ชื่อ “ถนนสิบสามห้าง” ที่บางลำพู มาจากไหน ย่านนี้เคยมีถึง 13 ห้าง หรืออะไร ?
ถนนสิบสามห้าง เป็นถนนสายเล็ก ๆ ที่ย่านบางลำพู เขตพระนคร กรุงเทพฯ ด้านวัดบวรนิเวศวิหาร ที่มาของชื่อ สิบสามห้าง นี้มาจากไหน ย่านนี้เคยมี 13 ห้างหรืออะไร ?
กำเนิดย่านบางลำพู
บางลำพูคือย่านการค้าที่เคยมีสภาพเป็นทุ่งนามาตั้งแต่สมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ มีต้นลำพูขึ้นหนาแน่น อันเป็นที่มาของชื่อย่าน หลังจากรัชกาลที่ 1 ทรงสถาปนากรุงเทพฯ เป็นราชธานีทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ก็โปรดเกล้าฯ ให้ขุดคูพระนครขนานไปกับแนวคลองคูเมืองเดิมควบคู่ไปกับการขยายกำแพง พระราชทานนามคูนี้ว่า “คลองรอบกรุง”
ชุมชนดั้งเดิมของบางลำพูจึงเริ่มขยายตัวตามแนวคลองดังกล่าวทางทิศเหนือ โดยเป็นพื้นที่วังที่ประทับของเจ้านาย และบ้านเรือนของขุนนางฝ่ายวังหน้า ชาวบ้านนิยมเรียกคลองรอบกรุงบริเวณที่ผ่านย่านดังกล่าวว่า “คลองบางลำพู” ซึ่งถือเป็นแกนของชุมชนยุคแรกเริ่มสำหรับใช้ในการเดินทาง ขนส่ง และเป็นย่านจอดเรือแพต่าง ๆ พร้อมสินค้ามากมาย
บางลำพูยังเป็นย่านที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม ที่นี่มีทั้งชาวจีน ลาว มอญ และแขกตานี มุสลิมมลายู มาตั้งหลักแหล่ง ก่อนจะขยายตัวอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2394 คลองบางลำพูได้เป็นทางเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารครอบพระนคร ในปีเดียวกันนั้นยังโปรดเกล้าฯ ให้ขุด “คลองผดุงกรุงเกษม” เพื่อขยายพระนครออกไปให้กว้างขึ้น ย่านบางลำพูจึงกลายเป็นย่านใจกลางพระนคร
ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนั้น กรุงเทพฯ ได้เปลี่ยนผ่านจากการสัญจรของผู้คนและขนส่งข้าวของ “ทางน้ำ” เป็นหลัก ไปสู่การคมนาคม “ทางบก” อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังทำสนธิสัญญาเบาว์ริง (พ.ศ. 2398) พื้นที่ตอนในของพระนครที่ลึกเข้ามาจากริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้ถูกบุกเบิกพัฒนาด้วยถนนเส้นทางต่าง ๆ ตลาดบกได้รับความนิยมแทนตลาดน้ำ และเกิดตึกรามบ้านช่อง อาคารห้างร้านหลายแห่ง อันเป็นสัญลักษณ์ของวิถีชีวิตคนเมืองสมัยใหม่
ช่วงเวลานั้นเองเป็นที่มาของ สิบสามห้าง
“สิบสามห้าง” ย่านบางลำพู
“สิบสามห้าง”เป็นทั้งชื่อย่านการค้า คลอง และถนนสายสำคัญประจำย่านบางลำพู มาจากลักษณะของตึกแถวสองชั้นที่เป็นอาคารทรงจีนผสมผสานแบบยุโรป เหมือนกันกับอาคารของสมาคมการค้านานาชาติอันคึกคักที่เมืองท่ากวางเจา (มณฑลกวางตุ้ง) ของจีน
ก่อนสงครามฝิ่นครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2382-2385) ระหว่างจีนกับอังกฤษ ราชสำนักจีนกำหนดให้กวางเจาเป็นเมืองท่าการค้าระหว่างจีนกับนานาชาติเพียงแห่งเดียว โดยให้พ่อค้าชาวต่างชาติเช่าที่ดินเปิดสำนักงานการค้าบริเวณริมฝั่งแม่น้ำไข่มุก (จูเจียง)
เอกสารของพ่อค้าชาวอังกฤษระบุว่า “สิบสามห้าง”(The Thirteen Hongs) เป็นบริเวณที่ตั้งของหมู่ตึกสองชั้นในย่านการค้าของสมาคมพ่อค้าชาวต่างชาติกลุ่มต่าง ๆ ของเมืองท่ากวางเจา เป็นแหล่งค้าขายส่งออกสินค้าสำคัญมากมาย เช่น ใบชา ผ้าไหม และเครื่องกระเบื้องจีน มีเรือสินค้าของชาติต่าง ๆ เข้ามาเทียบท่าไม่ขาดสาย สมาคมห้างร้านเหล่านี้จะชักธงปลิวไสวบนยอดตึก เพื่อประกาศสิทธิ์การค้าในประเทศจีน
แล้ว สิบสามห้าง ที่กวางเจา มาอยู่ที่บางลำพูได้ยังไง ?
