[Vision Exclusive] M เร่งท้ายปี หวัง Bonus Suki ดัน
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 18 ก.ย 2568 เวลา 17.43 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2568 เวลา 14.00 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - Mเอ็มเค สุกี้ เร่งทำการตลาดท้ายปี ดันยอด SSSGเติบโต หวังแบรนด์น้องใหม่ “Bonus Suki”สร้างรายได้ปีนี้ขยายเป็น 10 สาขา จากปัจจุบัน 3 แห่ง และเปิดโอกาสทำดีล M&A มากขึ้น โบรกมอง เดินหน้าปรับโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่ เปิดตัว MK Buffet และ Bonus Suki เจาะตลาดราคาประหยัด
ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจช่วงที่เหลือของปี บริษัทยังเดินหน้าต่อเนื่อง โดยจะทำการตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นยอดขาย อย่างที่ผ่านมา บริษัทได้จัดโปรโมชั่น “MK คุ้มคุ้ม อิ่มไม่อั้น! 299.-” ซึ่งช่วยดันยอดขายเติบโตขึ้นอย่างมาก โดยในเดือนมิถุนายน ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เติบโต กว่า 14.8% ขณะที่เดือนกรกฎาคม ยอดขาย SSSG เติบโต กว่า 6% ส่วนเดือนสิงหาคมอาจเห็นการเติบโตไม่มากนัก และเดือนกันยายนยังต้องติดตามสถานการณ์
ทั้งนี้ สำหรับทั้งปีคาดว่าอาจจะเห็นการติดลบเล็กน้อย แต่ถือว่าภาพรวมดีขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก อย่างไรก็ดี ธุรกิจร้านอาหารยังคงเผชิญการแข่งขันสูง ไม่เพียงแต่ในกลุ่มร้านชาบู แต่รวมถึงร้านอาหารทุกประเภท โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่กำลังซื้อลดลง ดังนั้น สิ่งที่บริษัทจะเดินหน้าต่อไป คือการทำการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย ควบคู่กับการบริหารจัดการเพื่อลดค่าใช้จ่าย เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
บริษัทฯ ยังมีแผนต่อยอดการเติบโตด้วยการเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ “Bonus Suki” ซึ่งแม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังไม่สามารถตั้งเป้าหมายรายได้ที่ชัดเจนได้ในขณะนี้ แต่คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้เพิ่มเติมให้แก่บริษัทในอนาคต ปัจจุบัน Bonus Suki เปิดให้บริการแล้ว 3 สาขา ได้แก่ จังหวัดสระบุรี จังหวัดชัยนาท และถนนรามคำแหง กรุงเทพฯ โดยมีแผนขยายสาขาเพิ่มเป็น 10 แห่งภายในสิ้นปีนี้ ครอบคลุมทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตธุรกิจร้านอาหารของบริษัท บริษัทฯ มีแผนที่จะ เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ทั้งผ่านการต่อยอดแบรนด์เดิมและการพัฒนาแบรนด์ใหม่ ควบคู่ไปกับการมองหาโอกาสในการทำ ดีลควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) มากขึ้น
ส่วนแผนการขยายสาขา แบรนด์ MK Restaurant มีแผนขยายสาขาอีก 4 แห่ง ส่วนแหลมเจริญซีฟู้ด มีแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 4 แห่ง และแบรนด์ Yayoi มีแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 2 แห่ง
