โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MOODY: เพราะเราต่างมีจังหวะของตัวเอง สำรวจ ‘Time Personality’ ยิ่งรู้จัก ยิ่งจัดการตัวเองได้ดีขึ้น

BrandThink

เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 07.30 น.

เคยสังเกตไหม ว่าคนเรามีพฤติกรรมการตอบสนองต่างกันทุกครั้งเวลาที่มีการนัดหมายเกิดขึ้น

มีทั้งคนที่กระตือรือร้น คนที่ชิลทำตัวสบายๆ บางคนเร่งรีบ แต่บางคนกลับเชื่องช้า จนไม่ทันเวลานัด สุดท้ายย่อมถูกตำหนิจากคนอื่นๆ อยู่เสมอ แล้วสิ่งที่ทุกคนตั้งคำถามคือ

ทำไมคนมาสายถึงไม่ให้ความสำคัญกับคุณค่าของเวลา?
ทำไมไม่มีความรับผิดชอบเลย?

แต่รู้ไหมว่าเบื้องหลังความแตกต่างที่เราตอบสนองต่อเวลานั้น ยังสะท้อนถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘Time Personality’ หรือบุคลิกภาพด้านเวลาของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย

นักสังคมสงเคราะห์คลินิก คริสติน แอนเดอร์สัน (Kristin Anderson) อธิบายว่า บุคลิกภาพด้านเวลาเป็นสไตล์ตามธรรมชาติของเราในการจัดการเวลา ซึ่งมีอิทธิพลต่อวิธีคิด วิธีรับมือ และรูปแบบการใช้เวลาที่เราสร้างขึ้นในชีวิตประจำวัน บุคลิกภาพนี้ไม่ได้มีเพียงแบบเดียว แต่สามารถจัดอยู่บนสเปกตรัม ตั้งแต่คนที่เข้มงวดมากกับเวลาไปจนถึงคนที่ยืดหยุ่นเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ ดร.ไรอัน ซุลตาน (Ryan Sultan) จิตแพทย์และผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตเวชคลินิก มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ยังเสริมอีกว่า บุคลิกภาพด้านเวลาสามารถส่งผลต่อความสามารถในการใช้ชีวิตของคนเรา และบางครั้งยังเกี่ยวข้องกับภาวะทางจิตใจ เช่น ADHD ซึ่งทำให้เห็นชัดว่าความสัมพันธ์กับเวลาไม่ได้เป็นเพียงเรื่องวินัยหรือการตรงต่อเวลา แต่ยังเชื่อมโยงกับโครงสร้างทางจิตใจและชีววิทยาอีกด้วย โดยบุคลิกภาพด้านเวลาที่พบบ่อยมีอยู่ 4 แบบ ดังนี้

1 – Time Optimis: สายชิลที่มักคิดว่าเวลามีเหลือเฟือ มักออกจากบ้านโดยไม่เผื่อเวลาในการเดินทาง และมักประเมินเวลาที่ใช้ในการทำสิ่งต่างๆ ต่ำเกินไปจนมาสายเป็นประจำ

2 – Time Anxious: สายเผื่อเวลาที่กังวลอยู่ตลอดเวลา มักคิดว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นหรือผิดพลาดอยู่เสมอ จึงมักไม่เคยสายเพราะไปถึงก่อนเวลานัดล่วงหน้าตลอด

3 – Time Bender: สายองค์ลงที่มักจะทำอะไรได้ดีก็ต่อเมื่อมีแรงกระตุ้น แรงบันดาลใจ หรือความรู้สึก แต่ในขณะเดียวกันก็มักลืมเวลาและมาสายอยู่เสมอ แล้วการมาสาย 10 นาทีสำหรับพวกเขาแทบจะถือเป็นการตรงเวลาเสียด้วยซ้ำ คนกลุ่มนี้มักมีความคิดสร้างสรรค์สูง และสามารถเข้าสู่ภาวะ ‘Flow State’ ได้ง่ายเมื่อมีแรงบันดาลใจ ดังนั้น คนกลุ่มนี้มักต้องเผื่อเวลามากเป็นพิเศษ

4 – Time Blind: สายมึนงงประมวลผลไม่ถูก ซึ่งมักพบในผู้ที่มีภาวะ ADHD หรือมีปัญหาด้านทักษะการจัดการตัวเองสูง (Executive Function) ที่ช่วยให้คนเราสามารถควบคุมความคิด อารมณ์ พฤติกรรม โดยคนกลุ่มนี้อาจเริ่มต้นทำงานหนึ่งชิ้นแล้วพบว่าเวลาผ่านไปนานกว่าที่คิดโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะไม่สนใจหรือไม่ให้เกียรติผู้อื่น แต่เพราะสมองของพวกเขามีข้อจำกัดในการประมวลผลเรื่องเวลาโดยตรง