เนื่องจาก “สิบสามห้าง” กลายเป็นคำที่รู้จักกันดีในหมู่พ่อค้านานาชาติที่ติดต่อค้าขายกับจีน จึงเกิดนัยของความหมายว่า เป็นย่านการค้าสำคัญที่ดึงดูดพ่อค้าจากทั่วทุกสารทิศ และย่านสมาคมการค้าที่เต็มไปด้วยเครือข่ายสำหรับสานประโยชน์ซึ่งกันและกันด้วย
เมื่อกลุ่มพ่อค้าชาวจีนที่เดินทางมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งถิ่นฐานบริเวณบางลำพู ช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการตัดถนนเฟื่องนครเมื่อ พ.ศ. 2407 พวกเขาจึงรวมตัวกันสร้างตึกแถวสองชั้นเรียงต่อกันแถวหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีลักษณะคล้ายย่านการค้าของกวางเจา
หมู่ตึกแถวในบริเวณดังกล่าว จึงได้รับการขนานนามว่า “สิบสามห้าง” และใช้เป็นทั้งชื่อเรียกคลองและถนนของย่านบางลำพู
ถนนเฟื่องนครที่ตัดขึ้นใหม่ ยังนำพากลุ่มชาวจีนที่หนาแน่นในถิ่นเก่าย่านสำเพ็ง ปากคลองตลาด และบ้านหม้อ ให้โยกย้ายมาตั้งหลักแหล่งในพื้นที่บุกเบิกใหม่นี้ด้วย
หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุลได้ทรงฟังที่มาของถนนสิบสามห้างจากพระบิดา คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ทรงเล่าประทานว่า “แต่ก่อนนี้เมืองไทยมีการติดต่อค้าขายกับชาติต่าง ๆ ในเอเชีย มีอินเดีย และจีน เป็นต้น โดยใช้เรือใบขนส่งสินค้านานาชนิด เช่น ข้าว ไม้ แร่ ฯลฯ. เมื่อไปถึงเมืองจีนต้องไปหยุดที่เมืองตังเกี๋ย ที่แม่น้ำตรงปากทางเข้าเมืองนั้นและเมืองอื่น ๆ ที่เป็นเมืองค้าขาย ก็มีห้างอยู่ 13 ห้าง
เรือชาวต่างชาติที่ไปค้าขาย จะต้องไปจอดที่ ‘สิบสามห้าง’ นี้ก่อน ก็คล้าย ๆ กับด่านศุลกากรสำหรับเก็บภาษีและดูแลให้ทำการค้าขาย
ด้วยเหตุที่พ่อค้าที่เคยนำเรือไปจอดแวะค้าขายที่ตังเกี๋ยคุ้นเคยว่า ด่านแรกที่เรือไปจอดเพื่อติดต่อเรื่องการค้าซึ่งเป็นด่านศุลกากรนั้น เรียกว่า ‘สิบสามห้าง’ จึงนำชื่อนี้มาใช้เรียกสถานที่ในเมืองไทย บริเวณที่เรือสินค้าเข้ามาจอดเพื่อติดต่อการค้าว่า ‘สิบสามห้าง’ ด้วย”
แม้ข้อมูลจากหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยจะคลาดเคลื่อนจากเมืองท่ากวางเจา เป็น “ตังเกี๋ย” ซึ่งอยู่ระหว่างทางก่อนถึงกวางตุ้ง แต่ก็เป็นหลักฐานยืนยันว่า สิบสามห้าง ในเมืองไทยมีที่มาจากเมืองจีน และไม่ได้แปลว่าบางลำพูเคยมี 13 ห้าง คืออาจมากกว่าหรือน้อยกว่าก็ไม่ทราบได้
อย่างไรก็ตาม หมู่ตึกแถวสิบสามห้างสร้างเสร็จได้ไม่กี่ปีก็ต้องเผชิญเหตุเพลิงไหม้ ภัยที่มาคู่กับตึกรามบ้านช่องสมัยใหม่ ตามที่ปรากฏในจดหมายเหตุของพระยาทิพโกษา (สอน) ความว่า
“วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2412 เวลาเกือบบ่ายโมง ได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่โรงทำขนมจีน ถนนสิบสามห้าง เวลานั้นลมพัดจัด น้ำในคลองบางลำภูก็แห้ง เพลิงลุกลามข้ามกำแพงพระนครไหม้เลียบกำแพง และริมคลองบางลำพูไปถึงสะพานข้ามคลอง แล้วไหม้ข้ามคลองไปข้างวังพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นมเหศวรศิววิลาส ไหม้บ้านช้อนหอยทัพพี วัดสังเวชวิศยาราม บ้านบุหลังวัด แล้วไหม้เฉียงตลอดลงไปตกแม่น้ำเจ้าพระยา
ส่วนทางริมกำแพงพระนครเพลิงไหม้เลียบกำแพง และริมคลองบางลำพูไปจนถึงหน้าวัดสังเวชวิศยารามจึงหยุด”
อ่านเพิ่มติม :
- ภูมิหลังบางลำพู ชุมชนเก่าแก่ตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา
- “ถนนราชินี” ถนนในกรุงเทพฯ หมายถึงราชินีพระองค์ใด?
- ซางฮี้-ราชวิถี ประแจจีน-เพชรบุรี นามที่เปลี่ยนไปของ “ถนน” ยุคแรกในกรุงเทพฯ
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ภูมิ ภูติมหาตมะ และคณะ เขียน. รศ. ดร. ประภัสสร์ ชูวิเชียร บรรณาธิการ. (2568).(คณะ)โบราณคดีมองกรุงรัตนโกสินทร์.กรุงเทพฯ : คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. ถนนสิบสามห้าง.สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน 2568. บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 กันยายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชื่อ “ถนนสิบสามห้าง” ที่บางลำพู มาจากไหน ย่านนี้เคยมีถึง 13 ห้าง หรืออะไร ?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com