โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เมื่อนางร้ายกลายเป็นนางเอก (จบแล้ว)อ่านฟรีวันละ 1 ตอน

นิยาย Dek-D

อัพเดต 30 พ.ย. 2568 เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2568 เวลา 11.49 น. • กาวหมด
เมื่อใครต่อใครต่างบอกว่านางหลงรักชายคนนี้จนโงหัวไม่ขึ้น แต่หลินซูเหยายิ้มเย็น ให้เป็นตัวร้ายแหกปากยังสนุกกว่าเป็นนางเอกที่โง่งม

ข้อมูลเบื้องต้น

หลินหลินนักแสดงนางร้ายปลายแถวมีเหตุต้องเข้าไปอยู่ในนิยายเรื่องที่กำลังจะถ่ายทำ ทว่านางดันได้ไปอยู่ในร่างของหลินซูเหยานางเอกโลกสวยที่อ่อนโยน อ่อนแอ ไม่เคยคิดร้ายกับใคร

เป็นนางเอกที่พระเอกเมิน พ่อไม่รัก แถมยังถูกสลับตัวกับบุตรของอนุในจวนตั้งแต่เกิด โดนน้องสาวรังแก โดนแม่ทำร้าย ไม่วายโดนอดีตคนรักของคู่หมั้นตามรังควาน ชีวิตแสนเศร้าเคล้าน้ำตา

มาระเบิดนิยายตับพังไปกับไรท์นะคะ จุ๊บๆ

หวังว่านิยายเรื่องนี้จะดราม่า…..น้ำตาไหลพราก (คอมเม้นท์ประเภท ดราม่าน้ำตาเล็ดจะไม่มีอีกต่อไป)

หากอ่านแล้วน้ำตาไม่ไหล กรุณาเอายาหม่องยาดมมาป้ายตาจะได้สมจริงตามบทบาท

ข้อตกลงของเราขอให้เป็นไปตามนี้นะคะ

คำเตือน นิยายเรื่องนี้เกิดจากจิตนการล้วน ๆ เหตุการณ์ทุกอย่างเป็นสิ่งสมมุตขึ้น

คอมเมนท์ติติงได้เต็มที่ ติเพื่อก่ออิไรท์ยินดีรับฟังและแก้ไข ขออย่างเดียวอย่าปั่นทอนอิไรท์ก็พอ

แบบว่าอิไรท์ใจบ๊างบางอ่ะจ๊ะจุ๊บ ๆ นะจ๊ะ

ขอให้อ่านนิยายให้เป็นนิยายนะที่รักทุกท่าน มามะขอหอมที ม๊วบบบบ

บทนำ

ห้องเช่าประหนึ่งรังหนูของหลินหลินนักแสดงดาวรุ่งพุ่งไม่ถึงฟ้า (ซะที) เต็มไปด้วยซากอารยธรรมของนักแสดงผู้หิวโหย

ถุงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเปล่า และภูเขาบทละครที่รอวันย่อยสลาย หญิงสาวทิ้งร่างอันบอบบางลงบนโซฟาหนังเทียมที่ผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วน พลางถอนหายใจยาวเหมือนคนแบกโลกไว้ทั้งใบ

“ก็แค่งานแสดงที่ยังไม่ลงตัวไม่ใช่หรือไง” หญิงสาวพึมพำกับดินฟ้าลมฝน

มือเรียวสวยคว้าบทละครเรื่องใหม่ล่าสุด แนวคุณธรรมจ๋า ที่อ่านแล้วชวนให้สงสัยว่าคนเขียนไปจำศีลอยู่ที่ไหนมาถึงได้โลกสวยเบอร์นี้ หลินหลินกวาดสายตาไปถึงหน้าสุดท้าย บทของ นางร้ายผู้เลอโฉม ที่เธอต้องสวมบทบาท ทันใดนั้นเอง ใบหน้าสวย ๆ ก็บิดเบี้ยวราวกับกินยาขมเข้าไปทั้งขวด