ความแตกต่างเหล่านี้เกิดจากทั้งบุคลิกภาพและปัจจัยทางชีววิทยา แอนเดอร์สัน อธิบายว่าคนที่มีบุคลิกแบบ ‘Type A’ มักเคร่งครัดกับเวลาและเข้มงวดกับตาราง ส่วนคนที่มีบุคลิกแบบ ‘Type B’ จะยืดหยุ่นกว่าและโน้มเอียงไปทางการเป็น‘Time Bender’

ดร.ซุลตาน ยังอธิบายเสริมว่า ปัจจัยทางสมองมีบทบาทสำคัญ เมื่อสมองอยู่ในภาวะตื่นตัวจากความวิตกกังวล เวลาอาจถูกรับรู้ว่าผ่านไปช้าลง ในทางตรงข้าม ระดับโดพามีนที่สูงสามารถเร่งนาฬิกาภายในสมอง ทำให้รู้สึกว่าเวลาเดินเร็วขึ้น และเมื่ออายุมากขึ้น เรามีประสบการณ์ใหม่ๆ น้อยลงและการเผาผลาญโดพามีนช้าลง ทำให้เวลาถูกรับรู้ว่าเดินเร็วกว่าความเป็นจริง

แม้บุคลิกภาพด้านเวลาจะทำให้เรามีปัญหากับการจัดการชีวิต แต่ข่าวดีก็คือ เรายังสามารถเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับมันได้ ตัวอย่างเช่น แอดวา ชาวีฟ (Adva Shaviv) นักเขียนที่มีภาวะ ADHD ใช้แอปพลิเคชัน Routinery เพื่อเตือนตัวเองให้ขยับจากงานหนึ่งไปสู่อีกงานหนึ่ง และเธอมักเผื่อเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า 30-60 นาที เพื่อเลี่ยงการมาสาย

ด้านเกรซ โอเกรน (Grace Ogren) นักเขียนด้านสุขภาพจิตที่ระบุว่าตัวเองเป็น Time Anxious พบว่าการปรับตารางเวลาเล็กๆ เช่น เลื่อนกิจวัตรก่อนนอนออกไป 10 นาที แล้วเห็นว่ายังไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้น ช่วยให้เธอเรียนรู้ที่จะยืดหยุ่นมากขึ้น และการอธิบายให้คนใกล้ตัวฟังว่าทำไมเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญ ก็ทำให้เธอได้รับการสนับสนุนที่ดีขึ้น

ขณะที่เอมิลี เมนเดซ (Emily Mendez) อดีตนักบำบัดผู้ก่อตั้ง Priceless Copy ซึ่งระบุว่าตัวเองเป็น Time Optimis และยังต้องเผชิญกับโรคอารมณ์สองขั้ว เลือกทำตารางจัดสรรเวลาในแต่ละวัน รวมถึงตั้งการแจ้งเตือนหลายครั้งเพื่อให้มีเวลาเพียงพอระหว่างภารกิจต่างๆ

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าความสัมพันธ์ของเรากับเวลาไม่ได้เป็นเพียงเรื่องนิสัยหรือวินัย แต่เป็นส่วนหนึ่งของบุคลิกภาพและชีววิทยาที่ซับซ้อน การเข้าใจว่าตนเองมีบุคลิกภาพด้านเวลาแบบไหน ไม่เพียงช่วยให้เราหาทางออกกับการมาสายหรือการจัดตารางชีวิตเท่านั้น แต่ยังทำให้เรารู้จักตัวเองในระดับที่ลึกขึ้น และสามารถใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมในการทำงานร่วมกับตัวตนเหล่านั้นได้

อีกสิ่งสำคัญของการรู้จัก Time Personality ของตัวเอง ไม่ใช่เพื่อร้องขอให้คนอื่นเข้าใจว่าเราเป็นแบบไหน แต่เพื่อให้เราตระหนักว่าบุคลิกภาพด้านเวลาของเราจำเป็นต้องปรับปรุงตรงไหนหรือเปล่า เพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด รวมถึงไม่เดือดร้อนคนอื่นอีกด้วย

แม้ทุกคนจะมีจังหวะเวลาเป็นของตัวเอง แต่บางครั้งก็จำเป็นต้องปรับจังหวะของเราให้เข้ากับคนอื่นด้วยเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...