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สมาคมภัตตาคารไทยเสนอแพ็กเกจ Quick Win เพิ่มเติมถึงรัฐบาลใหม่ นอกจากการเพิ่มเงิน คนละครึ่ง เป็น 200 บาท/วัน โดยเสนอให้ 1. ลด VAT ร้านอาหารเหลือ 5% ชั่วคราว 2.จัดซอฟต์โลนดอกเบี้ยต่ำ 3.ลดต้นทุนค่าไฟ–น้ำและวัตถุดิบ 4.อุดหนุนค่าจ้างแรงงานพร้อมพัฒนาทักษะ 5.จัดกิจกรรมการตลาด–ท่องเที่ยว ดังนั้นมองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกกับ M ,ZEN, MAGURO ,OKJ
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง M ว่า สรุปประเด็นสำคัญจากการประชุมนัดพิเศษกับผู้บริหาร MK Restaurant Group (M TB, ไม่มีคำแนะนำ, ราคาปิด 31.50 บาท) กำลังปรับโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่ด้วยการเปิดตัว MK Buffet (299 บาท/คน) และ Bonus Suki (276 บาท/คน) เพื่อขยายตลาดไปยังกลุ่มราคาประหยัด จากเดิมที่เน้นลูกค้ากลุ่มกลางถึงสูงผ่าน MK Suki (เฉลี่ย 380 บาท/คน) เราได้จัดประชุมกับคุณธีร์ ธีระโกเมน (รองประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ) และลงพื้นที่เยี่ยมชมสาขา Bonus Suki ใหม่ พร้อมกองทุนในประเทศมากกว่า 10 แห่ง ผลตอบรับเป็นบวกมาก ลูกค้าชื่นชมคุณภาพและการบริการที่เหนือกว่าคู่แข่ง ยอดขายปรับตัวดีขึ้น โดย SSSG (Same Store Sales Growth) เป็นบวกทั้งร้านแบบ A la carte และบุฟเฟ่ต์ ตั้งแต่เปิด MK Buffet (มิ.ย.–ก.ย.: +9% / +4% / +1% /> ส.ค.) ส่วนร้าน MK Suki แบบ A la carte ก็ได้รับประโยชน์จากลูกค้าที่เข้าร้านมากขึ้น จากการรับรู้แบรนด์ที่มากขึ้นจากการเปิดตัวบุฟเฟ่ต์
แบรนด์ใหม่และโมเดลบุฟเฟ่ต์สร้างโอกาสใหม่ ทั้ง MK Buffet และ Bonus Suki สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและผู้เน้นความคุ้มค่า ซึ่ง MK Suki ไม่เข้าถึง ทั้งนี้ M วางแผนขยาย Bonus Suki เป็น 10 สาขาภายในสิ้นปี 68 ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แบรนด์นี้ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อจำกัด และช่วยกระตุ้นยอดขายในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน ขณะเดียวกันบริษัทยังคงยึดมั่นในค่านิยมหลักในการมอบคุณภาพและบริการที่เหนือกว่าคู่แข่งโดยตรง ซึ่งเราได้สังเกตเห็นในระหว่างการเยี่ยมชมร้าน
คาดคงรักษาอัตรากำไรสุทธิในระยะยาว คำถามส่วนใหญ่เน้นไปที่อัตรากำไรสุทธิ (NPM: Net Profit Margin) ของโมเดลบุฟเฟ่ต์ โดยผู้บริหารระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมิน เนื่องจากการดำเนินงานยังอยู่ในขั้นทดสอบ อย่างไรก็ตาม พวกเขาเชื่อว่ายอดขายที่สูงขึ้น ในขณะที่ M มีค่าใช้จ่ายที่คงที่ค่อนข้างเยอะ น่าจะช่วยสนับสนุน NPM ระยะยาว
มุ่งนำเสนอความหลากหลายของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ในอนาคต ผู้บริหารตั้งเป้าที่จะเพิ่มแบรนด์และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ทั้งผ่านแบรนด์เดิมและแบรนด์ใหม่ พร้อมมองหาดีล M&A มากขึ้น
ปัจจุบันหุ้น M ซื้อขายที่ P/E ปี 69 ที่ 23 เท่า (เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่ม 19 เท่า และค่าเฉลี่ย 5 ปีของบริษัท 33 เท่า) ตามการคาดการณ์ Bloomberg consensus
รายงานโดย : ณัฏฐ์ชญา ปุริมปรัชย์ภัทร บรรณาธิการข่าว Hoonvision