"ให้ตายเถอะ! ร้ายแบบนี้เอ็งไปโกรธใครมาชาติที่แล้วฮะ?" หลินหลินบ่นพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง พลิกบทไปมาเหมือนหาเลขท้ายสองตัว เธอไม่ติดใจที่ต้องเล่นเป็นนางร้าย เพราะฝีมือระดับเธอเนี่ยนะ จะร้ายให้คนดูอินจนอยากจะปาเปลือกทุเรียนใส่ก็ยังได้! แต่บทนี้มัน… เกินเบอร์! ร้ายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ร้ายเพื่อให้นางเอก ที่ในบทบรรยายสรรพคุณราวกับผ้าขาวที่ถูกย่ำยี ได้ดูน่าสงสารขึ้นมาเท่านั้นเอง!

นางเอกผู้น่าสงสาร… หลินหลินกลอกตาบน นึกภาพตามบทที่อ่าน หญิงสาวผู้ใสซื่อจนน่าจับไปอบรม ถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ยังยิ้มสู้ราวกับเป็นนางเอกมิวสิกวิดีโอ ส่วน นางร้ายของเธอ น่ะเหรอ? สวยสะพรั่งราวกับหลุดมาจากสวรรค์ ร้ายกาจราวกับปีศาจจำแลง แถมยังมีแต่คนประเคนความดีความชอบให้ ผู้ชายสุดหล่ออย่าง หวิวเฟิง ก็คลั่งไคล้เธอชนิดที่ว่าถ้าเธอบอกว่าท้องฟ้าสีม่วง เขาก็จะเชื่อแบบนั้น มีดีทุกด้าน แต่ดันเลือกจะร้าย

ความจริงแค่ยืนเฉย ๆ ก็กินขาดแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปตบตีแย่งชิงกับนางเอกที่ไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ ที่สำคัญพลาดแล้วพลาดอีกก็ไม่รู้จักจำ ไร้สติ ไร้เหตุผล โทษทุกอย่างเป็นความผิดนางเอก เป็นตัวร้ายที่น่ารำคาญสุด ๆ

"เฮ้อ… ชีวิตนักแสดงมันก็งี้แหละนะ" หลินหลินรำพึงรำพันอย่างปลง ๆ จะให้เธอไปเล่นบทนางเอกที่วัน ๆ เอาแต่น้ำตาคลอเบ้า รอผู้ชายมาช่วยก็กระไรอยู่ ศักดิ์ศรีนักแสดงมันค้ำคอ! บทนางร้ายถึงจะร้ายแบบไร้สมอง แต่ก็ยังดีกว่าบทนางเอกที่ปัญญาอ่อน

ขณะที่เธอกำลังสาปแช่งบทในใจอยู่นั้นเอง จู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีใครเอาไม้หน้าสามฟาดเข้าที่กลางกระหม่อม ภาพห้องรก ๆ เริ่มบิดเบี้ยว เสียงแมวร้องริมหน้าต่าง หรืออาจจะเป็นเสียงท้องร้องของเธอเองก็ไม่แน่ใจ ค่อย ๆ แผ่วเบา ความมึนงงเข้าครอบงำจนหลินหลินร่วงลงจากโซฟาไปกองกับพื้น

"โอ๊ย! นี่ฉันกินยานอนหลับผิดขวดรึเปล่าเนี่ย?" เธอพยายามลืมตา แต่ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่เพดานห้องเช่าที่คุ้นเคย แต่เป็นเพดานไม้สีเข้มสลักลายประหลาด กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ที่ไม่รู้จักลอยมาแตะจมูก แทนที่จะเป็นกลิ่นถุงเท้าที่ยังไม่ได้ซัก

