โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบรนด์หรู! ในยุโรป เริ่มแตกไลน์สินค้า หลังกำลังซื้ออ่อนแอ

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 12 ก.ย 2568 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2568 เวลา 12.00 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - สำนักข่าว CNBC ระบุว่า ในขณะที่ผู้บริโภคเกือบทุกคน กำลังเผชิญกับภาวะช็อกกับราคาที่พุ่งสูงขึ้น กับแบรนด์แฟชั่นหรู ทำให้บางแบรนด์จึงเริ่มทดลองกับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีราคาจับต้องได้มากขึ้น เพื่อรักษาความต่อเนื่องและดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มใหม่

โดยคอลเล็กชันเครื่องสำอาง ที่หลายคนรอคอยอย่าง Louis Vuitton ได้วางจำหน่ายในร้านค้าและเคาน์เตอร์ของแบรนด์เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งถือเป็นก้าวล่าสุดของ LVMH ยักษ์ใหญ่แห่งวงการลักซ์ชัวรีที่มีอายุ 171 ปี

ถึงแม้ว่าลิปสติกที่มีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์จะมีราคาไม่ถูกอยู่ที่ แท่งละ 160 ดอลลาร์ แต่..ก็สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง ของเหล่าผู้เล่นในอุตสาหกรรมลักซ์ชัวรี ที่พยายามดึงดูดลูกค้าเข้าร้านมากขึ้น โดยไม่ทำให้ผลิตภัณฑ์หลักของแบรนด์เสียเอกลักษณ์ไป

ด้วยการแต่งตั้งช่างแต่งหน้าชื่อดัง Pat McGrath เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ Louis Vuitton อาจหวังว่าคอลเล็กชันลิปสติก 55 สี, ลิปบาล์ม 10 ชิ้น และอายแชโดว์พาเลตต์ 8 สี รวมถึงกล่องใส่เครื่องสำอางขนาดเล็ก (mini trunk carry case) ราคา 2,890 ดอลลาร์ จะดึงดูดกลุ่มผู้ติดตามที่เป็นคนหนุ่มสาวในสหรัฐฯ ได้

ทั้งนี้ การขยายเข้าสู่ธุรกิจเครื่องสำอางครั้งนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับแบรนด์อื่น ๆ เช่น Prada, Celine ของ LVMH, Dries Van Noten และในไม่ช้าก็จะเป็น Miu Miu "ธุรกิจความงามเป็นหมวดหมู่ที่น่าสนใจในมุมมองทางการเงิน เนื่องจากมีอัตรากำไรขั้นต้น (GM%) ที่สูง

ในขณะเดียวกัน ความนิยมอย่างล้นหลามของพวงกุญแจ Labubu ได้ทำให้เกิดกระแสเครื่องประดับห้อยกระเป๋าสุดหรูระลอกใหม่ รวมถึงจากแบรนด์ Coach, Longchamp และตัวเลือกราคา 1,420 ดอลลาร์จาก Louis Vuitton เนื่องจากแบรนด์ต่าง ๆ เดิมพันว่ากระแส "treatonomics" (การให้รางวัลตัวเอง) จะล่อให้ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินซื้อความหรูหราเล็ก ๆ น้อย ๆ แม้จะลดการใช้จ่ายในสินค้าที่มีราคาสูงก็ตาม

แบรนด์หรูกำลังเจอปัญหา?

จากการแตกไลน์สินค้า ของธุรกิจของแบรนด์หรูเกิดขึ้นในขณะที่อุตสาหกรรมนี้ อาจมาจากภาวะชะลอตัวในวงกว้าง, ภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ และแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

โดยนักวิเคราะห์หุ้นอาวุโสจาก Morningstar กล่าวว่า"แบรนด์ต่าง ๆ กำลังใช้กลยุทธ์จากปี 2015, 2016" โดยอ้างถึงช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมซบเซาอีกครั้งท่ามกลางความต้องการที่ลดลงจากประเทศจีน

เธอกล่าวว่า "ในตอนนั้น แบรนด์ต่าง ๆ หันไปหาแนวสตรีทแวร์ เช่น รองเท้าผ้าใบ, กระเป๋าถือขนาดเล็ก และเครื่องประดับห้อยกระเป๋า" "ความพยายามเหล่านั้นพิสูจน์แล้วว่า ประสบความสำเร็จอย่างมากในอดีต โดยมีสัดส่วนการซื้อจากผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัวโดยรวม"

การขยายตลาดสินค้าหรู

ในครั้งนี้ อุตสาหกรรมลักซ์ชัวรีอยู่ภายใต้แรงกดดันมาตั้งแต่ปี 2022 เมื่อการบูมในยุคโควิด-19 สิ้นสุดลงและเปลี่ยนเป็นความซบเซา เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มเบื่อหน่ายกับการขึ้นราคาที่สูงลิ่ว และบ่อยครั้งที่พวกเขาเห็นว่าไม่สมเหตุสมผล

