โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MOODY: ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย ยิ่งมีพลังในการทุ่มเท เพราะการซื้อใจลูกทีมของหัวหน้าที่ดี คือการเห็นคุณค่าของสมาชิกทุกคน

BrandThink

เผยแพร่ 11 ก.ย 2568 เวลา 03.58 น.

ใครๆ ก็อยากถูกมองเห็น อยากเป็นคนสำคัญกันทั้งนั้น

เวลาที่เราทำงานอยู่ในทีม สิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้าม แต่กลับสำคัญอย่างยิ่งต่อหัวใจของคนทำงาน คือ ‘การรู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย’ เพราะเมื่อใครสักคนรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำมีค่าและได้รับการมองเห็นจริงๆ เขาจะพร้อมมีส่วนร่วม ทุ่มเท และมีกำลังใจมากกว่าการถูกขับเคลื่อนด้วยเงินเดือนหรือรางวัลเสียอีก

และฟันเฟืองสำคัญที่จะทำให้ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นได้ก็คือ ‘หัวหน้า’ หัวหน้าที่ไม่ใช่เพียงคนสั่งงานหรือคุมทีมให้เดินไปตามแผน แต่คือผู้นำที่มีสายตาอันละเอียดอ่อนพอที่จะ ‘มองเห็น’ ความพยายามของลูกทีม รับฟังด้วยใจจริง และยืนยันให้พวกเขารู้ว่าตัวเองคือส่วนสำคัญของภาพใหญ่ หัวหน้าที่ใส่ใจเช่นนี้สามารถเปลี่ยนความรู้สึกเล็กๆ ของการทำงานประจำวัน ให้กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับทีมได้

แซค เมอร์คิวริโอ (Zach Mercurio) ผู้เขียนหนังสือ ‘The Power of Mattering: How Leaders Can Create a Culture of Significance’ จึงเสนอแนวทางเล็กๆ ที่ทรงพลังในการทำให้คนในทีมรู้สึกว่าตนเองมีความหมาย ผ่านกรอบความคิดที่เขาเรียกว่า ‘N.A.N. framework’ ประกอบด้วย

1 – Noticing: การฝึกที่จะมองเห็นและรับฟังผู้อื่นอย่างแท้จริง

2 – Affirming: การฝึกที่จะแสดงให้ผู้คนเห็นว่าของขวัญที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเขามีความหมายอย่างไร

3 – Needing: การฝึกที่จะแสดงให้ผู้คนเห็นว่าพวกเขามีความจำเป็นอย่างขาดไม่ได้

เขาเน้นย้ำว่า “ความรีบเร่งและความใส่ใจไม่อาจอยู่ร่วมกันได้” แค่หยุดสักนิดเพื่อบอกใครบางคนว่า สิ่งที่เขาทำมันดีและสำคัญเพียงใด ก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจคนคนหนึ่งมีกำลังใจในการทำงานต่อไปได้

ตัวอย่างเล็กๆ เช่น การจด ‘สมุดบันทึกการสังเกต’ เพื่อเก็บเรื่องราวของผู้คน การให้ฟีดแบ็กที่ลึกกว่าคำว่า “ทำได้ดีแล้วนะ” โดยอธิบายว่าทำไมสิ่งที่เขาทำนั้นจึงมีคุณค่า หรือการเชื่อมโยงงานประจำวันเข้ากับพันธกิจที่ยิ่งใหญ่กว่า สิ่งเหล่านี้ช่วยเปลี่ยนมุมมองได้จริง เช่น เรื่องเล่าของภารโรงที่ NASA ที่ตอบว่าเขากำลังช่วยส่งมนุษย์ขึ้นไปบนดวงจันทร์ ซึ่งสะท้อนชัดเจนว่าแม้งานเล็กๆ ก็มีความหมายเมื่อเชื่อมโยงเข้ากับภาพรวมที่ใหญ่กว่า

แนวคิดนี้ยังเชื่อมโยงกับงานของ เวเนสซา เอิร์ช ดรูสแคต (Vanessa Urch Druskat) ในหนังสือ ‘The Emotionally Intelligent Team: Building Collaborative Groups That Outperform the Rest’ ที่บอกว่าการสร้างทีมที่ชาญฉลาดทางอารมณ์ ต้องสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยและไว้ใจกันได้ เพราะเมื่อคนรู้สึกปลอดภัย พวกเขาจะเปิดใจพร้อมร่วมมือกัน แทนที่จะทำงานภายใต้การตำหนิหรือความกลัว

เธอเสนอให้ทีมสร้างกิจวัตรง่ายๆ เช่น การแบ่งปันความคิดเห็นอย่างสม่ำเสมอ การเรียนรู้และแก้ปัญหาร่วมกันโดยยอมรับว่าไม่มีใครรู้ทุกอย่าง และการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ด้วยการแลกเปลี่ยนกับทีมอื่นๆ ภายในองค์กร

สุดท้ายแล้ว ความหมายที่แท้จริงของการเป็นผู้นำ ไม่ใช่เพียงการมีวิสัยทัศน์ใหญ่โต แต่คือการทำให้ทุกคนรู้สึกว่าพวกเขามีที่ทาง มีคุณค่า และมีบทบาทสำคัญในสิ่งที่กำลังสร้างร่วมกัน

เพราะเมื่อหัวใจของใครคนหนึ่งรู้ว่าตัวเอง ‘สำคัญ’ เขาจะยอมก้าวไปให้ไกลกว่าที่เคย และนั่นเองคือพลังที่แท้จริงของทีมที่ยิ่งใหญ่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...