ร่างกายของเธอหนักอึ้งไปด้วยเสื้อผ้าหลายชั้นที่ดูเหมือนหลุดมาจากพิพิธภัณฑ์จีน เธอพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง มองไปรอบ ๆ ห้องที่ตกแต่งราวกับฉากในละครพีเรียดราคาถูก โต๊ะเครื่องแป้งไม้โบราณ กระจกทองเหลืองเป็นเงาวับ แม้จะไม่ชัดเท่ากระจกในห้องน้ำของเธอก็ตาม และบานหน้าต่างไม้ที่แกะสลักลวดลายจนรกตา

มือเรียว ๆ ที่ดูจะเล็กลงกว่าเดิม สัมผัสเข้ากับผมที่ถูกเกล้ามวยสูงอย่างประณีต หลินหลินถึงกับร้อง "เหวอ!" ในใจ นี่มันไม่ใช่ทรงผมที่ทำเองแบบลวก ๆ สำหรับอยู่บ้านแน่ ๆ

แล้วชื่อหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว เหมือนโดนใครเอาค้อนทุบซ้ำเข้าไปอีกที… หลินซูเหยา… นางเอกผู้น่าสงสาร ที่หลินหลินเพิ่งบริภาษว่าปัญญาอ่อน จากนิยายเรื่องนั้น! ให้ตายเถอะ! นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

อย่าบอกนะว่าทะลุมิติมาในนิยายคุณธรรมเรื่องนั้นจริง ๆ หรือว่าแค่อินจากบทนางร้ายแล้วเผลอหลับฝันไป?

หลังจากสบัดหัวไปมา ความทรงจำของหลินซูเหยาก็ทะลักล้นเข้าสู่โสตประสาท ทำเอาหญิงสาวถึงกับหลุดคำผรุสวาทออกมา

“เชี้ย……ชิบหายแล้ว”

ไม่ชิบหายได้อย่างไร นางเอกคนดีคนนี้คือนางเอกโลกสวยที่สุดในสามภพแล้ว โดนทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีก ตอนจบดันทะลึ่งให้อภัยทุกคนไม่คิดร้ายกับใคร

แล้วที่พระเอกอย่างหลิวเฟิงมารักนางได้ ทั้งหมดก็เพราะความดีจนไม่ลืมหูลืมตาของตัวหลินซูเหยาเอง เรียกได้ว่าเป็นนางเอกที่โง่งมบรมโง่ หรือถ้าตามภาษาของนางร้ายหลินหลิน คือ นางเอกคนนี้กินหญ้าแทนข้าวนั่นเอง

ตอนที่ 1

ขณะที่ หลินหลิน กำลังนั่งมึนงงอยู่บนเตียงโบราณ พยายามประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดที่เพิ่งเกิดขึ้น อยู่ ๆ ก็มีเสียงประหลาดดังขึ้นในหัวของนางราวกับมีใครเปิดวิทยุที่คลื่นสัญญาณไม่ดี

[กำลังโหลด… "ระบบนำทางพล็อตหลัก" กำลังเชื่อมต่อกับผู้ใช้งาน โค้ดเนม: หลินซูเหยา]

"โอ้โห! ระบบในนิยาย! มันมาจริง ๆ ด้วย!" หลินหลินบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร แต่หนึ่งในนั้นคือความรู้สึกเยาะเย้ย หากรู้ว่าใครเขียนบทนี้ นางคงตามไปด่าถึงบ้าน ทะลุมิติมาในนิยายที่ตัวเองไม่อยากเล่นไม่พอ ดันมาอยู่ในร่างของนางเอกหัวอ่อน ที่เป็นคนดีจนดูเหมือนจะไร้สติคนหนึ่ง

“โทษนะ นี่เรื่องจริงดิ?" บางทีนางก็รู้สึกเหมือนตัวเองฝันไป นางมั่นใจว่าไม่ได้ถูกจัดฉาก แต่ใด ๆ ก็ตามมันไม่เหมือนความจริงเลยสักนิด “ตอบหน่อยดิ อย่าเงียบ”

