โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สวีเดน-ไทย ยกระดับเป็น หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เสริมแกร่งกันและกัน

SpringNews

อัพเดต 27 ส.ค. 2568 เวลา 07.19 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 06.48 น.

วันที่ 26 ส.ค. 68 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยข้อสรุปการเดินทางเยือนราชอาณาจักรสวีเดนอย่างเป็นทางการ และได้ร่วมลงนามยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการ รวมถึงได้มีโอกาสพบปะกับภาคเอกชนของสวีเดนด้วย

นายมาริษ กล่าวว่า ตนได้มีโอกาสพบกับกลุ่มนักธุรกิจชาวสวีเดนที่มีการลงทุนในประเทศไทยอยู่แล้วและกลุ่มที่สนใจมองหาช่องทางจะลงทุนในอนาคต มีการนัดหมายรับประทานอาหารมื้อเช้าร่วมกัน (Working Breakfast) เช่น บริษัทแอสตราเซเนก้า, อิเล็กโทรลักส์, อิริคสัน รวมถึงกลุ่มนักลงทุนด้านการศึกษา โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี เช่น AI หรือ Data Center เป็นต้น

นายมาริษ ระบุว่า การได้พบปะภาคเอกชนของสวีเดน ตอบสนองเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการให้ธุรกิจไทยมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เดินหน้าจากการเป็นฐานการผลิต เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน (Value Chain) ในต้นน้ำของอุตสาหกรรมมากขึ้น ยกระดับความร่วมมือกับสวีเดนในการทำ Joint Research and Development เป็นศักยภาพที่โดดเด่นของสวีเดนในด้านการศึกษาที่เข้มแข็งและถ่ายทอดไปสู่ภาคการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม

“ผมได้อธิบายต่อนักธุรกิจประเทศสวีเดนว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ที่มีนัยยสำคัญ ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่จะเชื่อมร้อยประเทศเพื่อนบ้านได้รอบด้าน ความโดดเด่นด้านยุทธศาสตร์ของไทยดังกล่าวจึงเป็นจุดดึงดูดนักลงทุนชาวสวีเดนให้สนใจลงทุนในไทยอย่างมาก“

นายมาริษ เผยว่า โครงสร้างด้านการศึกษาเป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบ เรามีนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และนักวิจัย ที่พร้อมจะพัฒนาให้ธุรกิจต่างๆ มีโครงสร้างตั้งต้นจากการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น จะเป็นการเพิ่มมูลค่าในกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ

“ภาคการผลิตในปัจจุบันและอนาคตต้องใช้องค์ความรู้ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี เราจะมีความร่วมมือกับภาคธุรกิจในการพัฒนา โดยได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝั่ง ร่าง Action Plan เพื่อให้เห็นว่าเราจะสนับสนุนเอกชนในด้านไหน เช่น ด้าน Green Transition, Green Energy, การศึกษา, ความร่วมมือด้านการแพทย์ รัฐต้องผลักดันให้ผู้เล่นคือภาคเอกชนทั้งสองฝั่งมาร่วมลงทุนกันได้ ใช้จุดแข็งมาเกื้อหนุนกัน จะทำให้เห็นผลสำเร็จที่ยั่งยืน นั่นคือรูปธรรมที่จะเกิดขึ้นจากการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของทั้งสองประเทศในครั้งนี้“ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว

นายมาริษ เผยว่า หลายบริษัทมองเห็นศักยภาพของประเทศไทยที่จะเป็นตัวเชื่อมโลก เพราะเราอยู่ตรงกลาง ทำให้เราสามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่ในการเชื่อมโลกตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน ซึ่งตรงตามเป้าหมายของประเทศไทยที่ต้องการเป็นจุดศูนย์กลางในการเชื่อมต่อประเทศกลุ่มกำลังพัฒนา ให้มีบทบาทใหม่ในการกำหนดบริบทใหม่ของโลก ทุกปัจจัยข้างต้นทำให้ประเทศสวีเดนได้เห็นศักยภาพที่เด่นชัดขึ้น เข้าใจนโยบายของพวกเรา

จากนั้นในช่วงเที่ยง นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ได้เข้าหารือทวิภาคีกับนาง Maria Malmer Stenergard รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดน ได้รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน (Lunch Working) โดยได้ยืนยันถึงความพร้อมของไทยทั้งด้าสโครงสร้างพื้นฐาน โครงสร้างการศึกษา ความพร้อมในการเป็นจุดเชื่อมต่อของโลก และความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคเอกชนในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้ประเทศสวีเดนให้ความสำคัญกับประเทศไทยอย่างมาก

นอกจากนี้ นายมาริษ ยังใช้โอกาสนี้นำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อให้รัฐบาลสวีเดนเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในความตึงเครียดชายแดนไทยกับกัมพูชา พร้อมยืนยันว่าไทยได้ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติอย่างเคร่งครัด ได้หารือกรณีที่กัมพูชาใช้พลเมืองเข้ามาเป็นโล่มนุษย์ กดดันสร้างความขัดแย้งในเขตพรมแดน ขัดต่อข้อตกลงหยุดยิง ละเมิดอนุสัญญาเจนีวา กฎหมายระหว่างประเทศและกฏบัตรของสหประชาชาติ

“รัฐบาลสวีเดนได้ชื่นชมประเทศไทย โดยเฉพาะหลังการลงนามซื้อกริฟเพน ทำให้รัฐบาลสวีเดนสนับสนุนเรา เพราะเชื่อว่าการปฏิบัติการทางทหารของเราเป็นไปเพื่อกำจัดการรุกราน ตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด“

การลงนามในข้อตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์นี้ตอกย้ำถึงความลึกซึ้งและความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างประเทศไทยและสวีเดน ซึ่งได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การลงนามสนธิสัญญามิตรภาพ การพาณิชย์ และการเดินเรือระหว่างกันฉบับแรกเมื่อปี พ.ศ. 2411

ในปัจจุบัน มีบริษัทสวีเดนกว่า 100 แห่งดำเนินกิจการอยู่ในประเทศไทย มีชาวสวีเดนกว่า 220,000 คนเดินทางมาเยือนประเทศไทยในแต่ละปี และมีชาวไทยราว 70,000 คนพำนักอยู่ในสวีเดน ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนที่ยั่งยืนของทั้งสองประเทศ เป็นก้าวสำคัญและตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสองประเทศในการขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกภาคส่วนให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...