เด็ก ม.2 ดัดแปลงประทัด ขว้างบึ้ม สะเก็ดกระเด็นถูกหางคิ้วแตกเลือดอาบ
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 01 ต.ค. 2568 เวลา 06.54 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. 2568 เวลา 06.54 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(1 ต.ค.68) คลิปจากโลกออนไลน์ความยาว 27 วินาที เผยภาพเด็ก ม.2 โยนประทัดไปบนถนน ก่อนที่ประทัดจะแตกออก สะเก็ดระเบิด กระเด็นใส่ตัว จนเด็กตะโกนร้องว่าหัวแตก ก่อนที่จะปรากฏภาพเพื่อนพาขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปส่งที่รพ. สต.บ้านนาฝาย ตำบลดงดวน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พร้อมเสียงในคลิปบอกว่า "เดี๋ยวกูบอกหมอให้ว่าหกล้ม" ภายหลังจากที่คลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมากถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ รพ. สตบ้านนาฝาย ตำบลดงดวน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พูดคุยกับ นายสุรีย์ ลอมโฮม ผอ.รพ.บ้านนาฝาย กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (27 กันยายน) กลุ่มเด็กมาด้วยกัน 5 คนขี่รถจักรยานยนต์มา 2 คัน ตอนแรกแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ว่าหกล้มก้อนหินบาด แต่ตอนหลังก็มาเห็นในคลิปจากโซเชียลว่าเป็นการโยนประทัดที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง พอมาล้างแผลวันหลัง ทางเด็กก็ยอมรับว่า โยนประทัด ซึ่งในวันนั้นเจ้าหน้าที่ประเมินแล้วว่ามีเลือดออกเยอะ เจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยการห้ามเลือด ปิดผ้าก๊อซ แล้วส่งตัวไปเย็บแผลที่ รพ.นาดูน โดยได้เย็บแผลไป 3 เข็ม อาการตอนนี้ปลอดภัยแล้ว โดยน้องยังต้องมาล้างแผลที่รพ. สต 7 วัน ก่อนตัดไหม เด็กร่าเริงดี ยังดื้อเหมือนเดิม
นางสุพรรณณี คำพวง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ ซึ่งเข้าเวรในวันนั้น กล่าวว่า ช่วงวันเสาร์เวลาประมาณ 14:00 น มีเด็กวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดที่หน้ารพ.สต. 2 คัน ผู้ประสบเหตุได้รับบาดเจ็บ หางคิ้วด้านซ้ายแตก มีเลือดออกเยอะ แต่เด็กน่าจะไปล้างแผลมาก่อนแล้ว คือมีน้ำเปียกทั่วตัว จึงได้ล้างแผลปฐมพยาบาลให้เบื้องต้น และให้น้องไปแจ้งผู้ปกครองให้รับทราบ เมื่อผู้ปกครองมา ก็ได้สอบถามว่าจะเย็บแผลที่รพ. สต.หรือไม่ แต่เข็มเย็บขนาดเล็กหมด มีแต่เข็มเย็บขนาดที่ใหญ่กว่าเย็บแผลบนใบหน้า ทางผู้ปกครองประสงค์ที่จะไป รพ.นาดูน จึงได้ส่งตัวไปเย็บแผลที่ รพ.นาดูน ซึ่งตอนที่น้องเข้ามาบอกว่าเล่นกันแล้วรถล้มหัวกระแทกพื้น แต่น้องไม่มีบาดแผลที่อื่น ซึ่งก็น่าสงสัยอยู่ ส่วนผู้ปกครองก็ไม่อยู่ในเหตุการณ์ก็ไม่ทราบว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น แต่ก็มาทราบภายหลังว่าเหตุเกิดจากการเล่นประทัด
ขณะที่ นางอรวรรณ นุตะดี ปลัดอาวุโสรักษาการนายอำเภอนาดูน กล่าวว่า หลังจากทราบเรื่องก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ก็ปรากฏว่า เด็กและเพื่อนๆไปประกอบประทัดขึ้นมาเอง โดยไปซื้อประทัดลูกบอล มาจากต่างอำเภอ แล้วมาดัดแปลงเอง ก่อนจะนำไปโยนจนเกิดเหตุขึ้น เด็กๆอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่จริงๆแล้วมีโทษในทางอาญามีทั้งโทษปรับและโทษจำคุก หากไปเล่นแล้วเกิดมีประชาชนได้รับบาดเจ็บสร้างความเดือดร้อนรำคาญก็มีโทษเช่นเดียวกัน โดยทางอำเภอได้มีการประชุมผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่มีการกวดขันการเล่นดอกไม้ไฟการจุดและปล่อยพลุ ตะไล โคมลอย โคมควัน ในช่วงเทศกาลออกพรรษาและลอยกระทงที่กำลังจะมาถึง
โดยได้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้นำชุมชนไปประชาสัมพันธ์ในหมู่บ้าน รวมถึงร้านค้าหากจำหน่ายพลุดอกไม้ไฟจะต้องได้รับอนุญาตจากนายอำเภอเท่านั้น หากเกิดกรณีอุบัติภัยขึ้นไม่ว่าจะเป็นดอกไม้เพลิงหรือการระเบิดของดอกไม้เพลิงโดยประมาทและขาดความระมัดระวังจนเกิดอันตรายจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 202 ถึงมาตรา 224 ผู้กระทำความผิดอาจต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีและปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรืออาจต้องระวังโทษประหารชีวิตจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี นอกจากนี้หากผู้ใดทำให้เกิดเสียงโดยไม่มีเหตุอันสมควรจนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อนต้องระวังโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
ด้าน ด.ช.เวียร์ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนๆไปซื้อประทัดลูกบอลมาจากร้านค้า ในราคาลูกละ 2 บาท ซื้อมาประมาณ 20 ลูก และได้มาแกะเอาดินระเบิดข้างใน มาผสมกับก้อนหิน จากนั้นนำไปห่อด้วยถุงยางและมัดพันด้วยเทปพันสายไฟ ก็จะได้ประทัดกระแทก เมื่อนำไปโยนประทัดก็จะระเบิด โดยได้ศึกษาวิธีการทำประทัดมาจาก tiktok วันนั้นทำประทัดไว้ทั้งหมด 4 ลูก เพื่อนคนอื่นโยนไปแล้ว 3 ลูกเหลือลูกสุดท้ายตนเป็นคนโยน พอโยนไปแล้วสะเก็ดหินก็กระเด็นเข้ามาที่หางคิ้ว ทำให้แตกเป็นแผล เพื่อนจึงพาไปหาหมอที่รพ. สต และกลัวว่าจะถูกดุ จึงโกหกหมอไปว่าหกล้ม ตอนนี้เข็ดแล้ว จะไม่ทำอีกแล้ว