แต่ระบบก็ไม่สนใจความโวยวายของนางเลยแม้แต่น้อย หน้าจอสีฟ้าเรืองแสงก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้านาง ราวกับมีใครเอาแท็บเล็ตโฮโลแกรมมาวางไว้กลางอากาศ

[คำอธิบายเบื้องหลังพล็อตหลัก: ในอดีต ฮูหยินเอกเจิ้งซูเฟินคลอดบุตรสาวในคืนเดียวกับที่อนุหลงได้ให้กำเนิดบุตรสาวของตนเอง ด้วยความทะเยอทะยาน อนุหลงจึงแอบสลับบุตรสาวทั้งสองคน]

"เหอะ ๆ" หลินหลินเบะปากกรอกตามองบน พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "เรื่องสลับตัวลูกเนี่ยนะ! คนเขียนนิยายเรื่องนี้ช่าง… สร้างสรรค์สุด ๆ ไปเลย!"

แม้จะรู้ว่ามันคือนิยายแนวคุณธรรม แต่นางอ่านแค่บทที่ตัวเองจะต้องแสดงเท่านั้น ไม่ได้สนใจพลอตของคนอื่นเลยสักนิด ทว่าพลอตการสลับลูกนี้ นิยายสิบเรื่องจะมีอย่างน้อยห้าเรื่องที่เป็นเช่นนี้ ดังนั้นหญิงสาวจึงไม่แปลกใจเลยสักนิด

จอโฮโลแกรมฉายภาพชีวิตของเด็กสาวสองคนให้ดูราวกับภาพยนตร์สารคดี นางเห็นบุตรสาวของอนุหลงที่ชื่อ หลินเหมิงเหยา ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีในฐานะลูกสาวคนเดียวของฮูหยินเอก ถูกตามใจจนเคยตัว ได้หมั้นหมายกับ องค์ชายฉีจิ้น ผู้มากอำนาจ

ส่วนตัวนางซึ่งเป็นบุตรสาวที่แท้จริงของฮูหยินเอก กลับต้องทนทุกข์ในฐานะบุตรสาวอนุ ถูกสั่งสอนให้เป็นเพียงหญิงในห้องหอที่ยอมก้มหัวให้ผู้ชายอย่างไม่มีปากมีเสียง แถมยังมีชะตาต้องหมั้นหมายกับ หลิวเฟิง คุณชายหน้าจืดผู้ซึ่งในนิยายเป็นเพียงตัวประกอบที่ดูเหมือนคนดี แต่เอาเข้าจริงแล้วก็แค่คนอ่อนแอเท่านั้น

[คำสั่งภารกิจแรก: ทำตามบทและน้อมรับการหมั้นหมายกับหลิวเฟิง]

เสียงระบบสั่งการอย่างเย็นชา และทันใดนั้นความทรงจำเพิ่มเติมของเจ้าของร่างเดิมก็พรั่งพรูเข้ามาในหัว เป็นความทรงจำเกี่ยวกับลักษณะนิสัยและความชอบของหลิวเฟิงทั้งหมด

[ข้อมูลเพิ่มเติม: หลิวเฟิงเป็นเพียงชื่อปลอม ตัวตนที่แท้จริงของเขาคือองค์รัชทายาทผู้ต้องหลบหนีจากการลอบสังหาร เพราะไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา]

เพราะไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของหลิวเฟิง ดังนั้นอนุหลงเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงบัณฑิตหน้าจืดที่ไม่มีอะไรโดดเด่น จึงได้จัดการหมั้นหมายให้ เพื่อตัดความเป็นไปได้ในการแย่งชิงทุกอย่างกับหลินเหมิงเหยาในทุกวิถีทาง

"ห๊ะ!" หลินหลินแทบจะกระอักเลือดออกมาเป็นคำพูด "เมื่อกี้ว่าไงนะ? คู่หมั้นหน้าจืดของฉันคือองค์รัชทายาทที่กำลังหนีตายงั้นเหรอ!?" นางอ้าปากค้าง นี่มันไม่ใช่ละครน้ำเน่าแล้ว! แต่มันคือนิยายแนวชิงไหวชิงพริบทางการเมืองชัด ๆ!

