้าง คืออาจมากกว่าหรือน้อยกว่าก็ไม่ทราบได้

อย่างไรก็ตาม หมู่ตึกแถวสิบสามห้างสร้างเสร็จได้ไม่กี่ปีก็ต้องเผชิญเหตุเพลิงไหม้ ภัยที่มาคู่กับตึกรามบ้านช่องสมัยใหม่ ตามที่ปรากฏในจดหมายเหตุของพระยาทิพโกษา (สอน) ความว่า

“วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2412 เวลาเกือบบ่ายโมง ได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่โรงทำขนมจีน ถนนสิบสามห้าง เวลานั้นลมพัดจัด น้ำในคลองบางลำภูก็แห้ง เพลิงลุกลามข้ามกำแพงพระนครไหม้เลียบกำแพง และริมคลองบางลำพูไปถึงสะพานข้ามคลอง แล้วไหม้ข้ามคลองไปข้างวังพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นมเหศวรศิววิลาส ไหม้บ้านช้อนหอยทัพพี วัดสังเวชวิศยาราม บ้านบุหลังวัด แล้วไหม้เฉียงตลอดลงไปตกแม่น้ำเจ้าพระยา

ส่วนทางริมกำแพงพระนครเพลิงไหม้เลียบกำแพง และริมคลองบางลำพูไปจนถึงหน้าวัดสังเวชวิศยารามจึงหยุด”

อ่านเพิ่มติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ภูมิ ภูติมหาตมะ และคณะ เขียน. รศ. ดร. ประภัสสร์ ชูวิเชียร บรรณาธิการ. (2568).(คณะ)โบราณคดีมองกรุงรัตนโกสินทร์.กรุงเทพฯ : คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. ถนนสิบสามห้าง.สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน 2568. บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 กันยายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชื่อ “ถนนสิบสามห้าง” ที่บางลำพู มาจากไหน ย่านนี้เคยมีถึง 13 ห้าง หรืออะไร ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...