ด้าน Bank of America Securities กล่าวในรายงานปี 2022 ว่ารายได้และการเติบโตของภาคส่วนนี้ ในอนาคตจะถูกกำหนดโดยสามปัจจัย ได้แก่ การเพิ่มขนาดตลาดโดยรวม (TAM) เป็นสองเท่า รวมถึงด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ, การเพิ่มความเกี่ยวข้องทางวัฒนธรรม และการลงทุนในแบรนด์อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความอยากได้ อย่างของในหมวดหมู่สินค้าหรูใหม่ ๆ ได้แก่ รองเท้า, แว่นตา, น้ำหอม และเครื่องหนังขนาดเล็ก

ในทางกลับกันราคาที่ต่ำลง สามารถดึงดูดฐานลูกค้าที่อายุน้อยและกว้างขึ้น เข้าสู่การรับรู้ของแบรนด์ โดยหวังว่าผู้บริโภคจะอยูกับแบรนด์เมื่อเวลาผ่านไป โดยลูกค้าอายุน้อยมีส่วนร่วมกับแบรนด์หรูมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยได้รับการสนับสนุนจากความเกี่ยวข้องทางวัฒนธรรม, การมีส่วนร่วมทางออนไลน์ และการโฆษณา เมื่อลูกค้าเหล่านี้มีรายได้สูงขึ้น, มีทรัพย์สินมากขึ้น และการโอนทรัพย์สินระหว่างรุ่นยังคงดำเนินต่อไป คนรุ่นใหม่นี้ จะควบคุมสัดส่วนความมั่งคั่งและกำลังบริโภคของโลกที่มากขึ้น จึงเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญสำหรับอุปสงค์สินค้าหรู"BofA Securities กล่าวในรายงาน

Cecile Cabanis ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ LVMH ยอมรับกลยุทธ์ดังกล่าว ระหว่างการประชุมสรุปผลประกอบการไตรมาสที่สอง ของกลุ่มบริษัทหรูสัญชาติฝรั่งเศสในเดือนกรกฎาคม

"เราต้องเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่ ต้องมีข้อเสนอที่คุณสามารถดึงพวกเขา, ดึงดูดเขา และจากนั้นพวกเขาสามารถก้าวขึ้นบันไดรับคุณค่าของคุณได้ เราปฏิเสธที่จะทำกระเป๋าราคาถูก แต่..วิธีที่เราทำคือ Vuitton. Vuitton คือความน่าปรารถนาที่ดีที่สุดเสมอ, คุณภาพที่ดีที่สุดเสมอ ดังนั้น เราจึงใช้หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงได้ เช่น น้ำหอม, เครื่องหนังขนาดเล็ก และอื่น ๆ อีกเล็กน้อย เพื่อมาเติมกับพอร์ตโฟลิโอ" เธอกล่าว

เร่งสร้างสมดุลของแบรนด์

โดยแต่แบรนด์ต่าง ๆ ต้องรักษาสมดุลความดึงดูดใจ โดยไม่ทำให้ความพิเศษเฉพาะตัวของแบรนด์ลดลง การผลักดันเข้าสู่หมวดหมู่ใหม่ ที่มีราคาต่ำกว่า ควรทำควบคู่ไปกับการขยายการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูงกว่าของแบรนด์ เพื่อให้แน่ใจว่ายังคงตอบสนองลูกค้าที่ร่ำรวยอยู่ Sokolova กล่าว

ทั้งนี้ แบรนด์บางแห่งเรียนรู้บทเรียนนี้ อย่างยากลำบาก ไม่ว่าจะลดราคาอย่างหนักของแบรนด์อย่างBurberry และ Gucci ในอดีต ทำให้พวกเขามีปัญหากับการกู้คืนสถานะ ในหมู่ผู้บริโภคที่ใช้จ่ายสูง

อย่างไรก็ตาม การแตกไลน์หมวดหมู่ของแบรนด์ในยุคที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ลดลง จะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นยังคงต้องรอดูต่อไป?

"ทุกแบรนด์ต้องสร้างตัวเองกับผู้บริโภครุ่นใหม่ มิฉะนั้นความน่าดึงดูดใจของมันก็จะแก่ตัวไปพร้อมกับผู้ซื้อในปัจจุบัน ท้ายที่สุดแล้ว ผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าหรู ท่ามกลางความอ่อนไหวทางเศรษฐกิจที่มากกว่า ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น เพื่อให้พวกเขามีกำลังซื้อที่เติบโตอย่างยั่งยืน" Sokolova กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...