[หากทำภารกิจสำเร็จ ท่านจะได้รับรางวัล: 1) เงินหนึ่งพันตำลึง 2) หนึ่งแต้มทักษะ]

"เงินหนึ่งพันตำลึง!?" หลินหลินตาเป็นประกายทันที "แล้วแต้มทักษะอะไรน่ะ?"

[แต้มทักษะสามารถนำไปปลดล็อกความสามารถต่าง ๆ ของโลกนี้ได้ เช่น ทักษะการปรุงยา การวาดภาพ หรือแม้แต่การต่อสู้]

หลินหลินเริ่มครุ่นคิด นางเป็นนักแสดงผู้ชาญฉลาด นางจำเป็นต้องรู้วิธีเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่ยากลำบาก นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการทำตามบท แต่มันคือเกมที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิต!

[ข้อควรระวัง: หากผู้ใช้งานขัดขืน ระบบจะทำการลงโทษตามระดับความรุนแรงของการกระทำ]

เสียงระบบยังคงดังอย่างเย็นชา แต่หลินหลินกลับไม่สนใจ นางจ้องไปที่หน้าจอโฮโลแกรม พลางยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย "ได้! ฉันจะทำตามบทให้ดูก่อน แต่ฉันรับรองเลยว่าบทนี้จะต้องถูกเขียนใหม่ในแบบของฉันแน่นอน!"

ถึงแม้จะการันตีได้ว่าดำเนินตามเนื้อเรื่อง หลินซูเหยาจะได้ครองคู่กับหลิวเฟิง ทว่าไม่เอาพระเอกสมองหมูที่ดูดีแต่ภายนอกมาทำพันธุ์เด็ดขาด

หลินหลินจะไม่มีวันยอมให้ชีวิตตัวเองเป็นเพียงหุ่นเชิดของระบบและชะตากรรมที่ไร้สาระนี้เป็นอันขาด! นางจะใช้ทุกอย่างที่ได้จากระบบเพื่อพลิกสถานการณ์และก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเรื่องนี้ให้ได้!

ตัวแม่จะแคร์เพื่อ!!!

ตอนที่ 2

หลังจากที่ระบบประกาศภารกิจแรกอย่างเป็นทางการหลินยังคงยืนค้างอยู่กลางห้องราวกับถูกแช่แข็ง นางจ้องมองอากาศว่างเปล่าเบื้องหน้าที่ระบบเพิ่งจะป้อนคำสั่งเข้ามา "เอาวะ! ได้บทแล้วก็ต้องแสดง!" นางพยายามปลุกขวัญและกำลังใจให้ตัวเอง แม้จะรู้ดีว่าบทนี้มันช่างน่าหงุดหงิดเสียเหลือเกิน!

ไม่นานสาวใช้หลายคนก็ถือถาดอาภรณ์เข้ามา นางปล่อยให้สตรีรับใช้ช่วยสวมใส่ชุดพิธีการที่หนักอึ้งและรุ่มร่ามจนน่ารำคาญ ผมที่เคยเป็นทรงมัดรวบง่าย ๆ ก็ถูกเกล้ามวยอย่างประณีตประดุจงานศิลปะ แต่นางกลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตุ๊กตาไม้ที่กำลังถูกจับแต่งตัวไปเป็นของเล่นของใครบางคน นางมองตัวเองในกระจกทองเหลืองแล้วได้แต่บ่นพึมพำในใจ

ให้ตายเถอะ! นางเอกบ้าอะไรเนี่ย! แต่งองค์ทรงเครื่องซะเว่อร์วัง ราวกับจะไปเดินพรมแดงงานประกาศรางวัลออสการ์!

ทว่าเมื่อเทียบกับชุดพิธีการของหลินเหมิงเหยาแล้วของนางยังดูเบากว่ามาก เมื่อมีคู่เปรียบเทียบแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาอีกหลายส่วน

ใจจริงแล้ว นางอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกลสุดขอบฟ้า ทว่าแค่ก้าวขาออกนอกลู่นอกทางนางก็รู้สึกราวเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสลึกเข้าไปถึงวิญญาณ ดังนั้นจึงจำต้องตามน้ำไปอย่างว่าง่าย

นางเดินออกไปสู่ลานหน้าเรือนที่ตกแต่งอย่างงดงามเพื่อจัด งานปักปิ่น และประกาศการหมั้นหมาย ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบราวกับฉากในละครที่ลงทุนมหาศาล

เมื่อไปถึง ก็เป็นเวลาที่ ฮูหยินเอกเจิ้งซูเฟิน กำลังประกาศการหมั้นหมายของ หลินเหมิงเหยา ลูกสาวที่แท้จริงของอนุหลงแต่ถูกเลี้ยงดูเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของฮูหยินเอก พิธีหมั้นระหว่างหลินเหมิงเหยากับ องค์ชายฉีจิ้น ผู้สูงศักดิ์และมีอำนาจ เป็นเรื่องที่ทำให้คนทั้งจวนอิจฉา

หลินเหมิงเหยาในชุดพิธีการสีแดงสดเดินมาหาหลินซูเหยาด้วยรอยยิ้มหวาน แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม นางก้มตัวลงเล็กน้อยแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เพียงแต่หลินซูเหยาเท่านั้นที่จะได้ยิน "น้องสาว เจ้าก็มีคู่หมั้นแล้วสินะ… แต่ไม่รู้ทำไม ข้ารู้สึกสงสารเจ้านัก คุณชายหลิวเฟิงผู้นั้นดูไม่มีอะไรเลย"

หลินซูเหยาได้แต่ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยหากคุณหนูใหญ่ของจวนหลินรู้ว่าหลิวเฟิงที่นางดูถูกนักหนานี้เป็นถึงองค์รัชทายาท ไม่รู้ว่าหลินเหมิงเหยาจะเต้นเป็นเจ้าเข้าไหม

หลังจากที่หลินเหมิงเหยาถอยกลับไป นางก็ต้องเผชิญหน้ากับ หลิวเฟิง ว่าที่คู่หมั้น ผู้ที่ในนิยายบรรยายไว้ว่า 'เป็นคนจืดชืด' แต่พอได้เห็นตัวเป็น ๆ ก็รู้สึกผิดเพี้ยนไปเยอะ แม้ชุดที่เขาสวมใส่จะดูเรียบง่าย แต่กลับมีผ้าชั้นดีและลวดลายที่ซ่อนความสง่างามไว้ได้อย่างแนบเนียน ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูเรียบง่ายแต่กลับมีความลึกซึ้งอยู่ในดวงตา คิ้วเข้มได้รูปที่รับกับดวงตาที่สงบนิ่งทำให้เขามีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด แม้จะดูเป็นบัณฑิตธรรมดา แต่ทุกท่วงท่ากลับแฝงไว้ด้วยความสูงศักดิ์ที่ยากจะเข้าถึง สมแล้วที่เป็นพระเอก

นางยืนมองหลิวเฟิงอยู่ครู่หนึ่ง ชายหนุ่มเพียงแค่ยืนนิ่งเฉย ๆ นางจึงตัดสินใจว่า 'เอาล่ะ! เป็นนางเอกก็ต้องเป็นฝ่ายเริ่ม!'

นางเป็นนักแสดง รู้ดีว่าหากต้องการให้อีกฝ่ายประทับใจในตัวเองต้องทำอย่างไร การหว่านเสน่ห์ผู้ชายโบราณคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนาง แต่นางยังไม่ทันได้อ้าปาก ระบบก็แทรกแซงขึ้นมาทันที

[คำเตือน! ผู้ใช้งานต้องแสดงออกสอดคล้องกับตัวละครหลักในบท]

จู่ ๆ ริมฝีปากของนางก็กระตุก ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวไปชั่วขณะจากความเจ็บปวด หลินซูเหยากัดฟันโมโหอยู่ในใจ “ได้ จะเอาแบบนี้ใช่ไหม?”

และสิ่งที่ออกจากปากของนางก็ไม่ใช่คำพูดอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่เป็นคำพูดที่อ่อนหวานราวกับน้ำผึ้ง

"ศิษย์พี่หลิว"

หลิวเฟิงพยักหน้าให้นางเบา ๆ เป็นการตอบรับ แต่ดวงตาของเขากลับไม่มีความรู้สึกใด ๆ ก่อนที่เขาจะหันไปสนใจกับพิธีการที่กำลังจะเริ่มขึ้น หลินซูเหยาได้แต่ยืนนิ่ง ๆ อย่างหุ่นเชิด

ทันใดนั้น ฮูหยินเอกเจิ้งซูเฟิน ผู้ที่ปกติจะวางท่าเฉยเมยกับนาง ก็ก้าวขึ้นมาบนแท่นพิธี นางมีสีหน้าเรียบเฉยแต่ในแววตากลับมีความสับสนบางอย่างที่หลินซูเหยาอ่านไม่ออก หูหยินเอกบรรจงหยิบปิ่นทองคำที่ประดับด้วยหยกขึ้นมา ก่อนจะค่อย ๆ ปักลงบนมวยผมของนางอย่างแผ่วเบา… มันเป็นสัมผัสที่ดูแข็งกระด้างแต่กลับมีความอบอุ่นประหลาดแฝงอยู่

"ขออวยพรให้เจ้ามีชีวิตที่รุ่งโรจน์" ฮูหยินเอกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาแต่มือที่สัมผัสนั้นกลับสั่นเทาเล็กน้อย

หลินซูเหยาแทบจะหยุดหายใจด้วยความสับสน นี่มันอะไรกัน? ทำไมผู้เป็นมารดาแท้ ๆ ที่จำไม่ได้ว่านางเป็นลูกถึงได้ปักปิ่นให้? แล้วทำไมถึงได้พูดจาแบบนี้? ความรู้สึกที่ได้รับจากฮูหยินเอกนั้นช่างขัดแย้งกับคำพูดของนางเหลือเกิน นางได้แต่ยืนนิ่ง ๆ ตลอดพิธีปักปิ่นจนกระทั่งสิ้นสุดพิธีการ

[ติ๊ง! ภารกิจที่ 1: น้อมรับการหมั้นหมายกับหลิวเฟิง… สำเร็จ!] [ท่านได้รับรางวัล: 1) เงินหนึ่งพันตำลึง 2) หนึ่งแต้มทักษะ]

เมื่อพิธีการจบลง ระบบก็ประกาศความสำเร็จและมอบรางวัลในทันที แสงสีฟ้าอ่อน ๆ ปรากฏขึ้นในหัวของนางอีกครั้งพร้อมกับข้อมูลรางวัลที่ได้รับ

"หึ! เอาเป็นว่า… นี่คือการเริ่มต้นของเกมสินะ" หลินซูเหยาสูดหายใจลึก นางต้องยอมรับว่าถึงแม้ภารกิจแรกจะน่าหงุดหงิด แต่มันก็ได้รางวัลตอบแทนที่คุ้มค่า นางจะต้องใช้แต้มทักษะและเงินที่ได้มาเพื่อตัวเอง

ความฝันสูงสุด คือเป็นเจ้าแม่ที่นั่งกินนอนกินอยู่บนกองเงินกองทอง

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...